โควิด : สหราชอาณาจักรเผชิญ “สถานการณ์ฉุกเฉินโอมิครอน” ระดมฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

People walking on Oxford Street in central London

ที่มาของภาพ, Getty Images

สหราชอาณาจักรเริ่มเผชิญกับการระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 โดยเริ่มมีผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มมากขึ้น ถึงขั้นที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าประเทศกำลังเผชิญกับ "สถานการณ์ฉุกเฉินโอมิครอน" และยกระดับเตือนภัยของโรคเป็นระดับ 4 ซึ่งเกือบจะรุนแรงสูงสุดจากการพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ในลักษณะทวีคูณ

นายจอห์นสันแถลงเมื่อ 13 ธ.ค. ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 คน จากเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอน

รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ได้ถึงวันละ 1 ล้านโดส โดยกำหนดเป้าหมายว่าผู้ใหญ่ทุกคนที่ต้องการวัคซีนเข็มกระตุ้นจะได้รับวัคซีนนี้ภายในสิ้นเดือน ธ.ค. นอกจากนี้ยังกำหนดให้บุคคลอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่ได้รับวัคซีนเข็มที่สองเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไปด้วย

ก่อนหน้านี้สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร คาดการณ์ว่าเชื้อโอมิครอนจะมีสัดส่วนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของยอดผู้ติดเชื้อภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าโอมิครอนจะเข้ามาแทนที่สายพันธุ์เดลตาที่กำลังเป็นสายพันธุ์หลักในขณะนี้หรือไม่

มือจับหลอดทดลอง

ที่มาของภาพ, Getty Images

นายซาจิด จาวิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บอกว่าเชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอนแพร่ระบาดอย่างทวีคูณอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุก ๆ 2-3 วัน และรัฐบาลได้เรียนรู้แล้วว่าการฉีดวัคซีนเพียงสองเข็มไม่อาจรับมือโอมิครอนได้ โดยในขณะนี้ผู้ป่วยจากไวรัสกลายพันธุ์นี้และต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวน 10 คน แต่ยังไม่มีการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต ขณะที่ผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในกรุงลอนดอน 40% ติดเชื้อโอมิครอน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ธ.ค. มีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 รายใหม่ในสหราชอาณาจักร 48,854 คน และมีผู้เสียชีวิต 52 คน

ขณะนี้อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ได้ขอให้ประชาชนทำงานอยู่ที่บ้านหากเป็นไปได้

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศมาตรการชุดใหม่เมื่อ 8 ธ.ค. สำหรับใช้ในอังกฤษ (England) ซึ่งรวมถึงคำแนะนำให้ทำงานอยู่บ้าน ท่ามกลางความกังวลว่าเชื้อโควิดกลายพันธุ์โอมิครอนจะกลายเป็น สายพันธุ์หลักในประเทศภายใน 2-4 สัปดาห์

บทวิเคราะห์ล่าสุดของสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร คาดการณ์ว่าเชื้อโอมิครอนจะมีสัดส่วนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของยอดผู้ติดเชื้อภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าโอมิครอนจะเข้ามาแทนที่สายพันธุ์เดลตาที่กำลังเป็นสายพันธุ์หลักในขณะนี้หรือไม่

ในวันเดียวกัน ฝรั่งเศสแถลงว่ายอดผู้ติดเชื้อรายวันในประเทศอยู่ที่ 59,019 ราย สูงที่สุดนับตั้งแต่ พ.ย. ปีที่แล้ว และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 168 คน ในขณะที่หลายชาติในยุโรปเผชิญกับการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้ติดเชื้อรายใหม่ และรัฐบาลกำลังออกมาตรการใหม่ ๆ มาบังคับใช้เพิ่มเติม เช่น ออสเตรียกลับมาล็อกดาวน์อีกครั้งและบังคับการฉีดวัคซีน ขณะที่เยอรมนีกำลังพิจารณาบังคับให้ทุกคนฉีดเช่นกัน

A shopper in a mask walks past Christmas lights in London

ที่มาของภาพ, Getty Images

มาตรการใหม่ในอังกฤษ

ตั้งแต่ 10 ธ.ค. ประชาชนต้องใส่หน้ากากเมื่ออยู่ในอาคารสาธารณะที่รวมถึงศาสนสถาน โรงละคร โรงภาพยนตร์ รวมทั้งร้านค้า และขนส่งสาธารณะที่บังคับใช้ไปก่อนหน้านั้น ยกเว้นผับ ร้านอาหาร หรือสถานที่ออกกำลังกาย

หลังจากนั้นอีก 3 วัน รัฐบาลขอให้พลเมืองเริ่มทำงานอยู่บ้าน "ถ้าทำได้" และนับแต่ 15 ธ.ค. ผู้ที่จะไปเที่ยวไนท์คลับ สถานที่ชุมนุมในร่ม และกลางแจ้ง ต้องมีหลักฐานแสดงว่าฉีดวัคซีนครบแล้ว (NHS Covid Pass) หรือผลตรวจโควิดชุดตรวจเร็วที่เป็นลบ

แผนระดมฉีดเข็ม 3 กระตุ้นภูมิ

รัฐบาลปรับเกณฑ์ฉีดเข็มกระตุ้นขยายลงสู่ผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ลดระยะห่างของเข็ม 2 และเข็ม 3 จาก 6 เดือนเหลือ 3 เดือน ส่วนผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำจะได้รับเข็ม 4 หลังจากรับเข็ม 3 ไปแล้ว 3 เดือน และสำหรับเด็กอายุ 12-15 ปี จะได้รับเข็ม 2 หลังจากรับเข็มแรกไปแล้ว 3 เดือน

ส่วนลำดับผู้ได้รับวัคซีนก่อนหลัง เรียงจากประชาชนกลุ่มเสี่ยง ถัดไปเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ แล้วจึงเป็นผู้อายุน้อย

Drinkers in bar

ที่มาของภาพ, Getty Images

ไทยไฟเขียวจัดปีใหม่ในสถานที่เปิดโล่งดื่มสุราได้

ที่เมืองไทย ซึ่งขณะนี้พบผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์โอมิครอน 11 ราย โดยยืนยันแล้ว 8 ราย อยู่ระหว่างรอผลอีก 3 ราย ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้ปรับมาตรการจัดงานรื่นเริงช่วงปีใหม่ โดย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ระบุว่า ศบค.มีมติอนุญาตให้บริโภคสุราในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 64- 1 ม.ค. 65 ในร้านอาหารที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเปิดบริการ และบริโภคสุราได้ไม่เกิน 01.00 น.

งานปีใหม่กรณีมีผู้ร่วมงานตั้งแต่ 1,000 คน ขึ้นไป ผู้จัดงาน พนักงาน นักร้องนักดนตรี ต้องมีหลักฐานการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ คัดกรองด้วยการตรวจ ATK ก่อนจัดงานภายใน 72 ชม.

ผู้ร่วมงานต้องลงทะเบียน แสดงหลักฐานรับวัคซีนครบเช่นกัน และมีผลตรวจ ATK เป็นลบก่อนเข้างานภายใน 72 ชม. อาจเป็นการตรวจล่วงหน้าหรือที่หน้างาน โดยผู้จัดงานสนับสนุนการตรวจ ATK ส่วนกรณีการจัดงานที่ต่ำกว่า 1,000 คนนั้น ไม่มีข้อกำหนดว่าผู้เข้าร่วมงานจะต้องตรวจ ATK ก่อนเข้า

"วัคซีนนี่แหละครับจะเป็นใบเบิกทางไปได้ทุกที คนที่อยากจะไปเข้าร่วมงานรื่นเริง สังสรรค์ในช่วงเวลานี้ ถ้าท่านมีวัคซีนหนึ่งครั้งไม่พอนะครับ ต้องฉีด 2 ครั้ง คือคำว่าครบตามเกณฑ์อย่างน้อยต้อง 2 เข็ม"