สปายแวร์ เพกาซัส: บริษัทอิสราเอลถูกกล่าวหาส่งเสริมรัฐบาลเผด็จการล้วงข้อมูลโทรศัพท์ฝ่ายตรงข้าม

สื่อหลายสำนักรายงานว่า NSO บริษัทเทคโนโลยีสอดแนมของอิสราเอลได้ขายสปายแวร์ที่ชื่อ "เพกาซัส" (Pegasus) ให้รัฐบาลเผด็จการหลายประเทศเพื่อใช้สอดส่องและล้วงข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้สื่อข่าว และทนายความที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล

ข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยออกมาระบุว่า มีเบอร์โทรศัพท์มากถึง 50,000 หมายเลขที่เชื่อว่าตกเป็นเป้าหมายการสอดแนมของลูกค้าบริษัท NSO

อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่ารายชื่อหมายเลขเหล่านี้ได้มาจากที่ใด และโทรศัพท์ที่อยู่ในรายชื่อนี้ได้ถูกล้วงข้อมูลไปจริงหรือไม่

ข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดย "ฟอร์บิดเดน สตอรีส์" (Forbidden Stories) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชนที่ถูกคุกคาม จากนั้นหนังสือพิมพ์ชื่อดัง อาทิ วอชิงตันโพสต์ ของสหรัฐฯ, เดอะการ์เดียน ของอังกฤษ, เลอมงด์ ของฝรั่งเศส และสำนักข่าวอีก 14 แห่งทั่วโลกได้นำไปรายงานเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา

ด้าน NSO ปฏิเสธข้อกล่าวหาครั้งนี้ โดยระบุว่า ซอฟต์แวร์ดังกล่าวมีขึ้นเพื่อใช้สอดส่องอาชญากรและผู้ก่อการร้าย โดยถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานในกองทัพ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยข่าวกรองของประเทศที่มีประวัติด้านสิทธิมนุษยชนที่ดีเท่านั้น

ในแถลงการณ์ของ NGO ระบุว่า การสืบสวนของฟอร์บิดเดน สตอรีส์ และองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่สื่อหลายสำนักนำมารายงานนั้น "เต็มไปด้วยการคาดเดาผิด ๆ และทฤษฎีที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน"

เพกาซัส ทำอะไรบ้าง

รายงานระบุว่า เพกาซัส จะเจาะเข้าโทรศัพท์ไอโฟนและแอนดรอยด์แล้วล้วงข้อมูลต่าง ๆ เช่น ข้อความสนทนา รูปภาพ และอีเมล ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ และแอบเปิดไมโครโฟนเพื่อดักฟังการสนทนา

การตรวจสอบโทรศัพท์ที่อยู่ในรายชื่อหมายเลขที่ตกเป็นเป้าหมาย พบว่ากว่าครึ่งมีหลักฐานบ่งชี้ถึงร่องรอยของเพกาซัส

มีข้อมูลว่า มีผู้สื่อข่าวราว 180 คนที่อยู่ในรายชื่อหมายเลขที่ตกเป็นเป้าหมายของสปายแวร์ชนิดนี้ อาทิ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเอเอฟพี, ซีเอ็นเอ็น, นิวยอร์กไทมส์, อัลจาซีรา และสื่ออื่นอีกหลายสำนัก

นอกจากนี้ยังมีผู้หญิง 2 คนที่ใกล้ชิดกับนายจามาล คาชูจกิ นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบียที่ถูกสังหารในตุรกีเมื่อปี 2018 และผู้สื่อข่าวชาวเม็กซิกันที่ชื่อ เซซิลิโอ ปิเนดา บีร์โต ซึ่งถูกสังหารที่ร้านล้างรถ

รายชื่อดังกล่าวยังรวมถึงประมุขของรัฐ และผู้นำรัฐบาลหลายคน ตลอดจนสมาชิกราชวงศ์อาหรับ และผู้บริหารธุรกิจต่าง ๆ

คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดว่าใครตกเป็นเป้าหมายการสอดแนมนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ในปี 2019 แอปพลิเคชันวอตส์แอปป์ (WhatsApp) ได้ฟ้องร้อง NSO โดยกล่าวหาว่าบริษัทอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับเพกาซัสในโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งานราว 1,400 ราย ในตอนนั้น NSO ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่บริษัทได้ถูกสั่งห้ามการใช้งานวอตส์แอปป์

บทวิเคราะห์โดย โจ ไทดี ผู้สื่อข่าวไซเบอร์

ข้อกล่าวหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ข้อมูลใหม่คือจำนวนของผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเป้าการสอดแนมครั้งนี้ ซึ่งมีผู้สื่อข่าวอยู่เกือบ 200 คน จาก 21 ประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเรื่องที่เรายังไม่ทราบเกี่ยวกับข้อกล่าวหานี้อยู่อีกมาก ซึ่งรวมถึงเรื่องที่ว่ารายชื่อเหล่านี้มาจากไหน และมีเบอร์โทรศัพท์กี่หมายเลขที่กำลังถูกล้วงข้อมูลอยู่

เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท NSO ได้ออก "รายงานความโปร่งใส" ที่ระบุถึงนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและคำมั่นสัญญาต่าง ๆ ของบริษัท แต่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้ว่านี่เป็นเพียง "โบรชัวร์ส่งเสริมการขาย" เท่านั้น

แม้ข้อกล่าวหาล่าสุดจะสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของบริษัท แต่ก็คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบทางด้านรายได้ เพราะปัจจุบันมีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถผลิตสินค้าเทคโนโลยีสอดแนมแบบที่ NSO ทำได้ และชัดเจนว่าตลาดสปายแวร์ที่ไม่มีการควบคุมเหล่านี้กำลังอยู่ในยุคเฟื่องฟู