You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โควิด-19 : สธ. เผยพบผู้ติดเชื้อ "เดลตาพลัส" นับพันราย แต่ยังไม่พบ AY.4.2 ที่อังกฤษจับตา
ไม่ถึง 1 สัปดาห์ก่อนดีเดย์วันเปิดประเทศ 1 พ.ย. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกมาแถลงยืนยันเรื่องการพบเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาชนิดกลายพันธุ์หรือ "เดลตาพลัส" ในประเทศไทย ทำให้เกิดความกังวลในวงกว้าง จนนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วย สธ. ต้องออกมาย้ำให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
"เราเปิดเผยข้อมูล (เกี่ยวกับเชื้อกลายพันธุ์) อย่างโปร่งใส และสามารถติดตามข้อมูลได้ ไม่ได้มีการปกปิดข้อมูล...ขอย้ำว่าอย่าตื่นตระหนก แต่ขอให้ติดตามข้อมูลอย่างมีสติ รับฟังข้อมูลจาก สธ. เป็นหลัก" นายสาธิตกล่าวในการแถลงข่าวที่ สธ. วันนี้ (26 ต.ค.)
ขณะที่ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบายว่าขณะนี้ทั่วโลกพบสายพันธุ์ย่อยของไวรัสเดลตาแล้วทั้งหมด 47 ชนิด โดยใช้ชื่อเรียกรหัสว่า AY.1- AY.47
ในจำนวนสายพันธุ์ย่อยหรือ "เดลต้าพลัส" ทั้ง 47 ชนิดนี้ พบในไทยแล้วอย่างน้อย 18 ชนิด ในช่วงเดือน ก.ย. - ต.ค. แต่ละชนิดพบมากน้อยต่างกัน แต่ที่พบมากที่สุดคือสายพันธุ์ย่อย AY.30 พบในผู้ป่วย 1,341 ราย รองลงมาคือ AY.39 (83 ราย) และ AY.23 (12 ราย)
นอกจากนี้สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหารยังตรวจพบเดลตาพลัส AY.1 ในผู้ป่วยชาย 1 ราย ที่ จ.กำแพงเพชร ซึ่งเดลตาพลัส AY.1 นี้เป็นการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง K417N ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าการกลายพันธุ์เช่นนี้เกิดผลในด้านใดบ้าง
อย่างไรก็ตาม นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบเดลตาพลัส AY.4.2 ที่พบการระบาดมากในสหราชอาณาจักรและอีกหลายประเทศในยุโรป ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่สามารถแพร่กระจายได้เร็วมากขึ้นกว่าสายพันธุ์ย่อยอื่น ๆ
"ที่เรากลัว เรากังวล เพราะมันทำให้อำนาจการแพร่กระจายเพิ่มขึ้นจากเดลตาปกติประมาณ 10-15%...แต่ AY.4.2 ยังไม่พบในประเทศไทยเลย" อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าว
"ยังไม่พบ ( AY.4.2) ณ วันนี้นะครับ วันหน้า พรุ่งนี้ มะรืนนี้ สัปดาห์หน้า จะโผล่มาวันไหนก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพบ AY.4.2 ในประเทศไทย"
นอกจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาแล้ว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังพบการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 สายพันธุ์อัลฟาหรือ "อัลฟาพลัส" ด้วย โดยพบอัลฟาพลัสชนิด E484K ในผู้ต้องขังที่ จ.เชียงใหม่ 2 ราย และกลุ่มแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติในล้งลำไยที่ จ.จันทบุรีและตราดอีกกว่า 30 ราย ช่วงเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
เขาอธิบายว่าอัลฟาพลัส E484K ซึ่งเคยตรวจพบในประเทศอังกฤษตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2563 เป็นการกลายพันธุ์ในตำแหน่งที่ทำให้ไวรัส "หลบภูมิคุ้มกันได้" และทำให้อาการรุนแรงกว่าเดิม แต่เนื่องจากขณะนี้ไวรัสสายพันธ์อัลฟาถูก "เบียด" โดยสายพันธุ์เดลตา ดังนั้นจึงพบการระบาดไม่มากและอำนาจการแพร่กระจายไม่สูง
นพ. ศุภกิจอธิบายว่า จากคลังข้อมูลรหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสพบว่าสายพันธุ์อัลฟาพลัสระบาดมากในประเทศกัมพูชา
สำหรับภาพรวมการสุ่มตรวจพันธุกรรมไวรัสก่อโรคโควิด-19 ระหว่างวันที่ 16-22 ต.ค. จากตัวอย่าง 1,085 พบว่าสายพันธุ์เดลตายังคงเป็นสายพันธุ์หลักที่พบการแพร่ระบาดในไทย สูงถึง 98.6% ขณะที่ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเดิมพบสายพันธุ์อัลฟาเป็นส่วนใหญ่ แต่ขณะนี้เป็นการระบาดของสายพันธุ์เดลตาเกือบทั้งหมด ส่วนสำหรับสายพันธุ์เบตานั้น ยังสุ่มตรวจพบเพิ่มจำนวน 9 ราย
รู้จักเดลตาพลัส AY.4.2 ที่อังกฤษจับตา
ขณะนี้ ทางการอังกฤษกำลังจับตามองเชื้อโควิดที่กลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์เดลตาซึ่งมีชื่อว่า AY.4.2 ที่กำลังทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น
โควิดสายพันธุ์เดลตายังเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในสหราชอาณาจักรแต่ตัวเลขทางการล่าสุดชี้ว่า 6% ของผู้ติดเชื้อติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ใหม่นี้
ตอนนี้ สายพันธุ์ดังกล่าวยังไม่ถือว่าเป็นเชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of Concern หรือ VOC) นักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองอยู่ว่าสายพันธุ์นี้จะเป็นอันตรายแค่ไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญก็เชื่อว่ามันไม่น่าจะแพร่ระบาดอย่างหนักและวัคซีนที่มีอยู่ก็น่าจะจัดการได้
ไวรัสกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา มีเชื้อโควิดกลายพันธุ์หลายพันสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดอยู่ทั่วโลก ปรากฏการณ์นี้จึงไม่น่าแปลกใจอะไร
สายพันธุ์เดลตาถูกจัดให้เป็นเชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวลเมื่อเดือน พ.ค. ปีนี้ ก่อนที่เมื่อเดือน ก.ค. ผู้เชี่ยวชาญจะพบสายพันธุ์ AY.4.2
ต่อมา โควิดสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์มาจากเดลตาก็ค่อย ๆ แพร่ระบาดอย่างช้า ๆ มีการกลายพันธุ์ซึ่งส่งผลต่อโปรตีนส่วนที่เป็นปุ่มหนาม (spike protein) ซึ่งเชื้อไวรัสใช้ในการเข้าไปยังเซลล์ของร่างกายคนเรา
ถึงตอนนี้ ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเชื้อกลายพันธุ์แพร่ระบาดได้ง่ายกว่า แต่ก็เป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังศึกษาอยู่
ศาสตราจารย์ฟรองซัว บาลูซ์ จากสถาบันพันธุศาสตร์ ยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน หรือยูซีแอล บอกว่า มีความเป็นไปได้ว่าสายพันธุ์ AY.4.2 จะแพร่ระบาดได้ง่ายกว่าแต่ก็ไม่มาก
"มีความเป็นไปได้ว่าจะแพร่ระบาดได้ง่ายกว่า 10%" ศ.บาลูซ์ กล่าว โดยบอกว่าเทียบไม่ได้กับสายพันธุ์อย่างอัลฟาและเดลตาซึ่งแพร่ระบาดได้ง่ายกว่าถึง 50-60%
คนติดเชื้อเพิ่มขึ้น
การจับตาสายพันธุ์กลายพันธุ์นี้มาในช่วงเดียวกันกับที่สหราชอาณาจักรมีตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันมากกว่า 40,000 รายในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว
สมาพันธ์สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS Confederation) ซึ่งเป็นตัวแทนองค์กรสาธารณสุขต่าง ๆ เรียกร้องให้รัฐบาลเริ่มใช่ "แผนสำรอง" หรือ "Plan B" ซึ่งจะบังคับให้คนใส่หน้ากากอนามัยในที่แออัดและในพื้นที่ปิด
แผนหลัก หรือ "Plan A" ของรัฐบาลในการรับมือกับโควิดในช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้ประกอบไปด้วยการให้ประชาชน 30 ล้านคนฉีดวัคซีนกระตุ้นอีกหนึ่งโดส และก็ให้วัคซีนหนึ่งโดสกับเด็กอายุ 12-15 ปีที่มีสุขภาพดีทุกคน และรัฐบาลก็แนะนำให้คนใส่หน้ากากอนามัยในที่ที่มีคนแออัด
หากมาตรการเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติดำเนินการต่อไปได้ รัฐบาลก็อาจใช้แผนสำรอง คือบังคับใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่บางแห่ง ขอให้คนทำงานจากบ้าน และให้ใช้วัคซีนพาสปอร์ต
แมตธิว เทย์เลอร์ ประธานสมาพันธ์สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ บอกว่า รัฐบาลควรเริ่มใช้แผนสำรองเลย ไม่ควรรอให้มีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นก่อน และเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตในช่วงหน้าหนาว
การเรียกร้องนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อ 19 ต.ค. ที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน บอกกับคณะรัฐมนตรีว่า สหราชอาณาจักรกำลังจะเผชิญ "ฤดูหนาวที่ยากลำบาก"
อย่างไรก็ดี โฆษกนายกรัฐมนตรีบอกว่า ไม่มีแผนที่จะใช้แผนสำรอง แต่ "แน่นอนว่าเราก็กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเรื่องที่มีคนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น"