โควิด-19 : วัคซีน 241 ล้านโดสทั่วโลกอาจสูญเปล่า หากประเทศร่ำรวยไม่รีบบริจาค

ที่มาของภาพ, Getty Images
ประธานาธิบดีโจ ไบเดนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดโควิดเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ซึ่งเขาได้ขอให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ รับปากว่าจะให้วัคซีนครอบคลุมประชากร 70% ทั่วโลกภายในเดือน ก.ย. 2022 แต่จากงานวิจัยพบว่า ประเทศร่ำรวยยังคงเก็บวัคซีนส่วนเกินไว้อยู่ และอาจจะต้องทิ้งวัคซีนจำนวนมากในอีกไม่นานนี้ ขณะที่หลายประเทศยังให้วัคซีนแก่ประชากรได้ไม่ถึง 2%
บาฮาร์ หญิงสาวชาวอิหร่านวัย 20 ปี ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ต่างจากสมาชิกในครอบครัวของเธอในอิหร่านที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับเพียง 1 โดส
ขณะกำลังขึ้นเครื่องบินไปยังอิหร่าน บาฮาร์รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบพ่อของเธอเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี แต่ก็กังวลกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาที่กำลังจะแพร่ระบาดในประเทศของเธอ
มีคนในครอบครัวของเธอต้องติดเชื้อในการระบาดระลอกที่ 2 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก หนึ่งในนั้นเป็นเพื่อนของครอบครัว หญิงคนนี้ล้มป่วยลงระหว่างเตรียมงานแต่งงานของลูกชาย และเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน นอกจากนี้ยังมีญาติที่อายุมากแล้วอีก 2 คนที่เสียชีวิตจากโควิด
บาฮาร์เป็นห่วงคุณยายของเธอมากเพราะเธอเพิ่งได้รับวัคซีนไปเพียง 1 โดส และยังคงรอรับวัคซีนโดสที่ 2 อยู่ ส่วนสมาชิกในครอบครัวอีก 2-3 คน ได้รับวัคซีนแล้ว แม้ในประเทศจะมีวัคซีนไม่มากนัก
แม้จะรู้ว่าตัวเองมีภูมิคุ้มกันโรคอยู่บ้างแล้วจากการฉีดวัคซีน แต่ก่อนจะเดินทางกลับสหรัฐฯ กักตัวอยู่ในบ้านเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ระหว่างนั้นเธอได้แต่กังวลว่าจะมีคนอื่น ๆ ในครอบครัวติดเชื้ออีกหรือไม่

ที่มาของภาพ, Bahar
ไม่นานหลังจากเดินทางกลับมายังสหรัฐฯ เธอได้ข่าวจากทางบ้านว่าพ่อของเธอป่วย บาฮาร์อยู่ไกลและกลัวจนทำอะไรถูก
"มันเหมือนกับเป็นความรู้สึกผิดของผู้รอดชีวิต" เธอกล่าว "ฉันออกมาจากอิหร่านโดยไม่เป็นอะไรเลย สุขภาพแข็งแรงดีมาก เพราะฉันได้รับวัคซีนไฟเซอร์แล้ว 2 เข็ม" พ่อของเธอหายป่วยแล้ว แต่ญาติที่อายุมากแล้วหลายคนเสียชีวิต "ฉันรู้สึกผิดมากที่รู้เช่นนั้น"
ความไม่สมดุลของปริมาณวัคซีนระหว่างประเทศต่าง ๆ ทำให้เกิดความแตกต่างกันอย่างมากทางสถิติ ผู้คนมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิดเลยแม้แต่โดสเดียว
ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า 75% ของวัคซีนป้องกันโรคโควิดอยู่ใน 10 ประเทศ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (Economist Intelligence Unit—EIU) ซึ่งเป็นหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจของนิตยสารดิอีโคโนมิสต์คำนวณว่า ครึ่งหนึ่งของวัคซีนทั้งหมดที่ผลิตขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้ มีการให้แก่คนราว 15% ของประชากรโลก ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกให้วัคซีนแก่ประชากรมากกว่าประเทศที่ยากจนที่สุด 100 เท่า
ในเดือน มิ.ย. สมาชิกกลุ่มจี 7 ซึ่งประกอบด้วยแคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ รับปากว่า จะบริจาควัคซีน 1 พันล้านโดสให้ประเทศยากจนในปีหน้า
"ฉันยิ้มเมื่อได้รับรู้เรื่องนี้" อาแกธ เดมาไรส์ หัวหน้าผู้เขียนรายงานเมื่อไม่นานนี้เกี่ยวกับปริมาณวัคซีนในโลกของ EUI และอดีตนักการทูตกล่าว "ฉันเคยได้ยินเรื่องนี้มามากแล้ว คุณรู้ไหม มันไม่เคยเกิดขึ้นจริง"
สหราชอาณาจักรรับปากว่าจะมอบวัคซีน 100 ล้านโดส จนกระทั่งปัจจุบันบริจาคไปแล้วไม่ถึง 9 ล้านโดส ประธานาธิบดีไบเดน รับปากว่าจะบริจาค 580 ล้านโดส ซึ่งในจำนวนนี้ สหรัฐฯ ได้ส่งมอบไปแล้วเพียง 140 ล้านโดส กลุ่มสหภาพยุโรปรับปากว่า จะบริจาค 250 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ แต่จนถึงขณะนี้บริจาคไปแล้วเพียง 8% ของจำนวนที่รับปากไว้เท่านั้น
ไม่ต่างจากประเทศรายได้ปานกลางหลายประเทศ อิหร่านซื้อวัคซีนจากโคแวกซ์ (Covax) โครงการระดับโลกที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization—WHO) เพื่อให้ได้วัคซีนที่จำเป็นมามากที่สุด โคแวกซ์ซื้อวัคซีนมาขายในราคาต่ำให้แก่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางและบริจาคให้แก่ประเทศยากจน
แต่โคแวกซ์ก็เผชิญกับปัญหาปริมาณวัคซีน ทางโครงการวางแผนที่จะส่งมอบวัควีน 2,000 ล้านโดสในปี 2021 โดยวัคซีนส่วนใหญ่จะมาจากโรงงานผลิตในอินเดีย แต่ในช่วงที่เกิดการระบาดระลอกสองในอินเดียช่วงเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลต้องออกคำสั่งห้ามส่งออก
นับจากนั้น โคแวกซ์ก็ต้องพึ่งพาวัคซีนที่ได้รับบริจาคจากประเทศร่ำรวยต่าง ๆ และปริมาณวัคซีนก็ลดลง ประเทศที่ได้รับวัคซีนจากโคแวกซ์ไปบางส่วน ยังให้วัคซีนแก่ประชากรได้ไม่ถึง 2%
"มีแนวโน้มว่าจะได้รับการจัดสรรวัคซีนในปริมาณที่น้อย มีการแจ้งล่วงหน้าไม่นาน และช่วงเวลาก่อนถึงวันหมดอายุก็สั้นลงกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้เกิดปัญหาสำคัญด้านการขนส่งวัคซีนไปยังประเทศต่าง ๆ ที่สามารถรับวัคซีนได้" ออเรเลีย เหงวียน กรรมการผู้จัดการของโคแวกซ์กล่าว
Airfinity บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ที่ทำการวิจัยปริมาณวัคซีนโควิดทั่วโลกระบุว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่องปริมาณวัคซีนในโลก ประเทศร่ำรวยได้สะสมวัคซีนส่วนเกินไว้อยู่ ผู้ผลิตวัคซีนต่าง ๆ กำลังผลิตวัคซีน 1.5 พันล้านโดสต่อเดือน โดยภายในสิ้นปีนี้จะมีวัคซีนที่ผลิตได้รวม 11,000 ล้านโดส
ดร.แมตต์ ลินลีย์ หัวหน้านักวิจัยที่ Airfinity กล่าวว่า "พวกเขากำลังผลิตวัคซีนจำนวนมาก มันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา"
ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอาจจะมีวัคซีนที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้ราว 1.2 พันล้านโดส ถึงแม้ว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนกระตุ้นให้ประชาชนแล้วก็ตาม
หนึ่งในห้าของวัคซีนจำนวนนี้หรือประมาณ 241 ล้านโดส อาจเสี่ยงที่จะสูญเปล่า ถ้าไม่ได้มีการบริจาคในอีกไม่นานนี้ มีแนวโน้มว่า ประเทศที่ยากจนจะไม่สามารถรับวัคซีนได้ ถ้าพวกเขาไม่มีเวลาเหลืออย่างน้อย 2 เดือนก่อนที่วัคซีนจะหมดอายุ

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ผมไม่คิดว่า ประเทศร่ำรวยโลภมาก มันเป็นเรื่องของการที่พวกเขาไม่รู้ว่า วัคซีนชนิดไหนได้ผลดีมากกว่า" ดร. ลินลีย์กล่าว "ดังนั้น พวกเขาจึงซื้อวัคซีนไว้หลายชนิด"
งานวิจัยล่าสุดของ Airfinity คาดหวังให้รัฐบาลต่าง ๆ เห็นว่า วัคซีนที่ดีมีจำนวนมากและพวกเขาไม่จำเป็นต้องเก็บวัคซีนส่วนเกินไว้ แต่สามารถบริจาควัคซีนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ได้ในตอนนี้ และมั่นใจได้ว่า จะมีการผลิตวัคซีนเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
"พวกเขาต้องการเตรียมตัวไว้ก่อน" อาแกธ เดมาไรส์ กล่าว "ยังมีเรื่องของแรงกดดันด้านการเมืองในประเทศด้วย เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนคงจะไม่พอใจนักที่เห็นว่า มีการบริจาควัคซีนออกไป ถ้าคนในประเทศยังต้องการวัคซีนอยู่"
รัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่าไม่ได้กักตุนวัคซีน และได้ทำข้อตกลงกับออสเตรเลียว่าจะแบ่งวัคซีนให้ 4 ล้านโดส ซึ่งออสเตรเลียจะคืนวัคซีนให้ในสิ้นปีนี้
"ปริมาณวัคซีนและการส่งมอบวัคซีน ได้รับการบริหารจัดการอย่างรอบคอบในสหราชอาณาจักร เพื่อให้วัคซีนแก่ผู้ที่มีสิทธิได้รับวัคซีนได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" โฆษกของกระทรวงสาธารณสุขและสังคมสงเคราะห์กล่าว
ออเรเลีย เหงวียน จากโคแวกซ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เพียงแต่รัฐบาลต่าง ๆ เท่านั้นที่ต้องลงมือทำ "ผู้ผลิตก็จำเป็นต้องผลิตวัคซีนให้ได้ตามที่ให้คำมั่นกับโคแวกซ์ด้วย และให้ความสำคัญกับโคแวกซ์มากกว่าข้อตกลงทวิภาคีที่ทำกับชาติต่าง ๆ ที่มีปริมาณวัคซีนเพียงพอแล้ว"
"ถ้าผู้ผลิตวัคซีนในโลกผลิตวัคซีนได้ 1.5 พันล้านโดสต่อเดือน คำถามที่คุณต้องถามคือ ทำไมประเทศยากจนถึงได้รับวัคซีนน้อยมาก ความต้องการของโคแวกซ์มีมากที่สุด รัฐบาลต่าง ๆ ควรสลับตำแหน่งในการรอคิว เพื่อที่เราจะสามารถได้วัคซีนที่สั่งไว้แล้วเร็วขึ้น"
สำหรับบาฮาร์และครอบครัวของเธอ วัคซีนเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือชีวิตจริง ๆ ของผู้คน เพื่อน และคนในครอบครัว ทุก ๆ 2-3 วัน เธอจะได้ยินเรื่องราวการจากไปของใครสักคน
เมื่อเพื่อน ๆ ที่มหาวิทยาลัยบอกว่า พวกเขาไม่ต้องการจะรับวัคซีน เธอเคยลองโต้แย้งกับพวกเขา แต่เธอไม่สามารถทำเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว มันทำให้เธออารมณ์เสีย
"ฉันแค่พยายามปล่อยมันไป แต่ทำใจยากจริง ๆ ที่เห็นคนที่ไม่ยอมใช้โอกาสพิเศษที่พวกเขามี"












