เกาหลีเหนือ เผยภาพถ่ายอวกาศจากกล้องที่ติดบนขีปนาวุธ หลังยิงขีปนาวุธ 7 ครั้งในเวลาเดือนเดียว

ที่มาของภาพ, Reuters
เกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพถ่ายที่ระบุว่า ถ่ายจากการปล่อยขีปนาวุธที่ทรงพลังที่สุดในรอบ 5 ปีของเกาหลีเหนือ หลังจากที่มีการยิงขีปนาวุธถึง 7 ครั้งในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เกาหลีเหนือต้องการอะไรจากการทำเช่นนี้ ภาพถ่ายเหล่านี้บอกอะไรได้บ้าง
ภาพที่ไม่ธรรมดาที่ถ่ายจากอวกาศเหล่านี้เผยให้เห็นหลายพื้นที่ของคาบสมุทรเกาหลีและพื้นที่โดยรอบ
รัฐบาลเกาหลีเหนือยืนยันเมื่อ 31 ม.ค. ว่า ได้ทดสอบขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลาง (Intermediate Range Ballistic Missile--IRBM) ที่ชื่อว่า ฮวาซอง-12 (Hwasong-12)
ขณะที่มีการใช้พลังงานเต็มที่ มันสามารถเดินทางได้ไกลหลายพันกิโลเมตร และทำให้พื้นที่ เช่น กวมซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ตกอยู่ในระยะที่ถูกโจมตีได้
การทดสอบล่าสุดทำให้ประชาคมโลกต้องระวังเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
รัฐบาลเกาหลีเหนือ ปล่อยขีปนาวุธมากเป็นประวัติการณ์ถึง 7 ครั้งในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ถูกประณามอย่างรุนแรงจากสหรัฐฯ, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และชาติอื่น ๆ
สหประชาชาติห้ามเกาหลีเหนือไม่ให้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธทิ้งตัว และได้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดหลายอย่าง แต่เกาหลีเหนือก็ฝ่าฝืนข้อห้ามนี้เป็นประจำ
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ กล่าวเมื่อ 31 ม.ค. ว่า การยกระดับในการปล่อยอาวุธของเกาหลีเหนือในช่วงนี้ ทำให้ควรมีการกลับมาเจรจากับรัฐบาลเกาหลีเหนืออีกรอบ
เกิดอะไรขึ้นในการปล่อยขีปนาวุธฮวาซอง-12
เกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่างเป็นชาติแรกที่รายงานการยิงขีปนาวุธนี้เมื่อ 30 ม.ค. หลังจากที่ตรวจพบขีปนาวุธนี้จากระบบต่อต้านขีปนาวุธของตัวเอง
ทั้งสองชาติประเมินว่า มันเดินทางเป็นระยะปานกลางของ IRBM ครอบคลุมระยะทางราว 800 กิโลเมตร และขึ้นไปถึงระดับความสูง 2,000 กิโลเมตร ก่อนที่จะตกลงในน่านน้ำของญี่ปุ่น ในช่วงที่มีการใช้พลังงานเต็มที่และการเคลื่อนที่ไปตามแนวโคจรตามมาตรฐาน ขีปนาวุธนี้อาจเดินทางได้ไกลถึง 4,000 กิโลเมตร

ที่มาของภาพ, Reuters
เกาหลีเหนือยืนยันการปล่อยขีปนาวุธเมื่อ 31 ม.ค. ผ่านทางรายงานของสื่อทางการ โดยปกติแล้วสื่อทางการจะเปิดเผยการทดสอบของเกาหลีเหนือ 1 วันหลังจากมีการทดสอบ
สำนักข่าว KCNA ของทางการเกาหลีเหนือ ระบุว่า การทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อ "ตรวจสอบความแม่นยำ" มีการตั้งองศากำหนดให้มันตกลงอย่างตรงจุด "โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประเทศเพื่อนบ้าน"
สื่อทางการยังตีพิมพ์ภาพที่หาชมได้ยาก ซึ่งระบุว่า เป็นภาพที่ถ่ายจากกล้องที่ติดตั้งที่หัวรบของขีปนาวุธ
หนึ่งในภาพดังกล่าวเผยให้เห็นช่วงเวลาขีปนาวุธถูกปล่อยขึ้น อีกภาพหนึ่งดูเหมือนจะเป็นภาพระหว่างขีปนาวุธกำลังเดินทางอยู่กลางอากาศ
นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ไม่ได้ปรากฏตัวในการปล่อยขีปนาวุธเมื่อ 30 ม.ค. ขณะที่เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน มีภาพที่เขาเข้าร่วมชมการปล่อยขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง (hypersonic glide missile) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขีปนาวุธที่ล้ำสมัยมากขึ้นไปอีก และถูกออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงระบบตรวจจับขีปนาวุธ เกาหลีเหนือเคยทดสอบขีปนาวุธเหล่านั้นรวมแล้ว 3 ครั้งเท่านั้น
ทำไมเกาหลีเหนือจึงยิงขีปนาวุธ
อันคิต พันดา นักวิเคราะห์เกาหลีเหนือ กล่าวว่า การที่นายคิมไม่ปรากฏตัว และภาษาที่สื่อใช้ในการเรียกการปล่อยขีปนาวุธ บ่งบอกว่า เกาหลีเหนือตั้งใจที่จะทำการทดสอบนี้เพื่อตรวจสอบระบบของขีปนาวุธว่าทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ ไม่ได้ต้องการที่จะอวดเทคโนโลยีใหม่
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์

กระนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่มีการยิงฮวาซอง-12 ขีปนาวุธที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ นับตั้งแต่เกาหลีเหนือจัดการเจรจากับสหรัฐฯ ในสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้นำไปสู่การชะลอการทดสอบขีปนาวุธลง

ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
บทวิเคราะห์โดย ซังมี ฮัน บีบีซี ภาคภาษาเกาหลี
ในการประชุมพรรคครั้งที่ 8 ในเดือน ม.ค. นายคิม จองอึน กล่าวว่า การพัฒนาดาวเทียมสำรวจทางทหารและขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงควบคู่ไปกับโดรนโจมตีไร้คนขับ คือเป้าหมายสำคัญในแผน 5 ปีข้างหน้า
เกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงแล้ว 2 ครั้ง ในเดือน ม.ค. ปีนี้ และผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า จากการที่มีการเผยแพร่ภาพถ่ายจากอวกาศ เกาหลีเหนือจะปล่อยดาวเทียมสำรวจในอีกไม่นานนี้
แต่การทำเช่นนี้ สหรัฐฯ และพันธมิตร จะมองว่า เกาหลีเหนือกำลังข้ามเส้นที่พวกเขาสามารถยอมรับได้ จรวดดาวเทียมใช้เทคโนโลยีที่เกือบจะเหมือนกับขีปนาวุธทิ้งตัวข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missile--ICBM) แตกต่างกันเฉพาะความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักเท่านั้น
ภาพถ่ายซึ่งมีรายงานว่า ถ่ายมาจากกล้องที่ติดตั้งอยู่บนหัวรบที่ถูกทดสอบของขีปนาวุธ เป็นภาพหาชมได้ยากและอาจแสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือมีความก้าวหน้ามากขึ้นแล้วในเทคโนโลยีการนำขีปนาวุธกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก
ในการบรรทุกวัตถุระเบิด ขีปนาวุธทิ้งตัวต้องทนทานต่อแรงกดดันทางอุณหภูมิและแรงกดดันทางโครงสร้างอย่างมหาศาล ระหว่างที่เดินทางกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกเพื่อไปโจมตีเป้าหมาย
ผู้เชี่ยวชาญยังคงไม่กล้ายืนยันว่า เกาหลีเหนือมีขีดความสามารถในการนำขีปนาวุธกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่อย่างน้อยภาพถ่ายเหล่านี้ ซึ่งแสดงให้เห็นหลายพื้นที่ของคาบสมุทรเกาหลีและญี่ปุ่นจากอวกาศ อาจจะเป็นสัญญาณเตือนให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านของเกาหลีเหนือได้

ครั้งล่าสุดที่มีการทดสอบฮวาซอง-12 เกิดขึ้นในปี 2017 ตอนนั้นรัฐบาลเกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธ 6 ครั้งรวมถึงมีการยิงขีปนาวุธข้ามเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น ทำให้มีการส่งสัญญาณเตือนภัยแก่ชาวเมืองบนเกาะ
ในปี 2018 หลังจากที่นายคิม ได้พบกับนายทรัมป์ เกาหลีเหนือได้ประกาศระงับการทดสอบขีปนาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธทิ้งตัวข้ามทวีปพิสัยไกลที่สุด แต่ในปีต่อมา เมื่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติย่ำแย่ลง นายคิมกล่าวว่า พวกเขาไม่ปฏิบัติตามการประกาศอีกต่อไปแล้ว
เมื่อ 30 ม.ค. ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ กล่าวว่า การยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุด แสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือ "เข้าใกล้การทำลายการประกาศระงับการทดสอบขีปนาวุธแล้ว"
มีเหตุผลหลายประการในการที่เกาหลีเหนือจัดการทดสอบขีปนาวุธมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งนายคิม ได้ให้สัญญาณเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นครั้งแรกในการกล่าวสุนทรพจน์ช่วงปีใหม่ของเขา
นักวิเคราะห์ระบุว่า การทดสอบสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาของนายคิมในการกดดันสหรัฐฯ ให้กลับมาเจรจานิวเคลียร์ที่หยุดชะงักไปเป็นเวลานาน การแสดงให้มหาอำนาจในโลกและในภูมิภาคเห็นถึงความแข็งแกร่งของเกาหลีเหนือ และอาจจะเป็นหลักฐานถึงความจำเป็นในการทดสอบระบบบัญชาการทหารและวิศวกรรมระบบใหม่
ช่วงเวลาในการทดสอบก็มีความสำคัญ โดยโอลิมปิกฤดูหนาวในกรุงปักกิ่ง กำลังจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้จะจัดขึ้นในเดือน มี.ค.
"นี่สอดคล้องกับพฤติกรรมในอดีตของพวกเขา ในการทดสอบและข่มขู่เกาหลีใต้และประธานาธิบดีที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง" ดร.แดเนียล พิงก์สตัน ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยทรอย ซึ่งอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้กล่าว
นอกจากนี้ยังมีการทดสอบเพิ่มขึ้นในช่วงที่เกาหลีเหนือเผชิญปัญหาเศรษฐกิจจากการคว่ำบาตรที่นำโดยสหรัฐฯ ความยากลำบากจากการระบาดใหญ่ และการบริหารจัดการที่ผิดพลาดนานหลายสิบปี
ก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ สหรัฐฯ ได้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อเกาหลีเหนือ












