งบกลาโหม: อังกฤษทุ่มครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี ตั้งหน่วย "เอไอ" สู้ศึกไซเบอร์

ที่มาของภาพ, PA Media
"การปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัยครั้งหนึ่งในชั่วอายุคน" คือเรื่องจำเป็นสำหรับการแผ่ขยายอิทธิพลของอังกฤษ และการปกป้องคุ้มครองคนในชาติ นี่คือถ้อยแถลงที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน กล่าวในการชี้แจงแผนการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมต่อรัฐสภา
นายจอห์นสัน ประกาศแผนเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มอีก 2.41 หมื่นล้านปอนด์ (ราว 9.64 แสนล้านบาท) ในช่วง 4 ปีข้างหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.65 หมื่นล้านปอนด์ (ราว 6.6 แสนล้านบาท) จากแผนที่ประกาศไว้เดิม
เขาประกาศว่า รัฐบาลอังกฤษตั้งงบด้านกลาโหมไว้ 1.9 แสนล้านปอนด์ สำหรับใช้จ่ายใน 4 ปีข้างหน้า ถือเป็นสัดส่วน 2.2% ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า แผนงบประมาณใหม่นี้จะช่วยรักษางาน "หลายแสน" ตำแหน่ง และสร้างงานใหม่อีก 40,000 ตำแหน่ง ผ่านการพัฒนากองทัพให้ทันสมัยในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการก่อตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นทำงานด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence หรือ AI) ตลอดจนการสร้างกองกำลังความมั่นคงทางไซเบอร์เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยในโลกออนไลน์
"ผมตัดสินแล้วว่ายุคสมัยแห่งการตัดลดงบประมาณกลาโหมของเราจะต้องสิ้นสุดลง และมันได้จบลงแล้วในตอนนี้" นายจอห์นสันกล่าวในการแถลงผ่านการประชุมทางวิดีโอลิงก์ขณะกักตัวเฝ้าดูอาการของโรคโควิด-19 โดยเขาระบุว่าการเพิ่มงบประมาณครั้งนี้จะส่งผลดีไม่เฉพาะต่อกองทัพเท่านั้น
แผนพัฒนาด้านกลาโหมนี้มีอะไรบ้าง
นายจอห์นสันระบุว่า งบประมาณที่เพิ่มขึ้นจะนำไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยต่าง ๆ ตั้งแต่ยานอวกาศไปจนถึงยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีแผนการอื่น ๆ อาทิ
- ทำให้กองทัพเรืออังกฤษกลับมาเป็นมหาอำนาจในยุโรปอีกครั้ง ด้วยการพัฒนาเรือรบรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งรวมถึงเรือวิจัยอเนกประสงค์ เรือบรรทุกเครื่องบิน และเรือฟริเกต เพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรือของประเทศ
- ผลักดันระบบการป้องปรามอาวุธนิวเคลียร์ของสหราชอาณาจักรต่อไป
- ตั้ง "ศูนย์บัญชาการอวกาศ" แห่งใหม่ของกองทัพอากาศ โดยมีเป้าหมายในการส่งดาวเทียมและจรวดของอังกฤษขึ้นสู่อวกาศจากสกอตแลนด์ให้ได้ในปี 2022
- พัฒนาระบบการต่อสู้ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และโดรนในการต่อสู้กับศัตรูทางอากาศ
นายจอห์นสัน บอกกับสภาฯ ด้วยว่า ในปีหน้า เรือรบหลวงควีนเอลิซาเบธ ที่สามารถบรรทุกเครื่องบินได้ถึง 60 ลำ จะนำกองเรือของอังกฤษและพันธมิตรออกปฏิบัติการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มหาสมุทรอินเดีย และแถบเอเชียตะวันออก เพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรือสำคัญที่ "ลำเลียงสินค้ามาประเทศเรา"

อย่างไรก็ตาม นายเบน ซารันโก จากสถาบันเพื่อการคลังศึกษา (Institute for Fiscal Studies) ที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ระบุว่า แม้สิ่งที่ผู้นำอังกฤษประกาศจะดูเหมือนการเพิ่มงบประมาณกลาโหมขนานใหญ่ แต่ชี้ว่า ตัวเลข 1.65 หมื่นล้านปอนด์นั้น "เป็นการนำเสนอที่อาจสร้างความเข้าใจผิด"
นายซารันโก ระบุว่า "คงจะถูกต้องกว่าที่จะพูดว่า ภายในปี 2024-2025 จะมีการใช้จ่ายด้านกลาโหมเพิ่มขึ้น 7 พันล้านปอนด์ (ราว 2.8 แสนล้านบาท) เมื่อเทียบกับแผนงบประมาณเดิม"

ด้านฝ่ายค้าน คือ พรรคเลเบอร์ เห็นพ้องกับการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม แต่ได้ตั้งข้อสงสัยถึงที่มาของเงินงบประมาณที่จะเพิ่มขึ้นนี้
เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ แกนนำพรรคเลเบอร์ กล่าวหานายจอห์นสันว่าประกาศแผนงบประมาณครั้งนี้โดยไร้ยุทธศาสตร์ และถามว่ารัฐบาลจะหาเงินจากการตัดลดงบประมาณในส่วนอื่นหรือจะเพิ่มการเรียกเก็บภาษีจากประชาชน หรือจากทั้งสองอย่าง แต่นายจอห์นสัน ไม่ได้ตอบคำถามนี้ชัดเจน
ขณะที่นายจอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีกลาโหมเงาของพรรคเลเบอร์ แสดงความเห็นด้วยการแผนการของรัฐบาล โดยระบุว่า การเพิ่มงบประมาณกลาโหมจะช่วยยกเครื่องด้านการป้องกันประเทศของอังกฤษหลังจากถดถอยมานานนับสิบปี
การประกาศเพิ่มงบประมาณครั้งใหญ่นี้มีขึ้นในขณะที่สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญวิกฤตโรคโควิด-19 ระบาดครั้งใหญ่ โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 53,000 คน และมียอดสะสมของผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ 1.45 ล้านคน ขณะที่มีผู้ตกงานจากการล็อกดาวน์อย่างน้อย 1.62 ล้านคน









