You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โควิด-19: ระบาดระลอก 4 ในยุโรป เยอรมนีหวั่นเสียชีวิตอีกนับแสน เนเธอร์แลนด์ล็อกดาวน์บางส่วน
สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในยุโรปมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น สอดคล้องกับคำเตือนขององค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า ยุโรปกำลังกลับมาเป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค และมีความเป็นไปได้ว่า การแพร่ระบาดระลอกใหม่ในยุโรปอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกราว 5 แสนคนภายในเดือน ก.พ. 2565
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายฮานส์ คลูก ผู้อำนวยการสำนักงาน WHO ประจำยุโรป แสดงความกังวลถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดในยุโรป หลังจากหลายประเทศพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
เขาระบุว่าการกลับมาแพร่ระบาดระลอกใหม่เป็นผลมาจากจำนวนวัคซีนที่ไม่เพียงพอและการผ่อนคลายมาตรการด้านสาธารณสุข พร้อมกับแนะนำให้ประเทศเหล่านั้ัน "เปลี่ยนยุทธวิธี จากการตั้งรับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น มาเป็นการป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่ต้น"
อัตราการฉีดวัคซีนในยุโรปชะลอตัวลงทั่วทั้งภูมิภาคในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ในสเปนมีประชากรได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้วประมาณ 80% แต่ประเทศอื่น ๆ อย่างฝรั่งเศสและเยอรมนีมีผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มไปแล้วเพียง 68% และ 66% ตามลำดับ นอกจากนี้ อัตราการฉีดวัคซีนของบางประเทศในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกยังคงต่ำอยู่ เช่น ในรัสเซียมีประชากรเพียง 32% เท่านั้นที่ได้รับวัคซีนครบโดส ณ สิ้นเดือน ต.ค.
ล่าสุด เนเธอร์แลนด์ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์บางส่วนเป็นเวลา 3 สัปดาห์ นับเป็นประเทศแรกในยุโรปตะวันตกที่กลับมาล็อกดาวน์ ขณะที่ออสเตรียก็เตรียมบังคับใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นเช่นกัน
การประกาศล็อกดาวน์ของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ โดยปิดกิจการและห้ามทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เช่น ร้านค้า กีฬาและงานเลี้ยงสังสรรค์ ทำให้ประชาชนบางส่วนที่ไม่พอใจและออกมาชุมนุมประท้วงในกรุงเฮกเมื่อวานนี้ (12 พ.ย.) จนเจ้าหน้าที่ต้องใช้ปีนฉีดน้ำแรงดันสูงสลายการชุมนุม
ขณะที่นักไวรัสวิทยาในเยอรมนีออกมาเตือนว่าอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกราว 1 แสนคนในการระบาดระลอกที่ 4 นี้ หากไม่มีมาตรการควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์
วันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา เยอรมนีมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 4 หมื่นราย ซึ่งนับเป็นสถิติที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้นการระบาด
"เราต้องทำอะไรสักอย่างเดี๋ยวนี้" คริสเตียน โดรสเทน นักไวัสวิทยาชื่อดังของเยอรมนีกระตุ้นเตือนแลย้ำว่านี่คือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างแท้จริง
เยอรมนีเป็นประเทศทีมีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำมาก ขณะนี้มีเพียง 57% ของประชากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว
โรงพยาบาลไลป์ซิกรายงานว่าในจำนวนผู้ป่วยโควิดในหอผู้ป่วยวิกฤตทั้งหมด 18 คน มีเพียง 4 คนที่ฉีดวัคซีนแล้ว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเยอรมนีกล่าวตำหนิประชาชนที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนว่าเป็นต้นเหตุของการระบาดระลอกนี้ ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น "การแพร่ระบาดของคนที่ไม่ฉีดวัคซีน"
สถานการณ์นี้ทำให้บางพื้นที่ของเยอรมนีเริ่มออกมาตรการห้ามคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนเข้าร้านอาหาร บาร์ สนามกีฬาและสถานที่สันทนาการ ซึ่งทำให้ประชาชนที่ต่อต้านการฉีดวัคซีนไม่พอใจอย่างมาก
ผู้เชี่ยวชาญในสหราชอาณาจักรวิเคราะห์ว่าปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในยุโรปพุ่งขึ้นในช่วงนี้มาจากพฤติกรรมของผู้คน จำนวนประชากรที่มีภูมิต้านทาน และการมาถึงของฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนเปลี่ยนมาพบปะสังสรรค์และอยู่ร่วมกันในสถานที่ปิดจะยิ่งเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อมากขึ้น
สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศอื่น ๆ ในยุโรป
อังกฤษ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันและผู้เสียชีวิตลดลง ซึ่งสวนทางกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ข้อมูลล่าสุดระบุว่าผู้ป่วยรายใหม่ในรอบ 24 ชม. อยู่ที่ 40,375 ราย และจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในรอบสัปดาห์นี้ลดลงจากสัปดาห์ก่อนราว 7% ผู้เสียชีวิตลดลง 8.9% แต่นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน บอกว่าสถานการณ์ยังวางใจไม่ได้ และการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อในประเทศอื่น ๆ ในยุโรปเป็นเครื่องยืนยันว่าโควิดยังไม่จบ
ออสเตรีย ออกมาตรการจำกัดการทำกิจกรรมของคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน โดยจะเริ่มบังคับใช้ใน 2 เมืองทางภาคเหนือของประเทศตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. เป็นต้นไป สำหรับอัตราการฉีดวัคซีนอยู่ที่ 63% ของประชากร
รัสเซีย วันที่ 12 พ.ย. พบผู้ป่วยรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ 40,123 ราย เสียชีวิต 1,235 ราย
โรมาเนีย สัปดาห์ที่แล้วมียอดผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงสูงสุดที่ 591 ราย แต่จำนวนผู้เสียชีวิตที่รายงานเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ลดลงมาอยู่ที่ 307 ราย เกือบทั้งหมดเป็นผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน