เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธอีกรอบในการทดสอบที่ถี่ผิดปกติ

ผู้หญิงชมข่าวที่สถานีหนึ่งในกรุงโซลของเกาหลีใต้

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, สื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า มีการยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดในช่วงเช้าวันจันทร์ (17 ม.ค.)

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้ 2 ลูก ตกลงในน่านน้ำนอกชายฝั่งของญี่ปุ่น ถือเป็นการทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นบ่อยผิดปกติในช่วงนี้

กองทัพเกาหลีใต้ ระบุว่ามีรายงานว่า มีการปล่อยขีปนาวุธจากสนามบินใกล้กรุงเปียงยางในช่วงเช้าตรู่วันจันทร์ (17 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนญี่ปุ่นก็ยืนยันเช่นเดียวกัน

ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธแล้วทั้งสิ้น 4 ครั้ง ทั้งที่องค์การสหประชาชาติได้ห้ามไม่ให้เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธทิ้งตัว ทั้งยังดำเนินมาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มงวด

แต่เกาหลีเหนือก็ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเป็นประจำ โดยนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ประกาศว่าจะยกระดับมาตรการป้องกันความมั่นคงของประเทศให้มากขึ้น

เมื่อวันศุกร์ (14 ม.ค.) เกาหลีเหนือระบุว่า ได้ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้จากตู้รถไฟ ขณะที่หลายวันก่อนหน้านั้น เกาหลีเหนือได้ทดสอบสิ่งที่เกาหลีเหนืออ้างว่าเป็นขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง หรือไฮเปอร์โซนิก 2 ครั้ง ซึ่งเป็นขีปนาวุธที่ตรวจจับได้ยากขึ้น

ทำไมเกาหลีเหนือจึงยิงขีปนาวุธในตอนนี้

ความถี่ของการทดสอบขีปนาวุธและจังหวะเวลาที่เกิดขึ้นในเดือน ม.ค. ถือว่าผิดปกติ จากเดิมที่เกาหลีเหนือมักจะยิงขีปนาวุธ ในช่วงที่มีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองในประเทศ หรือเพื่อส่งสัญญาณแสดงความไม่พอใจต่อการซ้อมรบระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้

อันคิต พันดา ผู้เชี่ยวชาญของมูลนิธิคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ (Carnegie Endowment for International Peace) กล่าวว่า การปล่อยขีปนาวุธของเกาหลีหนือเป็นไปเพื่อพัฒนาขีดความสามารถเพื่อการเตรียมพร้อม ซึ่งการทดสอบล่าสุดดูจะยืนยันเรื่องนี้

ในเวลาเดียวกัน "คิม จองอึน ก็คำนึงถึงผลที่เกิดขึ้นในประเทศด้วย ในช่วงที่กำลังเผชิญกับความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจ การปล่อยขีปนาวุธเหล่านี้ก็เพื่อสื่อให้เห็นว่าเกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับการป้องกันประเทศมาเป็นลำดับแรกและจะไม่หันเหไปทางอื่น" นายพันดา กล่าวกับบีบีซี

เกาหลีเหนือกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนอาหารและเศรษฐกิจตกต่ำจากการปิดประเทศเพื่อป้องกันโรคโควิด ทำให้ต้องตัดขาดการค้าขายกับจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการเมืองและเศรษฐกิจหลักของเกาหลีเหนือ แต่ก็มีรายงานหลายกระแสว่าการค้าขายกับจีนจะกลับมาเริ่มขึ้นในอีกไม่นานนี้

นายคิม ออกมายอมรับเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า เกาหลีเหนือกำลัง "เผชิญปัญหาร้ายแรงอย่างยิ่ง" และประกาศด้วยว่า จะเพิ่มอำนาจทางการทหารและจะพัฒนาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกด้วย

การเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งต้องการให้เกาหลีเหนือล้มเลิกการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ได้หยุดชะงักไปนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลของนายไบเดน บังคับใช้การคว่ำบาตรครั้งแรกต่อเกาหลีเหนือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อตอบโต้ที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

ดังนั้นการปล่อยขีปนาวุธในวันจันทร์ (17 ม.ค.) อาจจะเป็นการ "ตอบโต้ที่รุนแรงขึ้น" ต่อการคว่ำบาตรนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่า "เกาหลีเหนือไม่ต้องการที่จะถูกสหรัฐฯ ใช้กำลังบีบบังคับ" พัก วอนกอน ศาสตราจารย์ด้านเกาหลีศึกษาที่มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา กล่าว

คำบรรยายวิดีโอ, ทำไมเกาหลีเหนือจึงยิงขีปนาวุธไม่หยุด

เพราะจีนหรือไม่ที่ทำให้ต้องทดสอบขีปนาวุธ ?

การปล่อยขีปนาวุธเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่จะเริ่มขึ้นในกรุงปักกิ่งในวันที่ 4 ก.พ. นี้ ซึ่งเป็นงานที่มีเกียรติและมีความอ่อนไหวทางการเมืองสำหรับจีน

"ผมนึกภาพออกว่า จีนคงจะไม่ชอบใจกับการทดสอบของเกาหลีเหนือซึ่งอยู่ใกล้กับจีนในคืนก่อนที่โอลิมปิกจะเปิดฉากในกรุงปักกิ่งแน่" ชาด โอ'คาร์รอลล์ นักวิเคราะห์เกาหลีเหนือโพสต์ทางทวิตเตอร์

"ถ้าสิ่งนี้ยังเกิดขึ้น เราก็ไม่ควรจะที่ตัดความเป็นไปได้ที่ว่า [เกาหลีเหนือ] อาจจะไม่พอใจจีนเกี่ยวกับอะไรบางอย่าง"

แต่นายพันดา กล่าวว่า แม้ว่า "รัฐบาลจีนอาจจะไม่พอใจกับการทดสอบเหล่านี้ แต่ก็ยังพอรับได้" เพราะนี่ไม่ใช่การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธพิสัยไกล ซึ่งเขาเรียกว่า เป็น "เส้นสีแดงของจีน"

มีรายงานเมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ว่า เกาหลีเหนืออาจจะกลับมาค้าขายกับจีนในเร็ว ๆ นี้ "ช่วงจังหวะเวลาเหล่านี้บ่งบอกว่า รัฐบาลจีนไม่ได้เพียงสมรู้ร่วมคิดให้เกิดการกระทำอันยั่วยุของรัฐบาลเกาหลีเหนือ แต่จีนสนับสนุนเกาหลีเหนือทั้งทางเศรษฐกิจและทางการทหาร" เลฟ-เอริก อีสลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือ กล่าวกับบีบีซี

"เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ของเกาหลีเหนือกับจีน ผู้นำเกาหลีเหนือน่าจะหยุดการทดสอบขีปนาวุธและการฝึกซ้อมทางทหารช่วงต้นปี 2022 ในช่วงก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในกรุงปักกิ่ง"

"จังหวะเวลานี้ยังบ่งบอกด้วยว่า เกาหลีเหนือไม่ต้องการที่จะเงียบเฉย ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หรือ ให้คนอื่นเห็นว่ากำลังได้รับการต่อลมหายใจจากการที่จีนส่งความช่วยเหลือข้ามพรมแดนเข้ามา"

รายงานโดย เทสซา หว่อง และบีบีซี ภาคภาษาเกาหลี