พลาสติกชนิดย่อยสลายได้ไม่ช่วยแก้วิกฤตขยะในจีน เหตุคนใช้กันมากจนย่อยสลายไม่ทัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, โจเอล กันเทอร์
- Role, บีบีซี นิวส์
พลาสติกแบบย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่ผลิตขึ้นมาเพื่อแก้วิกฤตขยะพลาสติกกับกำลังกลายเป็นวิกฤตเสียเอง เนื่องจากมีการผลิตและการใช้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนเกินขีดความสามารถในการย่อยสลาย
จีน ผู้ผลิตขยะพลาสติกรายใหญ่ที่สุดในโลก ได้ห้ามใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งและย่อยสลายไม่ได้หลายชนิดในปีนี้ ทำให้ผู้ผลิตหลายรายเร่งการผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพออกมา
กลุ่มกรีนพีซระบุในรายงานที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาว่า บริษัท 36 แห่งในจีนได้วางแผน หรือสร้างโรงงานผลิตพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพขึ้นอีกหลายแห่ง ทำให้ขีดความสามารถในการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 4.4 ล้านตันต่อปี หรือมากกว่า 7 เท่าในช่วงเวลาไม่ถึง 12 เดือน
กรีนพีซระบุว่า อุตสาหกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของจีน กำลังจะทำให้เกิดขยะพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพราว 5 ล้านตันต่อปีภายในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่การห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศจีน
พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพอาจจะย่อยสลายกลายเป็นจุลินทรีย์ แต่ส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้วิธีการทางอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ซึ่งต้องทำในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงเพื่อให้ย่อยสลายภายในเวลา 6 เดือน การถูกทิ้งตามหลุมขยะต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมปกติ วัสดุเหล่านั้นอาจจะใช้เวลานานกว่ามากในการย่อยสลาย และยังคงปล่อยคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศ
"หากไม่มีโรงงานย่อยสลายภายใต้การควบคุม พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพส่วนใหญ่ก็จะถูกทิ้งไว้ที่หลุมขยะ หรืออาจจะเลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ ถูกทิ้งลงในแม่น้ำและมหาสมุทร" ดร.มอลลี จงหนาน เจีย นักวิจัยพลาสติกภูมิภาคเอเชียตะวันออกของกรีนพีซกล่าว
"การเปลี่ยนจากพลาสติกชนิดหนึ่งไปใช้อีกชนิดหนึ่ง ไม่อาจช่วยแก้วิกฤตมลพิษพลาสติกที่เรากำลังเผชิญอยู่ได้" เธอกล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้เน้นย้ำในการกล่าวสุนทรพจน์หลายครั้งที่ผ่านมาถึงความสำคัญของการลดขยะพลาสติก แต่เมืองใหญ่หลายแห่งของจีนไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอในการจัดการกับการเพิ่มขึ้นของการผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ
บีบีซีได้พยายามติดต่อกระทรวงสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาของจีนเพื่อขอความเห็นในเรื่องนี้ แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ
ปัญหาพลาสติก
หนึ่งในความท้าทายหลักเกี่ยวกับพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพคือ ความสับสนเกี่ยวกับความหมายของคำว่า "ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ"
พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพส่วนใหญ่มักไม่ค่อยถูกนำไปทิ้งในถังขยะสำหรับการย่อยสลายอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะ หรือขยะรีไซเคิลทั่วไปของครัวเรือน นั่นหมายความว่า ผู้บริโภคมักจะไม่มีช่องทางในการส่งบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพเหล่านี้ไปยังโรงงานอุตสาหกรรมที่สร้างขึ้นมาเพื่อกระบวนการย่อยสลายพลาสติก
"มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับพลาสติกที่หมดอายุการใช้งานแล้ว พลาสติกเป็นวัสดุที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ถ้ามันไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้หรือดีที่สุดคือนำกลับมาใช้ใหม่" ดร.ราเชล รอธแมน ผู้อำนวยการร่วมของศูนย์แกรนธัมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ กล่าว
"เพียงเพราะพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ นั่นไม่ได้หมายความว่า ต้องใช้ครั้งเดียวทิ้ง" เธอกล่าว "ความกังวลก็คือ ถ้าคนคิดว่าวัสดุย่อยสลายได้ทางชีวภาพ พวกเขาก็สามารถทิ้งได้ และการทิ้งขยะก็ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมก่อนที่มันจะย่อยสลายได้หมด"

ที่มาของภาพ, Getty Images
พลาสติกอีกประเภทหนึ่งที่สร้างขึ้นบางส่วนหรือทั้งหมดจากทรัพยากรชีวภาพ มักจะถูกเรียกว่า "พลาสติกชีวภาพ" ซึ่งไม่ได้หมายความว่า มันย่อยสลายได้ทางชีวภาพเสมอไป ผู้บริโภคอาจจะยิ่งรู้สึกสับสนเพิ่มขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนี้
โครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมที่จำเป็นสำหรับพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทั่วโลก นับตั้งแต่การเก็บขยะไปจนถึงการย่อยสลายภายใต้อุณหภูมิที่สูง ยังมีไม่เพียงพอที่จะรองรับปริมาณพลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นมา
"แน่นอนว่า นี่คือปัญหาทั่วโลก" ดร.รอธแมนกล่าว "สหราชอาณาจักรได้วางแนวทางการจัดการพลาสติกทั้งชนิดย่อยสลายได้ (compostable plastics) และพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (bio-degradable plastics)
"แม้ขณะนี้จะมีแนวทางการจัดการพลาสติกที่ย่อยสลายได้เร็ว แต่การพัฒนามาตรฐานสากลสำหรับพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพมีความยุ่งยากอย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากมีพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพหลายชนิด และอาจทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายอย่างเมื่อถูกทิ้งเป็นขยะ"
"เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาว่า วัตถุประสงค์ของพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพคืออะไร และคิดตั้งแต่ต้นถึงการจัดการมันหลังจากหมดอายุการใช้งานแล้ว"
การส่งออกขยะ
การศึกษาที่ตีพิมพ์ในเดือน ต.ค. ในวารสาร Sciences Advances ซึ่งได้ตรวจสอบข้อมูลจากปี 2016 ประเมินว่า สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตขยะพลาสติกรายใหญ่ที่สุดของโลกในปีนั้น ตามมาด้วยอินเดียและจีน ส่วนชาติในสหภาพยุโรป เมื่อคิดรวมกันแล้ว จะอยู่ที่อันดับสอง ทั้งที่มีประชากรเพียง 40% ของอินเดียและจีนเท่านั้น"
สหรัฐฯ ส่งขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลทางเรือไปยังประเทศอื่น ๆ ในปี 2017 เพียงปีเดียว จีนรับขยะพลาสติกจากยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ 7 ล้านตัน
นับตั้งแต่นั้น จีนได้ห้ามการนำเข้าขยะ 24 ประเภท ทำให้ประเทศอื่น ๆ รวมถึงมาเลเซีย, ตุรกี, ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย หันมานำเข้าขยะที่จีนไม่รับแทน แม้ว่าจะต้องจัดการกับปริมาณขยะพลาสติกมหาศาลในประเทศตัวเองอยู่แล้ว
แต่สุดท้ายแล้วประเทศผู้นำเข้าขยะบางประเทศก็ได้ส่งขยะพลาสติกนำเข้ามากลับคืนต้นทาง
รายงานของกรีนพีซซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. เตือนว่า การแทนที่พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งด้วยการผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพหลากหลายชนิดในปริมาณมหาศาล ไม่ใช่ทางออกของปัญหาขยะพลาสติก
"ต้องหยุด 'ขยะที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ' นี้ เราจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับผลกระทบและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการที่คนจำนวนมากใช้วัสดุเหล่านี้ และต้องมั่นใจว่า เราได้ลงทุนในทางออกต่าง ๆ ที่จะช่วยลดขยะพลาสติกอย่างแท้จริง" ดร.เจีย จากกรีนพีซ กล่าว
"ระบบบรรจุหีบห่อที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และการลดการใช้พลาสติกโดยรวม เป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลดีกว่ามาก ในการลดขยะพลาสติกในบ่อขยะและสิ่งแวดล้อม" เธอกล่าว










