เขตอาร์กติกในภาวะโลกร้อนถูก "หมีพิซลี" ลูกผสมหมีขั้วโลก-หมีกริซลี บุกยึดครอง

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่อภาวะโลกร้อนทำให้ผืนน้ำแข็งที่เคยกั้นขวางหมีสองชนิดในเขตอาร์กติกให้อยู่แยกห่างกัน กลับละลายหายไปเป็นบริเวณกว้าง ผลที่ได้ก็คือการพบรักต่างสายพันธุ์และประชากรหมีลูกครึ่ง ซึ่งกำลังเพิ่มจำนวนไปทั่วพื้นที่เขตหนาวเย็นโดยรอบขั้วโลกเหนือ
ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ซึ่งทำการศึกษาระบบนิเวศในเขตอาร์กติกพบว่า หมีพิซลี (Pizzly) ลูกผสมของหมีขั้วโลกหรือโพลาร์แบร์ (Polar bear) กับหมีสีน้ำตาลหรือหมีกริซลี (Grizzly) กำลังเพิ่มจำนวนประชากรขึ้นอย่างรวดเร็วในภูมิภาคดังกล่าว รวมทั้งรุกเข้าหากินในดินแดนทางตอนเหนือมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่หมีขั้วโลกซึ่งเป็นเจ้าถิ่นเดิมกำลังมีประชากรลดน้อยลงและอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์
รศ.ดร. ลาริสซา เดอแซนทิส นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ของสหรัฐฯ เผยถึงผลวิจัยดังกล่าวของเธอที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Global Change Biology ฉบับเดือนเมษายน โดยเธอได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Live Science ถึงเรื่องนี้ว่า
"โดยทั่วไปแล้วลูกผสมมักจะมีลักษณะต่าง ๆ ไม่สู้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมของบ้านเกิดเท่าใดนัก เมื่อเทียบกับรุ่นของพ่อแม่ แต่หมีพิซลีนั้นมีร่างกายที่ได้เปรียบต่อการหาอาหารในเขตอาร์กติกที่กำลังร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มันมีโอกาสอยู่รอดและขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต ยิ่งกว่าหมีขั้วโลกและหมีกริซลีด้วยซ้ำ" รศ.ดร. เดอแซนทิส กล่าวอธิบาย
"หมีขั้วโลกมีหัวกะโหลกทรงยาว ซึ่งเหมาะสำหรับการจับแมวน้ำผ่านรูในผืนน้ำแข็ง แต่ข้อเสียของมันก็คือมีฟันกรามที่เล็กและบดเคี้ยวของแข็งได้ไม่ดีนัก ทำให้มันเอาแต่กินชั้นไขมันของแมวน้ำเป็นอาหารเพียงอย่างเดียวเท่านั้น"

ที่มาของภาพ, KT MILLER / POLAR BEARS INTERNATIONAL
"แต่หมีพิซลีที่เป็นลูกผสมของมัน กลับมีฟันกรามที่ใหญ่และแข็งแกร่งกว่า สามารถเลือกกินอาหารได้หลากหลายชนิดเหมือนกับหมีกริซลี ซึ่งทำให้มันมีโอกาสอยู่รอดในภาวะที่ผืนน้ำแข็งเขตอาร์กติกกำลังละลายหายไป และสัตว์ในเขตหนาวหลายชนิดต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร"
ผลการสำรวจและวิจัยก่อนหน้านี้ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Arctic และ Biology Letters เมื่อปี 2017 ชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของหมีพิซลีสวนทางกับจำนวนประชากรของหมีขั้วโลก ซึ่งคาดว่าจะลดลงถึงกว่า 30% ในช่วงเวลาอีก 3 ทศวรรษข้างหน้า เนื่องจากผืนน้ำแข็งที่เป็นแหล่งหากินกำลังแตกตัวเล็กลงและละลายหายไป คิดเป็นพื้นที่ถึง 2 เท่าของรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือราว 870,000 ตารางกิโลเมตร
นายพรานชาวแคนาดาผู้หนึ่งเป็นผู้ค้นพบหมีพิซลีเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2006 ในตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นหมีขั้วโลก แต่เมื่อสังเกตดูอย่างถี่ถ้วนแล้วก็พบว่าใบหน้าของมันสั้นกว่า มีแถบสีน้ำตาลแซมอยู่กับขนสีครีม รวมทั้งมีหลังค่อมและอุ้งมือที่ยาวกว่า
ผลตรวจดีเอ็นเอจากซากของหมีพิซลียังยืนยันว่ามันเป็นหมีลูกผสมอย่างแท้จริง แต่การที่หมีขั้วโลกและหมีกริซลีเพิ่งแยกสายวิวัฒนาการออกจากกันเมื่อราว 500,000 ปีก่อน ทำให้มันยังมีพันธุกรรมใกล้เคียงกันมากพอ จนสามารถกลับมาผสมพันธุ์กันได้ โดยจะให้กำเนิดลูกผสมที่ไม่เป็นหมันและสามารถสืบพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย










