100 Women: นักโทษการเมืองอียิปต์เผยประสบการณ์ถูกบังคับให้ "ตรวจพรหมจรรย์"
เอสรา (นามสมมุติ) ถูกจับเข้าเรือนจำในข้อหาก่อการร้ายหลังจากเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงในอียิปต์ เธอเปิดเผยถึงประสบการณ์ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยการถูกบังคับให้ "ตรวจพรหมจรรย์" ในระหว่างที่ถูกคุมขัง
เรื่องราวของเอสราได้รับคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ 100 Women หรือผู้หญิง 100 คนจากทั่วโลก ผู้เป็นแรงบันดาลใจและทรงอิทธิพลประจำปี 2020 ของบีบีซี
เอสราถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเธอเพื่อเปิดเผยให้เห็นถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบของการ "ตรวจพรหมจรรย์" ในผู้หญิง ซึ่งแม้จะเป็นสิ่งผิดกฎหมายในหลายประเทศ โดยที่องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และองค์การอนามัยโลกต่างระบุชัดเจนว่า ไม่มีการตรวจใดที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเด็กหญิงหรือผู้หญิงเคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ แต่ปัจจุบันยังคงมีการตรวจเช่นนี้เกิดขึ้นในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก
เมื่อปี 2017 องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอทช์ได้เรียกร้องให้อินโดนีเซีย ยุติการตรวจพรหมจรรย์ผู้สมัครตำรวจและทหารหญิง โดยชี้ว่า การตรวจเช่นนี้เป็นรูปแบบของความรุนแรงบนพื้นฐานทางเพศอย่างหนึ่ง และการปฏิบัตินี้ไม่ได้รับการเชื่อถืออย่างกว้างขวาง โดยเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2014 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ออกแนวปฏิบัติที่ระบุว่า "ไม่ให้การรับรองการตรวจพรหมจรรย์ หรือ "การตรวจสอบโดยใช้ 2 นิ้ว" เพราะไม่มีความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์"
การตรวจสอบพรหมจรรย์ เป็นการ "การตรวจสอบโดยใช้ 2 นิ้ว" เพื่อดูว่าเยื่อพรหมจารีของผู้สมัครหญิงอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ แต่การตรวจเช่นนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือในทางวิทยาศาสตร์ ผู้หญิงที่ผ่านการตรวจเปิดเผยกับฮิวแมนไรท์วอทช์ว่า รู้สึกเจ็บ อับอาย และเกิดบาดแผลในจิตใจ
นานาชาติถือว่า "การตรวจพรหมจรรย์" ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะที่ระบุว่า "บุคคลจะถูกทรมาน หรือได้รับการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือต่ำช้ามิได้" ซึ่งอยู่ในข้อ 7 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) และข้อ 16 ของอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน


