เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: ไบเดนมั่นใจคว้าชัยชนะ หลังโกยคะแนนคณะผู้เลือกตั้งรัฐมิชิแกน

ประท้วงในสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ประชาชนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันใจกลางกรุงนิวยอร์กเพื่อเรียกร้องให้ทางการเดินหน้านับคะแนนบัตรเลือกตั้งทุกใบ

ชาวอเมริกันและผู้คนทั่วโลกต่างก็ต้องรอคอยลุ้นผลการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งที่ 59 ซึ่งใช้เวลายาวนานกว่าปกติ โดยอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวัน ทำให้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครคือผู้ชนะภายในคืนเลือกตั้งอย่างเช่นที่ผ่านมา

ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งถึงกึ่งหนึ่งหรือ 270 คะแนนก่อน ถือว่าเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งและจะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป ซึ่งล่าสุดนายไบเดนได้ชัยชนะครั้งใหญ่ในรัฐมิชิแกน ทำให้ขึ้นแซงหน้าทรัมป์ที่ 243/214 คะแนน และเขยิบเข้าใกล้จุดตัดสินชี้ชะตาที่ 270 คะแนนเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายต่างก็ออกมาประกาศแสดงความมั่นใจว่า ตนเองจะสามารถคว้าชัยชนะได้อย่างแน่นอน เมื่อการนับคะแนนสิ้นสุดลง ในขณะที่ทีมงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์ กำลังยื่นฟ้องต่อศาลในหลายรัฐ เช่นเพนซิลเวเนีย จอร์เจีย และวิสคอนซิน เพื่อให้หยุดการนับคะแนนที่พวกเขามองว่าทุจริตและไม่เป็นธรรม สร้างความหวั่นเกรงว่าจะเกิดวิกฤตทางการเมืองและความวุ่นวายในการถ่ายโอนอำนาจไปยังประธานาธิบดีคนใหม่ได้

ในช่วงเช้าตรู่ถัดจากคืนที่เริ่มการนับคะแนน ยังคงเหลืออีก 7 รัฐที่การนับคะแนนยังไม่สิ้นสุด โดยในจำนวนนี้ถึง 5 รัฐเป็นสนามแข่งขันสำคัญที่อาจตัดสินชี้ชะตาของผู้สมัครได้โดยเด็ดขาด ได้แก่รัฐแอริโซนา, จอร์เจีย, เนวาดา, วิสคอนซิน และเพนซิลเวเนีย ซึ่งไบเดนและทรัมป์ต่างยังคงมีคะแนนสูสีกันในรัฐเหล่านี้เกือบทุกรัฐ แต่คาดว่ากว่าจะทราบผลที่เป็นทางการของบางรัฐได้ อาจต้องรอไปจนถึงวันที่ 6 -10 พ.ย. เลยทีเดียว

ช่วงแรกของการนับคะแนนในวันที่ 4 พ.ย. รัฐอินดีแอนาเป็นรัฐแรกที่รายงานผลเข้ามา โดยทรัมป์สามารถคว้าคะแนนเสียง 11 คะแนนไปครองได้ก่อนในรัฐดังกล่าว ตามมาด้วยชัยชนะของเขาในอีกหลายรัฐ ได้แก่เคนทักกี, เทนเนสซี, เวสต์เวอร์จิเนีย, อาร์คันซอ, เซาท์ดาโกตา, นอร์ทดาโกตา, แอละแบมา, เซาท์แคโรไลนา, เนบราสกา, มอนแทนา, เทกซัส, ไอโอวา, โอไฮโอ, แคนซัส, มิสซูรี, ลุยเซียนา, ยูทาห์ และฟลอริดา ซึ่งเป็นรัฐที่ทรัมป์ได้ชัยชนะครั้งใหญ่และโกยคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งไปถึง 29 คะแนน

ส่วนไบเดนนั้นคว้าชัยชนะครั้งสำคัญในรัฐนิวยอร์ก ซึ่งทำให้กวาดคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งไปได้ถึง 29 คะแนนเช่นกัน ตามมาด้วยชัยชนะของเขาในรัฐอื่น ๆ ได้แก่เวอร์มอนต์, นิวเจอร์ซีย์, คอนเนตทิคัต, โคโลราโด, มินนิโซตา, โรดไอแลนด์, เวอร์จิเนีย, อิลลินอยส์, นิวแฮมป์เชียร์, นิวเม็กซิโก, ฮาวาย และที่สำคัญเขาสามารถบุกไปชนะที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ถิ่นของพรรครีพับลิกันซึ่งมีคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งถึง 55 คะแนน

ประท้วงในสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นักกิจกรรมเดินขบวนในเพนซิลเวเนียเพื่อประท้วงความพยายามที่จะให้หยุดการนับคะแนนผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ผลเอ็กซิตโพลชี้ว่าไบเดนได้รับการสนับสนุนจากชาวอเมริกันเพศหญิง คนหนุ่มสาวอายุไม่เกิน 30 ปี และกลุ่มประชากรที่ไม่ใช่คนผิวขาวสูงกว่าทรัมป์เป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้พลเมืองอเมริกันเกือบ 100 ล้านคน ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งทางไปรษณีย์แล้ว ทำให้สถิติของผู้ออกเสียงเลือกผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้ อาจมีเป็นจำนวนสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งศตวรรษ แต่การที่มีผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในแบบดังกล่าวอย่างล้นหลาม ทำให้การนับคะแนนเป็นไปอย่างล่าช้ากว่าปกติ จนมีแนวโน้มว่าหลายรัฐอย่างเช่นเพนซิลเวเนีย, วิสคอนซิน และมิชิแกน จะไม่สามารถประกาศผลภายในคืนเลือกตั้งได้ทันทีเช่นในครั้งก่อน ๆ

ด้านผลเอ็กซิตโพลที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศเกี่ยวกับผลงานรัฐบาล ปรากฏว่าผู้คนให้ความสนใจประเด็นเศรษฐกิจและการระบาดของโรคโควิด-19 มากที่สุด โดยส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์ทำผลงานได้ดีในด้านเศรษฐกิจ 35% แต่ตัวเลขสถิตินี้ก็ใกล้เคียงกับจำนวนของผู้ที่มองว่ารัฐบาลทรัมป์ทำได้ไม่สู้ดีนักที่ 31%

ส่วนการบริหารจัดการวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดหนักในประเทศนั้น ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันทำได้แย่มากที่ 35% ซึ่งสูสีกับจำนวนของผู้ที่มองว่ารัฐบาลทรัมป์แก้ปัญหาได้ค่อนข้างดีที่ 31%

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า ชาวอเมริกันหลายล้านคนได้รับสายโทรเข้าปริศนาในวันเลือกตั้ง โดยเป็นข้อความอัตโนมัติทางโทรศัพท์ที่บอกให้ "อยู่บ้าน รักษาตัวให้ปลอดภัย" ซึ่งทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคำเตือนจากรัฐบาลเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ขณะนี้ทางการยังไม่ทราบถึงที่มาของข้อความที่มุ่งขัดขวางการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งดังกล่าว แต่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอได้ลงมือสืบหาสาเหตุของกรณีนี้แล้ว

ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์

เกาะติดความเคลื่อนไหวเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

5 พ.ย.

8.08 น. ทีมงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์ ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้หยุดการนับคะแนนในรัฐจอร์เจีย

4.44 น. ไบเดนชนะครั้งใหญ่ในรัฐมิชิแกน ซึ่งมีคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งถึง 16 คะแนน ทั้งยังเคยเป็นรัฐที่ทรัมป์ชนะอย่างถล่มทลายมาก่อน ทำให้ไบเดนแซงหน้าทรัมป์ที่ 243/214 คะแนน และเขยิบเข้าใกล้จุดตัดสินชี้ชะตาที่ 270 คะแนนเข้าไปอีก

4.11 น. ไบเดนออกมาแถลงอีกครั้งว่า เขามีความมั่นใจต่อชัยชนะที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากผลการนับคะแนนในคืนที่ผ่านมานั้นชัดเจนว่า เขาจะได้เป็นผู้ชนะอย่างแน่นอนเมื่อการนับคะแนนสิ้นสุดลง ไบเดนยังเน้นย้ำว่าคะแนนเสียงทุกคะแนนจะต้องได้รับการตรวจนับ "ไม่มีใครจะแย่งชิงเอาความเป็นประชาธิปไตยของเราไปจากเราได้"

3.32 น. ทีมงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์แถลงว่า กำลังเตรียมยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้ยับยั้งการนับคะแนนในรัฐเพนซิลเวเนียที่มีการลงคะแนนทางไปรษณีย์จำนวนมาก ซึ่งการยื่นฟ้องนี้อาจทำให้ต้องมีการนับคะแนนใหม่ ส่วนที่รัฐมิชิแกนและวิสคอนซินก็มีแนวโน้มว่าจะเกิดการฟ้องร้องเพื่อคัดค้านการนับคะแนนเช่นกัน

4 พ.ย.

23.05 น. ทีมงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์ แถลงข่าวแสดงความมั่นใจต่อเส้นทางที่กำลังมุ่งไปสู่ชัยชนะของตนอีกครั้ง แม้ว่าจะเหลืออีก 9 รัฐที่การนับคะแนนยังคงดำเนินอยู่ก็ตาม โดยทีมงานของทรัมป์เชื่อว่า พวกเขาจะคว้าชัยในรัฐแอริโซนา, เพนซิลเวเนีย และเนวาดามาครองได้แน่นอน ทั้งยังกล่าวย้ำว่าจะพยายามทำให้ "คะแนนเสียงที่ถูกกฎหมาย" ได้รับการตรวจนับอย่างครบถ้วน และจะป้องกันไม่ให้ "คะแนนเสียงที่ผิดกฎหมาย" ถูกนับรวมเข้ามาด้วยวิธีทุจริตอย่างเด็ดขาด

19.22 น. ไบเดนได้ชัยชนะในรัฐฮาวาย ทั้งมีรายงานว่าเขากำลังมีคะแนนนำทรัมป์ในรัฐวิสคอนซินอยู่เล็กน้อย ซึ่งรัฐแห่งนี้นับคะแนนเสร็จสิ้นไป 99% แล้ว และเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันที่สามารถตัดสินชี้ชะตาผู้สมัครว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะอย่างเด็ดขาดได้

16.37 น. ทีมงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของนายไบเดน ทวีตข้อความตอบโต้นายทรัมป์ ที่ชิงประกาศชัยชนะเสียก่อนที่การนับคะแนนจะเสร็จสิ้นลงว่า "มันน่าโมโห เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และไม่เคยมีแบบอย่างเช่นนี้มาก่อน เป็นความพยายามฉกฉวยสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยของชาวอเมริกันไปอย่างดื้อ ๆ"

14.28 น. ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ที่ทำเนียบขาว ประกาศว่ากำลังเตรียมพร้อมจัดงานฉลองชัยชนะครั้งใหญ่ เขายังกล่าวด้วยว่ามีแผนจะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาในเรื่องผลการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม

โจ ไบเดนและภรรยา

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, โจ ไบเดนและภรรยา ปรากฏตัวและกล่าวถ้อยแถลงสั้น ๆ ต่อผู้สนับสนุนในเดลาแวร์ ขณะที่เขากำลังมีคะแนนนำโดนัลด์ ทรัมป์

13.15 น. ทรัมป์พลิกมานำไบเดน ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นใน 40 จาก 50 รัฐ พบว่าทรัมป์มีคะแนนนำไบเดน โดยขณะนี้ได้คณะผู้เลือกตั้งไปครองแล้ว 212 ต่อ 209 การพลิกกลับมามีคะแนนนำของทรัมป์เกิดขึ้นไม่นานหลังจากไบเดนออกมากล่าวถ้อยแถลงต่อผู้สนับสนุนที่บ้านเกิดของเขาในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ว่า "เรากำลังอยู่บนเส้นทางสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้" แต่ทรัมป์ทวีตข้อความโต้ตอบทันควันว่า ขอให้ไบเดนอดใจรอไว้ก่อน เพราะผลการนับคะแนนเลือกตั้งยังไม่เป็นที่สิ้นสุด

12.45 น. ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นใน 35 จาก 50 รัฐ พบว่าไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ โดยได้คณะผู้เลือกตั้งไปครองแล้ว 205 ต่อ 165

10.48 น. ทรัมป์คว้าชัยชนะในรัฐแคนซัส ซึ่งเป็นรัฐที่มีคณะผู้เลือกตั้ง 6 คน และทรัมป์เคยชนะในรัฐนี้มาแล้วในการเลือกตั้งครั้งก่อน

11.00 น. ไบเดนที่ชนะการเลือกตั้งในรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งถือว่าเป็นรัฐที่มีคณะผู้เลือกตั้งเยอะที่สุด ทำให้เขาได้คณะผู้เลือกตั้งไปถึง 55 คนในรัฐเดียว

10.41 น. การนับคะแนนในรัฐอิลลินอยส์เสร็จสิ้น รัฐนี้มีคณะผู้เลือกตั้ง 20 คน ผลปรากฏว่านายโจ ไบเดนได้รับชัยชนะ

07.00 น. เริ่มนับคะแนน นายโดนัลด์ ทรัมป์ เกาะติดผลการนับคะแนนที่ทำเนียบขาว ขณะที่นายโจ ไบเดน ลุ้นผลการเลือกตั้งกับครอบครัวในบ้านพักที่เดลาแวร์