จิลล์ ไบเดน: อาจารย์มหาวิทยาลัยผู้จะกลายเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ
ภาพของนางจิลล์ ไบเดน ยืนอยู่ในห้องเรียนที่เธอเคยสอนวิชาภาษาอังกฤษในช่วงทศวรรษที่ 1990 พร้อมกับกล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตหลังจากสามีของเธอได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนพรรคชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ คือภาพที่หลายคนยังจดจำได้ดี
หลังกล่าวชักชวนให้ชาวอเมริกันลงคะแนนเลือกสามีของเธอเป็นประธานาธิบดีเสร็จสิ้น นายโจ ไบเดนก็เดินเข้ามาสมทบกับภรรยา พร้อมกับกล่าวยกย่องคุณสมบัติของเธอว่าเหมาะสมในการเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของอเมริกา
"สำหรับทุกคนทั่วประเทศ ลองคิดถึงครูคนโปรดที่ช่วยให้คุณมีความเชื่อมั่นในตัวเอง นั่นคือสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง...ที่จิลล์ ไบเดน จะเป็น" นายไบเดน กล่าวในวิดีโอบันทึกคำปราศรัยตอนนั้น
แต่เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับผู้หญิงที่กำลังจะตามสามีของเธอเข้าสู่ประตูทำเนียบขาวผู้นี้


ที่มาของภาพ, Reuters
จิลล์ เจคอบส์ เกิดเมื่อเดือน มิ.ย. ปี 1951 ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เป็นลูกคนโตในบรรดาลูกสาว 5 คนของครอบครัว เธอเติบโตขึ้นมาในย่านวิลโลว์โกรฟ ชานเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย
ก่อนจะสมรสกับนายไบเดน เธอเคยแต่งงานกับนายบิล สตีเวนสัน อดีตนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลของวิทยาลัย
ทางด้านนายไบเดน ได้สูญเสียภรรยาคนแรก และลูกสาววัย 1 ขวบไปในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 1972 (ส่วนลูกชาย 2 คน คือ โบ และฮันเตอร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส) จิลล์เล่าว่าเธอได้รู้จักนายไบเดนผ่านการแนะนำจากพี่ชายของเขา 3 ปีหลังจากนั้น
ตอนนั้นนายไบเดนได้เป็นสมาชิกวุฒิสภาแล้ว ขณะที่เธอกำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัย
"ฉันเคยเดตแต่ผู้ชายที่สวมกางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ และเสื้อยืด แต่เขามาที่ประตูพร้อมกับเสื้อนอกแบบลำลอง และรองเท้าหุ้มส้น ตอนนั้นฉันคิดว่า 'คุณพระ เราคงไม่มีทางไปกันรอดอย่างแน่นอน'"
"เขาอายุมากกว่าฉันตั้ง 9 ปี ! แต่เราก็ไปดูหนังเรื่อง A Man and a Woman ที่โรงภาพยนตร์ในเมืองฟิลาเดลเฟีย แล้วปรากฏว่าเราเข้ากันได้ดีมาก" นางไบเดน เล่าถึงเดตครั้งแรกของทั้งคู่ไว้ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารโว้ก
ก่อนหน้านี้เธอเคยเล่าถึงการพูดคุยกันครั้งแรกของทั้งคู่ไว้ทางทวิตเตอร์ว่า
"'คุณได้เบอร์นี้มาได้ยังไง' นี่คือคำแรกที่ฉันพูดกับโจ ตอนที่จู่ ๆ เขาก็โทรมาชวนฉันออกไปข้างนอกในวันเสาร์หนึ่งของปี 1975"

ที่มาของภาพ, twitter/DrBiden

เธอเล่าว่า นายไบเดนขอเธอแต่งงานถึง 5 ครั้ง กว่าที่เธอจะตอบตกลง
"ฉันไม่อยากให้พวกเขา (ลูก ๆ ของนายไบเดน) ต้องสูญเสียแม่ไปอีกคน ฉันจึงต้องมีความแน่ใจเต็มร้อย" นางไบเดนเล่า
ทั้งคู่แต่งงานกันในนครนิวยอร์ก เมื่อปี 1977 แล้วแอชลีย์ลูกสาวของพวกเขาก็ถือกำเนิดในปี 1981
ระหว่างการปราศรัยสนับสนุนสามีชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในที่ประชุมใหญ่พรรคเดโมแครต นางไบเดนได้เล่าถึงครอบครัวและความยากลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญ
นายไบเดนสูญเสีย "โบ" ลูกชายคนโตไปด้วยโรคมะเร็งในสมองเมื่อเดือน พ.ค. 2015 ขณะมีอายุ 46 ปี
"ฉันรู้ว่าถ้าเรามอบความไว้วางใจให้โจดูแลประเทศนี้ เขาจะทำเพื่อครอบครัวของคุณเช่นเดียวกับที่เขาได้ทำเพื่อครอบครัวของเรา นำพวกเรามารวมกันเป็นหนึ่งเดียว แล้วโอบอุ้มพวกเราไปข้างหน้าในยามที่จำเป็น และเก็บรักษาคำมั่นสัญญาของอเมริกาไว้ให้พวกเราทุกคน" นางไบเดนกล่าว
อาชีพครู
นางไบเดน ปัจจุบันอายุ 69 ปี ทำงานในฐานะแม่พิมพ์ของชาติมาหลายทศวรรษ
เธอเรียนจบด้านการศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท 2 ใบ และยังคว้าปริญญาเอกด้านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ในปี 2007
ก่อนย้ายตามสามีไปอยู่ในกรุงวอชิงตันดีซี นางไบเดนเคยสอนหนังสือที่วิทยาลัยชุมชน โรงเรียนรัฐบาล และสอนคนไข้ที่โรงพยาบาลจิตเวชสำหรับผู้เยาว์
ขณะที่สามีดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา นางไบเดน ได้ทำงานเป็นอาจารย์ในภาควิชาภาษาอังกฤษที่วิทยาลัยชุมชนนอร์ทเทิร์น เวอร์จิเนีย
"การสอนไม่ใช่สิ่งที่ฉันทำ แต่มันคือตัวตนของฉัน" เธอระบุในทวิตเตอร์เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, twitter/DrBiden

การเมือง
นางไบเดนเคยเป็นสุภาพสตรีหมายเลขสองของสหรัฐฯ ตอนที่สามีของเธอเป็นรองประธานาธิบดีระหว่างปี 2009-2017
ในช่วงนั้นเธอได้ทำงานด้านการเมืองต่าง ๆ เช่น การส่งเสริมวิทยาลัยชุมชน การเป็นกระบอกเสียงให้ครอบครัวทหาร การให้ความรู้ประชาชนเรื่องการป้องกันมะเร็งเต้านม

ที่มาของภาพ, Reuters
นอกจากนี้ เธอยังทำโครงการ Joining Forces ร่วมกับนางมิเชลล์ โอบามา สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งในขณะนั้น ซึ่งให้ความช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัวให้สามารถเข้าถึงการศึกษาและการจ้างงาน
ในปี 2012 เธอได้ตีพิมพ์หนังสือสำหรับเด็กที่มีชื่อว่า Don't Forget, God Bless Our Troops ซึ่งเขียนขึ้นจากประสบการณ์หลานสาวของเธอที่โตมาในครอบครัวทหาร
นางไบเดนยังเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญของสามีเธอในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดนี้ โดยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ อีกทั้งยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดงานระดมทุนต่าง ๆ ให้สามี










