สามเรื่องเล่าอันขมขื่นจากชีวิตที่ไร้ความเท่าเทียมของหญิงในอินเดีย

ภาพประกอบ

บีบีซีอินเดีย ได้จัดทำรายงานซีรีย์ #HerChoice เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตจริงของผู้หญิง 12 คน ในประเทศที่ยังคงมีค่านิยมและความเชื่อแบบเก่า ต่อไปนี้เป็น 3 รายงานแรกจากคำบอกเล่าของพวกเธอ:

'ความลับที่ยิ่งใหญ่ของฉัน'

ฉันโกหกสามีท่ามกลางเดิมพันที่สูงมาก ตอนฉันอายุ 20 ฉันคลอดลูกมาแล้วถึงสี่คน ฉันทำงานเป็นแม่บ้านในขณะที่สามีนำเงินที่ฉันหามาได้ไปดื่มเหล้า เขาทุบตีฉันเป็นประจำ และชอบบังคับขืนใจฉันบนเตียง

แม่บอกไม่ให้ฉันเลิกกับเขาซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาในสังคม ดังนั้นแม้จะเจ็บปวดและทรมาน แต่ฉันก็อดทนรับเอาไว้

วันหนึ่งนายจ้างถามว่า ฉันอยากทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองบ้าง ฉันจึงเล่าว่ากลัวอยู่ตลอดเวลาว่าจะตั้งท้องอีก เธอจึงบอกให้ฉันไปทำหมัน และอธิบายว่าการผ่าตัดจะช่วยฉันได้อย่างไร ซึ่งยิ่งคิดทบทวนฉันก็ยิ่งเห็นว่ามันคือเรื่องจำเป็น

แต่จะทำอย่างไรหากสามีจับได้? มันอาจจะยิ่งทำให้เขาดื่มเหล้าหนักขึ้น ทำร้ายฉันบ่อยขึ้น และฉันจะต้องเจ็บปวดยิ่งขึ้น

คำแนะนำทำหมัน

แม้ฉันจะไม่ค่อยมั่นใจแต่ก็หวังว่าอย่างน้อย หากทำหมันแล้วจะสามารถกำหนดส่วนหนึ่งของชีวิตตัวเองได้ ในที่สุดฉันก็รวบรวมความกล้าและเข้ารับการผ่าตัดโดยไม่ได้บอกสามีหรือลูก ๆ เลย

ตอนนี้ผ่านมา 10 ปีแล้ว และการทำหมันยังคงเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ของฉัน - แต่เป็นความลับที่ฉันภาคภูมิใจ

(รวบรวมคำบอกเล่าโดย ดิวยา อารยา - บีบีซี)

'ได้เกิดใหม่'

คืนนั้นเป็นคืนแต่งงาน ฉันอายุ 35 ปี เป็นสาวบริสุทธิ์ และตอนฉันเข้าไปในห้องนอนก็หวังว่าสามีจะกอดฉันไว้แน่นและจูบฉันไปทั่ว แต่เขากลับนอนหลับ

พอฉันถามถึงเรื่องนี้ในตอนเช้า เขาบอกว่าไม่สบาย แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คืนที่สอง สาม และอีกหลายคืนต่อมาก็เหมือนเดิม

การมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันอึดอัด แต่เขาแทบจะไม่พูดกับฉันเลย และไม่เคยแตะต้องตัวฉันด้วย

เกิดใหม่

ในที่สุดฉันก็ได้รู้ว่าสามีไร้สมรรถภาพทางเพศ เขาและพ่อแม่ของเขารู้มาตลอด แต่หลอกให้ฉันแต่งงานด้วยโดยไม่บอกความจริง

ทุกคนรอบ ๆ พยายามบอกฉันว่าให้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และยอมรับเรื่องนี้ว่าเป็นความจริงของชีวิต แต่ฉันไม่สามารถอยู่กับความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ต่อไปได้ จึงตัดสินใจเลิกกับสามี ซึ่งพ่อแม่ของฉันไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้ และไม่ยอมให้ฉันกลับไปอาศัยอยู่ด้วย

แต่ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อน ฉันจึงได้ไปอาศัยที่หอพักหญิงและหางานทำ จากนั้นก็ฟ้องหย่า

ครอบครัวของสามีฉันพยายามปกปิดเรื่องที่เขาไร้สรรถนะทางเพศ โดยกล่าวหาว่าฉันนอกใจ ซึ่งฉันต้องใช้เวลาถึง 3 ปีเพื่อดำเนินคดีหย่าร้าง แต่เมื่อทำได้สำเร็จก็รู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง

ยังมีคนจำนวนมากประณามฉันจากสิ่งที่ทำลงไป แต่ฉันหวังว่าเขาจะเข้าใจว่าผู้หญิงก็มีความรู้สึกและความต้องการเช่นกัน

(รวบรวมคำบอกเล่าโดยอิชวารยา ราวิชันเกอร์ - บีบีซี ภาคภาษาทมิฬ)

'ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย'

ตอนที่ฉันและมุสตาฟา ตกหลุมรักกัน ฉันไม่ได้สนใจว่าเราไม่ได้มาจากประเทศเดียวกัน นับถือศาสนาต่างกัน และเป็นคนต่างวรรณะ

ฉันนับถือศาสนาคริสต์ และมาจากเมืองเล็ก ๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ส่วนมุสตาฟานับถือศาสนาอิสลามและมีเชื้อสายมาจากแอฟริกา การจะวางแผนอนาคตร่วมกันดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ เพราะพื้นเพครอบครัวของเราแตกต่างกันมาก ซึ่งการแต่งงานลักษณะนี้ในอินเดียจะถูกมองว่ามีมลทิน

แต่ตอนฉันอายุ 21 ปี หลังจากที่ความสัมพันธ์แบบอยู่กินด้วยกันมาหนึ่งเดือนจบลง ฉันก็ตั้งท้องกับเขา

ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย

ฉันบอกเพื่อน ๆ ว่าจะเก็บเด็กไว้ แต่พวกเขาหาว่าฉันเสียสติ และพอฉันบอกมุสตาฟา เขาก็ไม่ยอมเชื่อว่าเด็กเป็นลูกของเขา และอ้างเหตุผลหลายข้อเพื่อให้ฉันทำแท้ง

พ่อแม่ของฉันโกรธมาก โดยเฉพาะเรื่องที่ฉันจะคลอดลูกผิวสีซึ่งไม่ได้เกิดจากพ่อที่นับถือศาสนาเดียวกัน และมาจากต่างวรรณะ

ฉันกลัวและไม่มีใครที่จะหันไปพึ่งได้เลย ฉันไม่มีแม้กระทั่งอาชีพที่มั่นคง

แต่เพื่อนของฉันคนหนึ่งได้ยื่นมือเข้ามาช่วยในช่วงเวลาที่แสนยากลำบากนั้น โดยให้ยืมรถขับไปพบหมอ และในวันที่ฉันคลอดลูกเพื่อนก็เป็นคนพาไปส่งโรงพยาบาล

ฉันให้กำเนิดลูกชาย และในทันทีที่ได้เห็นเขา ฉันก็รู้สึกว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ตอนนี้ฉันอายุ 29 ปีแล้ว ส่วนลูกชายอายุ 6 ขวบ ฉันผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก็จริง แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น และพอใจในตนเอง

(รวบรวมคำบอกเล่าโดยสินธุวาสินี ตรีพาที - บีบีซี ภาคภาษาฮินดี)