LGBTQ+: แต่งงานเพศเดียวกัน, บริจาคเลือด, ห้ามบำบัดแก้เพศวิถี ประเด็นเด่นในปี 2020

ภาพธงสีรุ้ง มีเงาคนอยู่ข้างหลัง

ที่มาของภาพ, AFP

    • Author, เอกรินทร์ บำรุงภักดิ์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ปี 1990 องค์การอนามัยโลกนำการรักเพศเดียวกันออกจากบัญชีอาการเจ็บป่วยทางจิต แต่ 30 ปีผ่านไป ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่า การรักเพศเดียวกันเป็นอาการผิดปกติที่รักษาให้หายได้

ขณะเดียวกันการยอมรับคนรักเพศเดียวกันก็เพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ จนถึงขั้นมีการแก้ไขกฎหมายให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ และคนที่อยู่ในกลุ่มคนหลากหลายทางเพศหรือ LGBTQ+ ก็ได้รับโอกาสในแวดวงการเมืองมากขึ้น

ในรอบปีที่ผ่านมามีประเด็นที่น่าสนใจอะไรบ้างที่ถือเป็นความก้าวหน้าของกลุ่ม LGBTQ+

รักเพศเดียวกันรักษาหายได้ ?

อลัน ทิวริง นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้สามารถถอดรหัสอีนิกมาที่ช่วยทำให้สงครามโลกครั้งที่สองยุติลงเร็วขึ้นซึ่งเท่ากับรักษาชีวิตผู้คนไว้ได้จำนวนมาก เรื่องราวของเขาเคยได้รับการถ่ายทอดไว้ในภาพยนตร์เรื่อง The Imitation Game ซึ่งมีชื่อไทยว่า ถอดรหัสลับอัจฉริยะพลิกโลก

แม้สร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและต่อโลกใบนี้ แต่เขาก็ต้องเผชิญชะตากรรมที่น่าเศร้าเพียงเพราะเป็นคนรักเพศเดียวกัน ซึ่งในสมัยนั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมายของอังกฤษ

ในปี 1952 ทิวริงกลายเป็นอาชญากรฐาน "มีพฤติกรรมอนาจารกับชายอื่น" ถูกลงโทษด้วยการฉีดยาทำให้เป็นหมันและต้องเข้ารับเคมีบำบัดและฮอร์โมนเพื่อรักษาอาการรักเพศเดียวกัน ที่ถือว่าเป็นโรคในยุคนั้นด้วย สองปีต่อมา เขาเสียชีวิตจากยาพิษไซยาไนด์ ขณะมีอายุ 41 ปี และผลไต่สวนการเสียชีวิตชี้ว่า เขาฆ่าตัวตาย

อังกฤษได้ยกเลิกกฎหมายที่เอาผิดการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างคนเพศเดียวกันตั้งแต่ปี 1967 และคนเพศเดียวกันก็สามารถแต่งงานกันได้อย่างถูกกฎหมายตั้งแต่ปี 2014 แต่ปัจจุบันยังมีคนบางส่วนที่เข้ารับ "การบำบัดแก้เพศวิถี" ทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจ

ธนบัตร 50 ปอนด์ รุ่นใหม่ ที่มีภาพอลัน ทิวริง นักถอดรหัสและอัจฉริยะคอมพิวเตอร์ปรากฏบนธนบัตรซึ่งจะนำออกใช้ในช่วงปลายปี 2021

ที่มาของภาพ, Bank of England

คำบรรยายภาพ, ธนาคารชาติอังกฤษจะพิมพ์ธนบัตร 50 ปอนด์ รุ่นใหม่ ที่มีภาพอลัน ทิวริง นักถอดรหัสและอัจฉริยะคอมพิวเตอร์ปรากฏบนธนบัตรซึ่งจะนำออกใช้ในช่วงปลายปี 2021

การสำรวจกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในสหราชอาณาจักรจำนวน 108,000 คนเมื่อปี 2018 พบว่ามี 2% ที่เคยเข้ารับการบำบัดดังกล่าว และอีก 5% เคยได้รับการเสนอให้เข้ารับการบำบัด

ช่วงกลางเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ชายรักชายชาวอังกฤษวัย 74 ปีได้ออกมาเรียกร้องคำขอโทษ จากการที่แพทย์แนะนำให้เขาเข้ารับการบำบัดที่คลินิกจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมเมื่อ 50 ปีก่อน ขณะนั้น เขาถูกช็อกไฟฟ้าหลายครั้งต่อสัปดาห์ติดต่อกันนานหลายเดือน จนทำให้สุขภาพจิตแย่ และเป็นโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (post-traumatic stress disorder--PTSD) นานกว่า 40 ปี

เขาเล่าถึงรายละเอียดของวิธีการบำบัดว่า "ผมนั่งอยู่ในห้อง มีจอโปรเจ็กเตอร์และรูปภาพให้ดู มีการติดขั้วไฟฟ้าที่ข้อมือและข้อเท้าของผม"

"เมื่อภาพของผู้ชายฉายขึ้นแล้วคุณไม่เปลี่ยนไปภาพถัดไปในเวลาที่เร็วพอ คุณก็จะถูกช็อกด้วยไฟฟ้าอย่างรุนแรง แต่ถ้าเป็นภาพผู้หญิงฉายขึ้นมา ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

ห้ามบำบัดแก้เพศวิถี

มีการเรียกร้องให้ออกกฎหมายห้าม "การบำบัดแก้เพศวิถี" ในอังกฤษมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังไม่สำเร็จ ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การบำบัดแก้เพศวิถี "น่ารังเกียจอย่างยิ่ง" และ "ไม่ควรมีอยู่ในประเทศนี้" และรับปากจะเดินหน้าผลักดันเพื่อให้เกิดการห้ามขึ้น

คำว่า "บำบัดแก้เพศวิถี" หมายถึง การรักษารูปแบบใด ๆ หรือการบำบัดทางจิตวิทยาที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศของบุคคล หรือกดทับเอกลักษณ์ทางเพศของบุคคลไว้ไม่ให้แสดงออกมา

ก่อนหน้านี้ในปี 2016 มอลตากลายเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ห้ามเรื่องนี้

คำบรรยายวิดีโอ, ชายรักชายชาวจอร์แดน เผยประสบการณ์เข้ารับ "การบำบัดแก้เพศวิถี" จนทำให้พยายามฆ่าตัวตาย

ในปีนี้ หลายประเทศได้มีการห้ามเรื่องนี้แล้ว เช่น ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา รัฐสภาเยอรมนีได้ผ่านกฎหมายห้ามสิ่งที่เรียกว่า "การบำบัดแก้เพศวิถี" กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีทั่วประเทศ

ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับ 30,000 ยูโร (ประมาณ 1,090,000 บาท)

การวิจัยระบุว่า การบำบัดดังกล่าวอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าและเพิ่มความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายได้

ต่อมาในเดือนเดียวกันนี้ แอลเบเนียได้ห้ามการบำบัดแก้เพศวิถีเช่นเดียวกัน โดยสมาคมนักจิตวิทยาของแอลเบเนียประกาศห้ามสมาชิกเสนอให้บริการบำบัดเปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศ

ปีนี้อีกเช่นกัน สภาผู้แทนราษฎรของอิสราเอลได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายห้ามการบำบัดแก้เพศวิถี ถือเป็นประเทศแรกในตะวันออกกลาง หลังจากพรรคร่วมรัฐบาล 2 พรรคได้ร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้านลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ แต่จะต้องผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาอีก 2 ครั้งจึงจะบังคับใช้กฎหมายได้

เรื่องนี้เป็นประเด็นที่อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นในอิสราเอล เพราะกลุ่มเกี่ยวกับศาสนาไม่พอใจต่อร่างกฎหมายนี้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้นำทางศาสนามากกว่า 370 คนทั่วโลกจากหลากหลายศาสนา ร่วมลงนามในแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการห้ามบำบัดแก้เพศวิถี

แต่งงานเพศเดียวกัน

เริ่มตั้งแต่ต้นปี การแต่งงานระหว่างคนเพศเดียวกันในไอร์แลนด์เหนือสามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเปิดให้มีการลงทะเบียนขอแต่งงานตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. และคู่รักหญิงรักหญิงก็กลายเป็นคู่รักเพศเดียวกันคู่แรกที่เข้าพิธีแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายในไอร์แลนด์เหนือเมื่อ 11 ก.พ. และคนเพศเดียวกันในไอร์แลนด์เหนือเพิ่งได้รับอนุญาตให้จัดพิธีแต่งงานตามศาสนาได้เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่อังกฤษ เวลส์ และสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรเช่นกัน ให้การแต่งงานระหว่างคนเพศเดียวกันถูกกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2014

ผู้หญิงสองคนในชุดแต่งงานจูบกัน

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, โรบิน พีเพิลส์ และ ชาร์นี เอ็ดเวิร์ดส์ คู่แต่งงานเพศเดียวกันคู่แรกในไอร์แลนด์เหนือ

ซาร์ก ซึ่งเป็นเกาะในช่องแคบอังกฤษ และเป็นเกาะที่เล็กที่สุดในบรรดา 4 เกาะหลักของช่องแคบนี้ ได้ให้กฎหมายแต่งงานของคนเพศเดียวกันมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. 2020 หลังจากที่รัฐบาลอนุมัติร่างกฎหมายนี้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ซาร์กไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป แต่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐศักดินา (feudal state) ที่เป็นอิสระและมีขนาดเล็กที่สุดในยุโรป โดยมีรัฐธรรมนูญศักดินาฉบับสุดท้ายในโลกตะวันตก

ตามมาด้วยคอสตาริกา ซึ่งกฎหมายแต่งงานของคนเพศเดียวกันมีผลบังคับใช้ช่วงปลายเดือน พ.ค. ถือเป็นประเทศแรกในแถบอเมริกากลางที่ให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้เท่าเทียมกับคนต่างเพศ

ส่วนมอนเตเนโกร คนเพศเดียวกันยังแต่งงานกันไม่ได้แต่ก็สามารถจดทะเบียนเป็นคู่ชีวิตกันได้อย่างถูกกฎหมายเมื่อ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา

โป๊ปหนุนจดทะเบียนคู่ชีวิต

คำสอนของศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกในปัจจุบันยังเรียกความสัมพันธ์ของคนเพศเดียวกันว่าเป็น "พฤติกรรมเบี่ยงเบน" แต่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักร ก็ทรงสนับสนุนการเป็นคู่ชีวิตของคนเพศเดียวกัน แม้ว่าพระองค์ทรงต่อต้านการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน

ในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "ฟรานเซสโก" (Francesco) ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตและการทรงงานของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส กำกับโดยเยฟเกนี อาฟีนีเอฟสกี พระองค์ตรัสว่า "คนรักเพศเดียวกันมีสิทธิ์ที่จะมีครอบครัว พวกเขาคือบุตรของพระเจ้า และมีสิทธิ์ที่จะมีครอบครัว ไม่มีใครควรจะถูกกีดกัน หรือต้องเผชิญกับความทุกข์เพราะเรื่องนี้"

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงแสดงจุดยืนในการสนับสนุนกฎหมายคู่ชีวิต เพื่อที่จะให้คนรักเพศเดียวกันได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

พระองค์ทรงแสดงจุดยืนในการสนับสนุนกฎหมายคู่ชีวิต เพื่อที่จะให้คนรักเพศเดียวกันได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เช่นเดียวกับสมัยที่ทรงเป็นอาร์ชบิชอปแห่งบัวโนสไอเรส แม้พระองค์ทรงต่อต้านการสมรสของคนเพศเดียวกันในช่วงที่อาร์เจนตินาให้การแต่งงานของคนเพศเดียวกันถูกกฎหมายในปี 2010 แต่ทรงสนับสนุนการจดทะเบียนคู่ชีวิตสำหรับคนรักเพศเดียวกันแทน

แต่การแสดงความเห็นด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนและหนักแน่นของพระองค์ก็ยังไม่ได้ส่งผลให้หลักคำสอนของศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกเปลี่ยนแปลงไป

ในปี 2003 สมณกระทรวงว่าด้วยคำสอนแห่งความเชื่อ (Congregation for the Doctrine of the Faith) ของวาติกัน ระบุว่า "การเคารพบุคคลที่เป็นคนรักเพศเดียวกันไม่อาจนำไปสู่การยอมรับพฤติกรรมของคนรักเพศเดียวกันหรือการยอมรับตามกฎหมายในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนรักเพศเดียวกันในทางใดได้"

ปัจจุบันมีอย่างน้อย 29 ประเทศและดินแดนที่คนเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

บริจาคเลือด

การบริจาคเลือดนับเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ หลายประเทศทั่วโลกมีกฎควบคุมการบริจาคเลือดจากชายรักชายและชายที่รักได้ทั้งสองเพศในช่วงที่เกิดวิกฤตการระบาดของเอชไอวี/เอดส์ ในทศวรรษ 1980 แต่ขณะนี้บางประเทศได้ยกเลิกการห้ามเช่นนี้แล้ว ขณะที่อีกหลายประเทศกำหนดให้บริจาคเลือดได้หลังการมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกันผ่านพ้นไประยะหนึ่ง

ถุงเลือดหลายถุง

ที่มาของภาพ, Science Photo Library

คำบรรยายภาพ, ศาลสูงสุดของบราซิลได้พิพากษาคว่ำกฎที่ห้ามชายรักชายและชายรักได้ทั้งสองเพศบริจาคเลือดหากพวกเขามีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกันภายในระยะเวลาไม่ถึง 12 เดือน

เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ศาลสูงสุดของบราซิลได้พิพากษาคว่ำกฎที่ห้ามชายรักชายและชายรักได้ทั้งสองเพศบริจาคเลือดหากพวกเขามีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกันภายในระยะเวลาไม่ถึง 12 เดือน

คดีนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลนานเกือบ 4 ปี ผู้พิพากษาศาลสูงสุด 7 คน จาก 11 คน ลงมติคว่ำกฎนี้ คำพิพากษานี้ถูกมองว่าเป็นชัยชนะด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในบราซิล

ส่วนในสหรัฐฯ มีการลดการจำกัดช่วงเวลาห้ามบริจาคเลือดลงจากเดิม 1 ปี เป็น 3 เดือน หลังการมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือน เม.ย. ในช่วงที่เกิดความกังวลว่าปริมาณเลือดจะไม่เพียงพอในช่วงวิกฤตโควิด

ส่วนในสหราชอาณาจักรกำลังจะมีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์การบริจาคเลือดเช่นกัน โดยจะมีผลในช่วงฤดูร้อนปี 2021 หลักเกณฑ์ใหม่จะมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมของแต่ละคน ไม่เกี่ยวกับเพศหรือรสนิยมทางเพศของบุคคลนั้น จากเดิมที่มีการห้ามชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายในช่วงไม่ถึง 3 เดือนบริจาคเลือด

หลังจากหลักเกณฑ์ใหม่บังคับใช้ ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายสามารถบริจาคเลือดได้เหมือนคนทั่วไป หากเขามีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่ของตัวเองเพียงคนเดียวนานกว่า 3 เดือน และไม่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่มีการใช้ยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ทั้งยาเพร็ป (Prep) ซึ่งเป็นยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ (Pre-exposure prophylaxis) และยาเป็ป (Pep) ซึ่งเป็นยาป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อ (Post-exposure prophylaxis) ภายในระยะเวลา 3 เดือนก่อนการบริจาคเลือด

ซูดานเลิกประหารเกย์

การมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกันเป็นเรื่องผิดกฎหมายในประเทศส่วนใหญ่ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ก่อนหน้านี้ กลุ่ม ILGA ซึ่งเป็นกลุ่มเรียกร้องสิทธิของ LGBTQ+ ระบุว่า ซูดานเป็น 1 ใน 6 ประเทศ ที่บังคับใช้โทษประหาร สำหรับคนที่มีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกัน ชาติที่เหลือ คือ อิหร่าน, ซาอุดีอาระเบีย, เยเมน, ไนจีเรีย และโซมาเลีย

ภาพมือกำลังจับกันอยู่

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กาบองได้ยกเลิกกฎหมายที่เอาผิดการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างคนเพศเดียวกัน ส่วนซูดานยังเอาผิดแต่ยกเลิกโทษประหารชีวิต

แต่เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซูดานได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตแล้ว แต่ก็ยังคงโทษจำคุกไว้อยู่

ตามกฎหมายเดิมของซูดาน ชายรักชายจะถูกเฆี่ยน 100 ครั้งในการทำผิดครั้งแรก และถูกจำคุก 5 ปี ในการทำความผิดครั้งที่ 2 จากนั้นจะถูกประหารชีวิตหากกระทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 3 ส่วนบทลงโทษใหม่จะเป็นโทษจำคุกระหว่าง 5 ปี ถึงตลอดชีวิต

ประเทศที่ก้าวหน้ากว่านั้นคือ กาบองได้ยกเลิกกฎหมายที่เอาผิดการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างคนเพศเดียวกันช่วงกลางปีที่ผ่านมา กลายเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในแถบซับซาฮาราที่คนเพศเดียวกันมีเพศสัมพันธ์กันได้อย่างถูกกฎหมาย

LGBTQ+ ในวงการเมือง

ส่วนในโลกเสรีที่มีการยอมรับการรักเพศเดียวกันมานานแล้ว กลุ่มคนหลากหลายทางเพศที่เปิดเผยตัวก็ได้รับโอกาสให้มีบทบาทมากขึ้นในแวดวงการเมือง ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา กลุ่มคน LGBTQ+ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่หลายคน

สหรัฐฯ กำลังจะมีวุฒิสมาชิกหญิงข้ามเพศคนแรก หลังจากที่ ซาราห์ แม็กไบรด์ จากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งในรัฐเดลาแวร์

ซาราห์ แม็กไบรด์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แม็กไบรด์ จะกลายเป็นคนข้ามเพศที่มีตำแหน่งสูงสุดในทางการเมืองของสหรัฐฯ

แม็กไบรด์วัย 30 ปี เคยทำงานเป็นโฆษกให้กับกลุ่มฮิวแมนไรต์แคมเปญ (Human Rights Campaign) ซึ่งสนับสนุนด้าน LGBTQ และเคยฝึกงานที่ทำเนียบขาวในสมัยที่นายบารัก โอบามา ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

"ฉันหวังว่า ค่ำคืนนี้จะแสดงให้เด็ก LGBTQ เห็นว่า ประชาธิปไตยของเรากว้างใหญ่เพียงพอสำหรับพวกเขาเช่นกัน" แม็กไบรด์ ทวีตข้อความหลังคว้าชัยเลือกตั้ง

เธอไม่ใช่ผู้สมัครข้ามเพศเพียงคนเดียวที่สร้างประวัติศาสตร์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เทย์เลอร์ สมอลล์ จากรัฐเวอร์มอนต์ วัย 26 ปี ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่สเตฟานี บายเออร์ส สร้างประวัติศาสตร์ในรัฐแคนซัส ในฐานะเป็นคนข้ามเพศผิวสีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภานิติบัญญัติของรัฐ

ในรัฐโอคลาโฮมา มอรี เทอร์เนอร์ กลายเป็นผู้สมัครที่ไม่ยึดติดกับการแบ่งเพศชายและหญิงคนแรกที่คว้าชัยได้เข้ามานั่งในสภานิติบัญญัติของรัฐ

ในรัฐนิวยอร์ก มอนแดร์ โจนส์ และริตชี ทอร์เรส กลายคนผิวดำที่เปิดเผยตัวว่าเป็นกลุ่ม LGBTQ คนแรกที่ชนะการเลือกตั้งได้เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ

คำบรรยายวิดีโอ, คุณพ่อวัย 90 ปี ตัดสินใจเปิดเผยตัวกับลูกสาวว่า เป็นชายรักชาย