การขริบอวัยวะเพศหญิง: ประสบการณ์แสนทุกข์ทรมานจากปากคำหญิงโซมาเลีย

Hibo Wardere

ที่มาของภาพ, Helen Mockridge

คำบรรยายภาพ, ฮิโบ วาร์เดเร คือหนึ่งในผู้ตกเป็นเหยื่อการขริบอวัยวะเพศ ปัจจุบันเธอเป็นนักเขียนและนักรณรงค์ต่อต้านการขริบอวัยวะเพศหญิง

เด็กหญิงและสตรีราว 200 ล้านคนทั่วโลกต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกขริบอวัยวะเพศหญิง (Female Genital Mutilation หรือ FGM) ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่โหดร้ายทารุณ และองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ชี้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะไม่เพียงจะส่งผลกระทบทางกาย แต่ยังก่อให้เกิดบาดแผลทางใจในระยะยาวด้วย

ยูเอ็นรณรงค์ให้ทั่วโลกยุติการขริบอวัยวะเพศหญิงอย่างสิ้นเชิง โดยกำหนดวันที่ 6 ก.พ. ของทุกปี เป็นวันสากลต่อต้านการขริบอวัยวะเพศหญิง

ยูเอ็นประเมินว่าสตรีและเด็กหญิงราว 200 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 20 ของเด็กหญิงและสตรีทั่วโลกตกเป็นเหยื่อการขริบอวัยวะเพศหญิง

An FGM "cutter" in Kenya shows the razorblade she uses to cut girls' genitals

ที่มาของภาพ, Barcroft Media via Getty Images

คำบรรยายภาพ, คนขริบอวัยวะเพศหญิงในเคนยา โชว์ใบมีดโกนที่เธอใช้ในการขริบอวัยวะเพศเด็กหญิง

ฮิโบ วาร์เดเร วัย 48 ปี เป็นหนึ่งในเหยื่อของการขริบอวัยวะเพศหญิง เธอเติบโตขึ้นในประเทศโซมาเลีย ซึ่ง 98% ของผู้หญิงอายุ 15-49 ปี ถูกบังคับให้ขริบอวัยวะเพศ

ฮิโบถูกจับขริบอวัยวะเพศเมื่ออายุเพียง 6 ขวบ ซึ่งรูปแบบการขริบอวัยวะเพศที่เธอถูกกระทำนั้นจัดอยู่ในแบบที่ 3 ตามคำนิยามขององค์การอนามัยโลก นั่นคือ การตัดทั้งแคมใหญ่และแคมเล็กออกแล้วเย็บปิดอวัยวะเพศให้เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ ขนาดเท่าไม้ขีดไฟ

ฮิโบ บรรยายความเจ็บปวดในตอนนั้นว่าเหมือนถูกเอาเกลือหรือพริกมาทาที่บาดแผล การขริบอวัยวะเพศทำให้เธอไม่สามารถปัสสาวะได้ตามปกติ น้ำปัสสาวะที่ออกมาแต่ละหยดเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และต้องใช้เวลาในการปัสสาวะแต่ละครั้งนาน 4-5 นาที

ตอนอายุ 18 ปี ฮิโบย้ายไปอยู่อังกฤษ และตัดสินใจเข้าพบแพทย์ให้ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่เธอต้องทนทุกข์เวลาที่ปัสสาวะหรือมีประจำเดือน แม้ในตอนนั้นล่ามจะไม่ต้องการช่วยแปลสิ่งที่ฮิโบต้องการสื่อสารกับแพทย์ แต่แพทย์ดูเหมือนจะเข้าใจความต้องการของเธอเป็นอย่างดี ทำให้ในที่สุดฮิโบได้รับการผ่าตัดขยายช่องที่เคยถูกเย็บติดกัน และทำให้สามารถถ่ายปัสสาวะได้คล่องขึ้น อย่างไรก็ตามการผ่าตัดเป็นเพียงการแก้ปัญหาบางส่วนเท่านั้น เพราะแพทย์ไม่สามารถกู้คืนเนื้อเยื่อที่ไวต่อความรู้สึกซึ่งถูกตัดทิ้งไปได้

คำบรรยายวิดีโอ, การขริบอวัยวะเพศคืออะไร
Presentational white space

ฮิโบ บอกว่า แม้จะได้รับการผ่าตัดแก้ไขแล้วแต่ประสบการณ์เลวร้ายและความเจ็บปวดจากการถูกขริบอวัยวะเพศยังคงตามหลอกหลอนอยู่เสมอ และทำให้เธอไม่มีความสุขในการมีเพศสัมพันธ์ เพราะมีความกลัวฝังใจว่ากิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับอวัยวะเพศนั้นเป็นเรื่องที่เจ็บปวด

นอกจากนี้การคลอดบุตรคนแรกของฮิโบก็ไม่ต่างไปจากฝันร้าย เพราะนอกจากจะทำให้เธอต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลนานกว่าคนทั่วไปแล้ว เธอยังต้องต่อสู้กับความรู้สึกอับอายที่มีอวัยวะเพศผิดแปลกไปจากคนอื่นด้วย

ปัจจุบัน ฮิโบ ผ่านพ้นประสบการณ์เลวร้ายมาได้เพราะได้กำลังใจจาก "ยูซูฟ" สามี ที่เข้าใจและคอยสนับสนุนการที่เธอออกมารณรงค์ให้ความรู้และต่อสู้กับปัญหาการขริบอวัยวะเพศหญิง

รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำหนดให้การขริบอวัยวะเพศหญิงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในปี 2003 ซึ่งกลุ่มนักเคลื่อนไหวและตำรวจพยายามเข้าไปให้ความรู้เรื่องนี้แก่เด็กนักเรียนหญิงที่เสี่ยงจะถูกผู้ปกครองพาไปขริบอวัยวะเพศในต่างประเทศ ในช่วงปิดเรียนภาคฤดูร้อน

Tools used in Kenya

ที่มาของภาพ, Alamy

คำบรรยายภาพ, เครื่องมือที่ใช้ในการขริบอวัยวะเพศหญิงในเคนยา

ทั้งนี้ การขริบอวัยวะเพศหญิงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พบในหลายประเทศ โดยเฉพาะที่อินโดนีเซีย อียิปต์ และเอธิโอเปีย องค์การอนามัยโลกได้แบ่งวิธีการขริบออกเป็น 4 ประเภทด้วยกันคือ

  • ตัดปุ่มคลิตอริส
  • ตัดปุ่มคลิตอริสและแคมเล็ก
  • ตัดทั้งแคมใหญ่และแคมเล็กแล้วเย็บปิดอวัยวะเพศให้เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ
  • การขริบหรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นอันตรายหรือทำให้อวัยวะเพศพิการ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผลจากการขริบอวัยวะเพศทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อาทิ การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อในไต ซีสต์ ปัญหาการเจริญพันธุ์ การเจ็บปวดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงปัญหาด้านจิตใจระยะยาว โดยเหยื่อบางรายระบุว่า ผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้นรุนแรงกว่าโรคเครียดหลังประสบเหตุการณ์สะเทือนใจร้ายแรง (PTSD)