ทำแท้ง : วันยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยสากล กับประสบการณ์ของหญิง 5 คน ใน 3 ทวีป

ที่มาของภาพ, Getty Images/BBC
การทำแท้งควรเป็นเรื่องถูกกฎหมายไหม นี่คือคำถามที่ยังถกเถียงกันอยู่ทั่วโลก
รัฐเทกซัส ของสหรัฐอเมริกา เพิ่งประกาศใช้กฎหมายห้ามผู้หญิงตั้งครรภ์แค่ 6 สัปดาห์ทำแท้ง ขณะที่ในเม็กซิโก รัฐโกอาวีลาเพิ่งเปลี่ยนให้การทำแท้งเป็นเรื่องถูกกฎหมาย
"ความจริงก็คือ การเข้าถึงการทำแท้งเป็นเรื่องไม่แน่ไม่นอนมาตลอด และก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่" อณู คูมาร์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเพื่อสิทธิด้านการทำแท้งและคุมกำเนิด Ipas ในสหรัฐฯ ให้ความเห็น
แต่เธอเชื่อว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง "ตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา มีมากกว่า 40 ประเทศที่เปลี่ยนแปลงกฎหมายด้านการทำแท้งให้เสรีมากขึ้น"
ทุกวันที่ 28 ก.ย. นานาชาติจัดให้เป็นวันยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยสากล (Safe Abortion Day) โดยคำขวัญสำหรับการรณรงค์ในปีนี้คือ "Safe Abortion Is Essential Healthcare" หรือ ยุติการตั้งครรภ์คือบริการสุขภาพที่จำเป็น โดยใช้แฮชแท็กในการรณรงค์ว่า #MakeUnsafeAbortionHistory (#ให้การแท้งไม่ปลอดภัยจบที่รุ่นเรา)
ในไทย เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 และ 305 ทำให้การทำแท้งช่วงที่อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ไม่มีความผิด จากเดิมที่การทำแท้งในเกือบทุกกรณีเป็นความผิด มีโทษจำคุกและปรับ
ในวันยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยสากล บีบีซีขอให้ผู้หญิง 5 คนจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมาบอกเล่าประสบการณ์ที่การยุติการตั้งครรภ์ของพวกเธอ
"ฉันรู้ทันทีว่าไม่อยากให้ชายคนนี้เป็นพ่อของลูก" - ซานดรา, กรุงเทพฯ
กว่าจะรู้ตัว ซานดรา (นามสมมติ) ก็ตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์แล้ว
"ฉันรู้ทันทีว่าไม่อยากให้ชายคนนี้เป็นพ่อของลูก" เธอเล่าให้บีบีซีฟัง "เขาเป็นแค่คู่นอน และฉันก็ยังมีหน้าที่การงานรออยู่"
จากนั้น เธอจึงได้ขอความช่วยเหลือจากกลุ่ม "ทำทาง" ซึ่งคอยช่วยเหลือผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แต่ยังไม่พร้อมจะมีลูก
"ในที่สุดฉันก็ตามหาคลินิกเจอ แต่ก็รู้สึกว่าแทบจะรับไม่ไหวในคืนก่อนวันนัดทำแท้ง"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ก่อนเดือน ก.พ. ปีนี้ การทำแท้งยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายในไทยนอกเสียจากจะเป็นจากการข่มขืน เป็นการตั้งครรภ์จากการกระทำของสมาชิกในครอบครัวตัวเอง หรือการตั้งครรภ์นั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพของแม่ ซานดราพยายามจะทำแท้งเมื่อปี 2019 ซึ่งยังถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายอยู่
"ฉันนั่งคิดว่าควรบอกว่าตัวเองโดนล่วงละเมิดทางเพศดีไหม หรือจะน่าสงสารพอไหมถ้าบอกว่าไม่มีเงินจะเลี้ยงลูก ฉันคิดหลายอย่าง"
ในวันที่ไปทำแท้ง เธอต้องทำแบบสอบถามเพื่อเล่าถึงระดับความเครียดที่กำลังรู้สึกอยู่ เธอคิดขึ้นมาว่าการที่อายุ 27 ปี และมีรายได้เพียงพอ จะกลายเป็นผลเสียหรือเปล่า
"ฉันไม่มีใคร และรู้สึกเหมือนทุกคนกำลังตัดสินฉันอยู่ ...ฉันไม่สามารถบอกเพื่อนสนิทได้ เพราะว่าในวัฒนธรรมเรา มีหลายความเชื่อมากที่ต่อต้านการทำแท้ง มีแม้กระทั่งรายการทีวีที่พยายามชวนเชื่อว่าผู้หญิงที่ทำแท้งจะมีผีที่เป็นทารกเกาะหลังเธอไปตลอดชีวิต"
แต่พอถึงเวลาจริง การผ่าตัดก็ใช้เวลาแค่ 15 นาที และซานดราก็สามารถกลับไปทำงานได้ในช่วงบ่าย
"ฉันพยายามบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร จนกระทั่งไปเห็นคนแสดงความคิดเห็นอย่างน่ารังเกียจเรื่องการทำแท้งบนโซเชียลมีเดีย และก็เริ่มร้องไห้"
ซานดราบอกว่า เธอหวังว่าวันหนึ่ง ผู้หญิงจะสามารถเป็นเจ้าของร่างกายตัวเองได้อย่างแท้จริง "...เพราะว่าไม่ว่ากฎหมายจะเสรีมากขึ้นแค่ไหน ก็ยังมีตราบาปที่คอยควบคุมพวกเราอยู่ดี"
"ยิ่งเราพูดเรื่องการทำแท้งอย่างเปิดเผยมากเท่าไหร่ ชุมชนของเราก็จะแข็งแกร่งมากขึ้น" - แอริน, สหรัฐฯ
แอรินทำแท้งครั้งแรกเมื่ออายุ 28 ปี และครั้งล่าสุดเมื่อตอนอายุประมาณ 36 ปี
"ฉันเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนผิดปกติที่เคยทำแท้งมาหลายครั้ง" แอรินเล่า "อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ทำงานเคลื่อนไหวด้านสิทธิในการทำแท้ง ฉันเพิ่งเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติมาก"
แอรินเติบโตมาในสังคมที่เคร่งศาสนาและไม่ยอมรับการทำแท้ง "ฉันรู้สึกละอายและอายที่จะทำแท้ง และก็ไม่ได้ติดต่อหาครอบครัวหรือเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ
"โดยเฉพาะหลังจากการทำแท้งไปครั้งหนึ่งแล้ว ฉันรู้สึกว่าไม่สามารถขอความช่วยเหลือในการทำแท้งครั้งอื่น ๆ อีกได้"

ที่มาของภาพ, Getty Images
แอรินเล่าว่าเวลาประจำเดือนไม่มา ร่างกายเธอจะสามารถรู้สึกได้ทันทีว่าเริ่มตั้งครรภ์แล้ว
แอรินบอกว่าเธอไม่เคยรู้สึกลังเลเวลาจะทำแท้ง "ฉันไม่อยากจะเป็นแม่คน และฉันก็ไม่อยากจะเป็นพ่อแม่ของเด็กในความสัมพันธ์ครั้งไหน ๆ"
"ความคิดที่ว่าการทำแท้งเป็นเรื่องยากและเป็นการตัดสินใจที่สะเทือนใจสำหรับทุกคน ได้สร้างความเสียหายให้กับขบวนการต่อสู้เพื่อสิทธิในเรื่องการสืบพันธุ์"
แอรินเล่าถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวหลังจากการทำแท้งและเธอหวังว่าสักวันตราบาปเกี่ยวกับเรื่องนี้จะจางหายไป
ตอนนี้ แอรินทำงานให้กับองค์กรเพื่อสิทธิในการทำแท้งชื่อ "Shout Your Abortion" ในสหรัฐฯ โดยเธอบอกว่ามันช่วยทำให้เธอกล้าบอกเล่าประสบการณ์ตัวเองมากขึ้น
"ยิ่งเราพูดเรื่องการทำแท้งอย่างเปิดเผยมากเท่าไหร่ ชุมชนของเราก็จะแข็งแกร่งมากขึ้น และตราบาปเรื่องการทำแท้งก็จะจางหายไป เราสามารถช่วยกันเรื่องนี้ได้"
"ความอับอายทำให้ฉันตีตัวห่างออกจากสังคม" - อินดู, อินเดีย
อินดูรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ตอนอายุ 31 ปี และก็มั่นใจว่ายังไม่พร้อมจะเป็นแม่คน
"ฉันเพิ่งเริ่มต้นอาชีพเป็นศิลปิน และแฟนฉันก็รู้สึกเหมือนกัน"
อินดูเล่าว่าเธอไปหาสูตินรีแพทย์ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียน และกระบวนการทำแท้งก็ "ค่อนข้างง่าย" โดยใช้วิธีกินยา

ที่มาของภาพ, Getty Images
แต่ประสบการณ์อันยากลำบากเริ่มขึ้นหลังจากนั้น "ด้วยความที่การทำแท้งเป็นตราบาป ฉันต้องเก็บเงียบเรื่องนี้ และความอับอายทำให้ฉันตีตัวห่างออกจากสังคม"
"เลือดที่ไหลออกมามากหลังทำแท้งทำให้รู้สึกคลื่นไส้และก็กลัว ฉันร้องไห้ราวกับหัวใจกำลังจะสลาย"
ถึงทุกวันนี้ การทำแท้งก็ยังถือว่าเป็นรอยด่างพร้อยในสังคมอินเดียอยู่
"ฉันโกรธที่ต้องผ่านพ้นเรื่องนี้ทั้งในเชิงร่างกายและจิตใจ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องราวของคนสองคน ...ไม่ถึงปีหลังจากนั้น ฉันต้องเริ่มกินยาแก้อาการซึมเศร้า"
อินดูเล่าว่า ประสบการณ์ในครั้งนั้นส่งผลต่อความสัมพันธ์ครั้งต่อ ๆ มาของเธอ และเธอก็ไม่กล้ามีเซ็กส์ไปอีกนาน
"มองย้อนกลับไป ฉันรู้สึกว่าถ้ามีพื้นที่ให้พูดคุยเรื่องการทำแท้งอย่างเปิดเผยมากกว่านี้ อะไร ๆ ก็คงจะไม่เป็นแบบนี้"
"ในชุมชุนเรา การทำแท้งถือเป็นบาป" - โจเซอลีน, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
หลังคลอดลูกคนที่ 2 เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว โจเซอลีนพบว่าตัวเองตั้งครรภ์อีกครั้ง แต่ร่างกายมีอาการเหนื่อยล้า และไม่อยากอาหาร
เธอตัดสินใจทำแท้งเพราะเป็นห่วงสุขภาพของลูก และก็ได้แรงสนับสนุนจากสามีด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
แต่ตอนเป็นเด็ก โจเซอลีไม่เคยได้ยินว่ามีใครในชุมชนเธอที่ทำแท้งเลย "การทำแท้งเป็นเรื่องลับมาก และถือกันว่าเป็นบาป"
โจเซอลีนเล่าว่าต้องโน้มน้าวหมออยู่สักพักกว่าจะยอม "เขาไม่ยอมรับการตัดสินใจของฉันโดยตรง เขาให้คำแนะนำฉันต่าง ๆ นานา แต่ฉันขอร้องให้เขาทำให้"
เธอตัดสินใจทำแท้งที่บ้านเพื่อปิดเรื่องนี้เป็นความลับ "ฉันกลัวเพราะว่าไม่เคยทำมาก่อน แต่ก็มีความกล้า ...พยาบาลช่วยฉันให้ผ่านไปได้ และก็รู้สึกโล่งใจเมื่อทุกอย่างผ่านไป"
โจเซอลีนเล่าว่าการทำแท้งซึ่งเกิดขึ้นตอนเธออายุ 31 ทำให้เธอตระหนักเรื่องนี้มากขึ้น เธอเริ่มกินยาคุมกำเนิดแล้ว และมั่นใจว่าจะไม่ต้องทำแท้งอีก
"ฉันฝันว่าวันหนึ่งผู้หญิงจะมีเสรีภาพ" - มาเรีย, เม็กซิโก
มาเรียเติบโตมาในสังคมที่สอนว่าการทำแท้งคือฆาตกรรม เป็นเรื่องอันตรายมาก เป็นการฆ่าหั่นศพสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกนึกคิดและก็พูดได้แล้ว
แต่แล้วตอนเธอทำแท้งเมื่ออายุ 35 ปี เธอก็ได้ค้นแบบความจริงอีกแบบ
"ชั่วขณะนั้นทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก หมออธิบายกระบวนการให้ฉันฟังราวกับอธิบายถึงการรักษาโรคภัยไข้เจ็บอื่น ๆ" มาเรียเล่า

ที่มาของภาพ, Getty Images
"เธอไม่เคยตั้งคำถามฉัน ไม่เคยดุว่าฉัน ไม่เคยปฏิบัติราวกับฉันเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ ตอนนั้นฉันถึงได้เข้าใจว่าเรามีตราบาปเกี่ยวกับการทำแท้งฝังลึกแค่ไหน"
มาเรียเล่าว่าการเข้าถึงการผ่าตัดทำแท้งอย่างปลอดภัยเป็นเรื่องยากแม้จะเป็นเรื่องถูกกฎหมายในเม็กซิโกแล้ว เธอเลือกทำในคลินิกเอกชนแม้จะราคาแพงกว่า แต่ว่าอยากเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
"ครอบครัวฉันไม่รู้เรื่องการทำแท้ง ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แต่ฉันมั่นใจว่ามันจะเป็นเรื่องเจ็บปวดสำหรับบางคน เช่น แม่"
เธอจำได้ว่าตอนที่น้องสาวตัวเองเคยตั้งครรภ์ตอนอายุ 14 ปี มาเรียเสนอว่าควรให้น้องทำแท้ง
"พวกเขาเสียความรู้สึกมากที่เสนอทางเลือกนั้นขึ้นมา และฉันก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้อีกเลย"
ในที่สุด มาเรียก็เข้ารับการผ่าตัดซึ่งใช้เวลาราว 30 นาที โดยมีแฟนอยู่เคียงข้าง
"ยากที่จะเชื่อว่าในช่วงเวลาสั้น ๆ ได้มีการแก้ไขสิ่งที่ฉันคิดว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ติดไปตลอดชีวิตได้"
ตอนนี้มาเรียอายุ 38 ปีแล้ว และก็มั่นใจว่าไม่อยากจะมีลูก "ฉันและแฟนตัดสินใจไม่มีลูกเพราะตระหนักว่าภาระที่ตามมาสำหรับพ่อและแม่มีอะไรบ้างในโลกที่ซับซ้อนมากขนาดนี้"
"ฉันฝันว่าวันหนึ่งผู้หญิงจะมีเสรีภาพในการเลือกอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะให้อะไรเกิดขึ้นในชีวิตเราบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เกิดกับร่างกายเรา ฉันหวังว่าวันหนึ่งความฝันนี้จะเป็นจริงเหมือนกันในทุกดินแดน"










