พรรคคอมมิวนิสต์จีน : "มติครั้งประวัติศาสตร์" เลื่อนสถานะ สี จิ้นผิง เทียบเท่าเหมา เจ๋อตุง และ เติ้ง เสี่ยวผิง

Chinese President Xi Jinping arrives for a ceremony at the Monument to the People"s Heroes on Tiananmen Square to mark Martyrs" Day, in Beijing, China September 30, 2021

ที่มาของภาพ, Reuters

พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้อนุมัติ "มติครั้งประวัติศาสตร์" ที่จะเสริมสร้างสถานะของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในประวัติศาสตร์การเมืองจีน และทำให้เขากระชับอำนาจได้เข้มแข็งขึ้น

เอกสารดังกล่าว ซึ่งสรุปประวัติศาสตร์ 100 ปีของพรรคคอมมิวนิสต์ มีเนื้อหาบอกเล่าความสำเร็จที่สำคัญ และทิศทางในอนาคตของพรรค

การอนุมัติมตินี้มีขึ้นในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 6 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ซึ่งเป็นหนึ่งในการประชุมทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของจีน

การอนุมัติ "มติครั้งประวัติศาสตร์" นี้เคยเกิดขึ้นเพียง 3 ครั้งนับแต่มีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยครั้งแรกมีขึ้นในยุคของประธานเหมา เจ๋อตุง ในปี 1945 และครั้งที่ 2 มีขึ้นในยุคของนายเติ้ง เสี่ยวผิง ในปี 1981

เป้าหมายสำคัญของการอนุมัติมตินี้คือการยกสถานะของประธานาธิบดีสีให้เทียบเท่ากับอดีตผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองคน

เหล่าผู้สันทัดกรณีต่างมองการออกมตินี้ว่าเป็นความพยายามของนายสี ที่จะลบล้างแก้ไขความพยายามหลายทศวรรษในการกระจายอำนาจของเหล่าผู้นำจีน ที่เริ่มต้นขึ้นในสมัยของนายเติ้ง เสี่ยวผิง และดำเนินเรื่อยมาในยุคของผู้นำจีนคนอื่น ๆ เช่น ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าจีนอาจจะกลับเข้าสู่การปกครองแบบ "ลัทธิบูชาบุคคล" (cult of personality)

การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 6 นี้มีขึ้นเป็นการลับ ต่อเนื่องเวลา 4 วัน โดยมีสมาชิกสูงสุดของพรรคเข้าร่วมการประชุมกว่า 370 คน และถือเป็นการประชุมใหญ่ครั้งสุดท้ายของคณะผู้นำพรรคก่อนจะถึงการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ในปีหน้า ซึ่งคาดว่านายสีจะพยายามดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อเป็นสมัยที่ 3

เมื่อปี 2018 สภาประชาชนแห่งชาติจีนได้ลงมติผ่านความเห็นชอบให้แก้ไขธรรมนูญของพรรคคอมมิวนิสต์ ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี จากที่จำกัดไว้สูงสุดเพียง 2 สมัย ให้เป็นการดำรงตำแหน่งอย่างไม่มีกำหนดได้ ซึ่งช่วยเปิดทางให้ประธานาธิบดีสี สามารถครองเก้าอี้ผู้นำได้ตลอดชีพ

บางคนบอกว่านายสี (ขวา) กำลังสร้างลัทธิบูชาบุคคลเช่นเดียวกับเหมา เจ๋อตุง

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, บางคนบอกว่านายสี (ขวา) กำลังสร้างลัทธิบูชาบุคคลเช่นเดียวกับเหมา เจ๋อตุง

มติครั้งนี้สำคัญอย่างไร

บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า นี่จะช่วยให้นายสีมกุมอำนาจไว้ได้อย่างเหนียวแน่นยิ่งขึ้น

อดัม นี บรรณาธิการ China Neican ซึ่งให้บริการบทวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศจีน ระบุว่า "เขา (สี จิ้นผิง) พยายามสร้างให้ตัวเองเป็นวีรบุรุษในเส้นทางของประเทศ"

นายนีอธิบายว่า การผลักดันมติครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งมีนายสีเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องราวในยุคปัจจุบันของพรรคคอมมิวนิสต์และของประเทศจีนนั้น คือการแสดงอำนาจของนายสี แต่ขณะเดียวกันเอกสารฉบับนี้ก็เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เขาได้กุมอำนาจต่อไป

ดร.ชง จา เอียน จากมหาวิทยาลัยเเห่งชาติสิงคโปร์ ระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดนี้ทำให้นายสีแตกต่างไปจากอดีตผู้นำจีนคนอื่น ๆ

เขากล่าวว่า "อดีตประธานาธิบดี หู จิ่นเทา และเจียง เจ๋อหมิน ไม่เคยรวบอำนาจไว้อย่างแข็งแกร่งเท่ากับนายสี" แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ชัดเจนว่าผู้นำทั้งสองจะพยายามทำแบบเดียวกับนายสีหรือไม่หากมีโอกาสแบบเดียวกัน

คำบรรยายวิดีโอ, 100 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีน

ที่ผ่านมา ทั้งประธานเหมา เจ๋อตุง และนายเติ้ง เสี่ยวผิง ใช้การผ่านมติครั้งประวัติศาสตร์ในการตัดขาดจากอดีต

มติครั้งแรก ซึ่งผ่านการอนุมัติในการประชุมเต็มคณะของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อปี 1945 ช่วยให้นายเหมา รวบอำนาจเข้าไว้กับตัวเอง เพื่อให้มีอำนาจเต็มในการประกาศก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 1949

ตอนที่นายเติ้ง ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำในปี 1978 เขาได้เสนอมติครั้งที่ 2 ในปี 1981 ซึ่งเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ "ความผิดพลาด" ของประธานเหมา ในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมระหว่างปี 1966 - 1976 ซึ่งทำให้ผู้คนล้มตายไปหลายล้านคน นายเติ้งยังได้วางรากฐานการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนด้วย

นายนี บรรณาธิการ China Neican ระบุว่า สิ่งที่แตกต่างไปจากมติในอดีตทั้งสองคือ การที่นายสีพยายามเน้นย้ำเรื่องความต่อเนื่องในมติของเขา

มติของประธานาธิบดีสียังมีขึ้นในยุคที่จีนได้ก้าวขึ้นเป็นชาติมหาอำนาจของโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะจินตนาการได้เมื่อ 2 ทศวรรษก่อน

ดร.ชง จากมหาวิทยาลัยเเห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า จีนยืนอยู่ในจุดที่สามารถมองย้อนกลับไปเห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การทหาร และการได้รับการยอมรับสถานะในฐานะชาติมหาอำนาจของโลก โดยที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน และบรรดาผู้นำต่างอยู่ในอำนาจโดยที่ไม่มีฝ่ายค้านในประเทศ

"อาจพูดได้ว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีนายสีเป็นผู้นำได้ก้าวมาถึงจุดสูงสุดของความสำเร็จสำหรับตัวพรรคและสำหรับประเทศจีน"

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การเมืองเป็นเรื่องที่อาจพลิกผันได้ และแม้จะมีหลักฐานมากมายว่านายสีได้กุมอำนาจไว้อย่างเหนียวแน่น แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในอนาคต

"การเมืองระดับชนชั้นนำของจีนเต็มไปด้วยความลับ และมีเรื่องราวอีกมากที่เรายังไม่รู้" นายนีกล่าว