เอชเอสบีซี-สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ถูกแฉ พัวพันธุรกิจต้มตุ๋นโอนเงินทั่วโลก-กลุ่มก่อการร้าย

FinCEN Files graphic showing dollar bills, HSBC bank and files

เอกสาร FinCEN ที่รั่วไหล เผยธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ปล่อยให้ธุรกิจต้มตุ๋นโอนเงินมหาศาลไปทั่วโลกแม้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะที่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) ให้บริการโอนเงินที่อาจเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย

เอกสาร FinCEN คือเอกสารที่ว่าด้วยธุรกรรมทางการเงินรวมมูลค่าราว 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่รั่วไหลออกมา และเผยให้เห็นว่าธนาคารยักษ์ใหญ่ของโลกหลายแห่งปล่อยให้อาชญากรฟอกและโอน "เงินสกปรก" ไปทั่วโลก

FinCEN ย่อมาจาก US Financial Crimes Enforcement Network หรือเครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินแห่งสหรัฐฯ

เอกสาร FinCEN 2,657 ชิ้น ที่ถูกปล่อยออกมา และส่วนใหญ่เป็นเอกสารที่ธนาคารส่งให้ทางการสหรัฐฯ ระหว่างปี 2000-2017 เป็นกระบวนการสำหรับแจ้งไปยังทางการสหรัฐฯ หากธนาคารสงสัยว่าธุรกรรมทางการเงินของลูกค้าดูไม่ชอบมาพากล

เอกสารเหล่านี้เป็นความลับที่ระบบธนาคารนานาชาติหวงแหนที่สุด ธนาคารใช้เอกสารนี้เพื่อรายงานความไม่ชอบมาพากลแต่ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานการกระทำผิดได้

เอกสารเหล่านี้รั่วไหลไปถึงมือเว็บไซต์ข่าว Buzzfeed News และถูกนำไปให้กับกลุ่มนักข่าวสืบสวนทั่วโลก และส่งต่อไปรายการข่าว 108 แห่ง ใน 88 ประเทศทั่วโลกรวมถึงรายการ Panorama ของ BBC ด้วย

นักข่าวหลายร้อยชีวิตช่วยกันอ่านและวิเคราะห์เอกสารจำนวนมหาศาล จนพบธุรกรรมหลายประการที่ธนาคารไม่อยากให้สาธารณชนรู้

หัวใจหลักของการเปิดโปงในครั้งนี้ คือรายงานว่าด้วยธุรกรรมที่ต้องสงสัย (SARs - Suspicious activity reports) ซึ่งเป็นเอกสารที่ธนาคารต้องกรอกและส่งไปให้เจ้าหน้าที่ในกรณีที่สงสัยว่าลูกค้าทำธุรกรรมที่ดูไม่ชอบมาพากล

ธุรกิจลูกโซ่ต้มตุ๋น

Ming Xu pictured in WCM777 Facebook post

ที่มาของภาพ, Facebook

คำบรรยายภาพ, หมิง สวี่ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "ดร. ฟิล" อ้างว่าเป็นเจ้าของธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลกชื่อ World Capital Market

กรณีหนึ่งที่ถูกเปิดโปงคือ ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ซึ่งปล่อยให้อาชญากรต้มตุ๋นโอนเงินย้ายไปทั่วโลกแม้จะรู้แล้วว่าลูกค้ารายนั้นกระทำผิด ธนาคารรายใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรแห่งนี้โอนเงินผ่านบริษัทของพวกเขาในสหรัฐฯ ก่อนที่จะโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารเอสเอชบีซีในฮ่องกงในปี 2013 และ 2014

เอกสาร FinCEN เปิดเผยว่า เอชเอสบีซีมีส่วนในเงินจำนวน 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ธนาคารบอกว่าพวกเขาทำตามหน้าที่ทางกฎหมายด้วยการรายงานธุรกรรมที่ต้องสงสัยเสมอ

เอกสารรั่วไหลนี้เผยว่า เอชเอสบีซีถูกปรับ 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ฐานมีส่วนเกี่ยวกับการฟอกเงิน และพวกเขาให้สัญญาว่าจะจัดการกับธุรกรรมผิดกฎหมายในลักษณะนี้

อย่างไรก็ดี ธนาคารก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจลูกโซ่ต้มตุ๋นไม่นานหลังจากนั้น

เจ้าของธุรกิจลูกโซ่ต้มตุ๋นรายนี้เป็นชาวจีนชื่อ หมิง สวี่ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "ดร. ฟิล" เขาอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ทำทีเป็นบาทหลวงที่โบสถ์คริสต์อีแวนเจลิคอลในนครลอสแอนเจลิส และบอกว่าเป็นเจ้าของธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลกชื่อ World Capital Market ที่อ้างว่าผู้ลงทุนจะได้กำไรกลับคืน 100% ภายใน 100 วัน

จริง ๆ แล้วเขาทำธุรกิจลูกโซ่ต้มตุ๋นที่ชื่อ "WCM777" โดยหลอกให้คนเอาเงินมาลงทุน เอาเงินนั้นมาไปให้ผู้ลงทุนอีกคนต่อ และทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ เป็นทอด ๆ ขณะที่นักต้มตุ๋นก็เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองด้วย คนจากชุมชนเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกาถูกหลอกหลายพัน ไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ แต่เป็นที่โคลอมเบีย เปรู และในสหราชอาณาจักรด้วย

เอชเอสบีซี เองก็เห็นธุรกรรมการเงินที่ต้องสงสัย และได้รับแจ้งจากทางการสหรัฐฯ แล้วว่ากำลังสืบสวน WCM777 อยู่

อย่างไรก็ดี บัญชีเอชเอสบีซีของ WCM777 ในฮ่องกง เพิ่งมาถูกปิดตัวลงในเดือน เม.ย. 2014 หลังคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ของสหรัฐฯ ตั้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

แต่ถึงตอนนั้น เงินในบัญชีก็หายไปเกือบหมดแล้ว

เอกสาร FinCEN พบว่าธนาคารเอชเอสบีซีแจ้งทางการผ่านรายงานว่าด้วยธุรกรรมที่ต้องสงสัย แต่ไม่ได้บอกข้อมูลสำคัญ ๆ เช่น ชื่อลูกค้า เจ้าของที่แท้จริงของบัญชี และแหล่งที่มาของเงิน

ธนาคารเอชเอสบีซี ระบุว่า เริ่มตั้งแต่ปี 2012 ทางธนาคารใช้เวลาหลายปีในการจัดการกับอาชญากรรมทางการเงินในกว่า 60 เขตอำนาจศาลทั่วโลก และทางการสหรัฐฯ ก็ได้ระบุว่าทางธนาคารได้ทำตามหน้าที่ทุกอย่างตามที่ตกลงไว้กับอัยการสหรัฐฯ แล้ว

หมิง สวี่ ถูกจับกุมตัวโดยทางการจีนเมื่อปี 2017 และถูกจำคุกเป็นเวลา 3 ปี

กลุ่มก่อการร้าย

Standard Chartered Bank logo

ที่มาของภาพ, Reuters

นอกจากนี้ เอกสาร FinCEN ยังพบว่า ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) โอนเงินเกือบ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ธนาคารอาหรับ (Arab Bank) ในจอร์แดน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้าย

ในปี 2016 ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ได้รายงานไปยังทางการถึงธุรกรรมที่ต้องสงสัย บอกว่ากังวลว่าอาจเกี่ยวข้องกับการให้ทุนกลุ่มก่อการร้าย

ในปี 2014 ขณะลูกขุนสหรัฐฯ ลงความเห็นว่าธนาคารอาหรับให้บริการกับฮามาส กลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์โดยรู้เห็น ต่อมามีการพลิกคำตัดสินนี้

อย่างไรก็ดี ในปี 2015 ธนาคารอาหรับได้บรรลุข้อตกลงชดเชยค่าเสียหายให้กับเหยื่อหรือญาติของเหยื่อ 597 ราย จากการโจมตี 22 เหตุ โดยกลุ่มฮามาสในอิสราเอล

Arab Bank, Amman (file photo)

ที่มาของภาพ, AFP

ธนาคารอาหรับบอกว่า พวกเขาไม่เคยได้รับแจ้งจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ว่ามีข้อสงสัยกังวลถึงธุรกรรมการเงินที่ทำให้ลูกค้าพวกเขา

ด้านสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด บอกว่า ธนาคารได้ "ริเริ่มกระบวนการปิดบัญชี" กับธนาคารอาหรับหลังจากคำพิพากษาเมื่อปี 2014 แต่กระบวนการนั้นต้องใช้เวลาพอสมควร

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดบอกอีกว่า พวกเขารับผิดชอบในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางการเงินอย่างจริงจังมาก

เอกสาร FinCEN เปิดโปงอะไรอีก

Canary Wharf, London

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, คานารี วาร์ฟ เป็นแหล่งที่ตั้งของธนาคารหลายแห่งในกรุงลอนดอน
  • ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) อนุญาตให้ผู้ฉ้อโกงโอนเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูกขโมยมา แม้ว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนสหรัฐฯ จะระบุแล้วว่าเงินมาจากการฉ้อโกง
  • ธนาคารเจพี มอร์แกน (JP Morgan) อนุญาตให้บริษัทหนึ่งโอนเงินมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านบัญชีในกรุงลอนดอน โดยไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ ธนาคารมารู้ภายหลังว่าเป็นสมาชิกแก๊งอาชญากรที่เป็นที่ต้องการตัวติด 10 อันดับของสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ
  • มีหลักฐานว่าผู้ใกล้ชิด วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ใช้ธนาคารบาร์เคลย์ (Barclays) ในกรุงลอนดอนเพื่อเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่ห้ามไม่ให้เขาใช้บริการทางการเงินในประเทศตะวันตก เงินสดบางส่วนถูกนำไปใช้ซื้องานศิลปะ
  • สามีของผู้หญิงที่บริจาคเงิน 1.7 ล้านปอนด์ให้กับพรรคคอนเซอร์เวทีฟซึ่งเป็นพรรครัฐบาลสหราชอาณาจักรอยู่ ได้รับเงินสนับสนุนลับ ๆ จากชนชั้นนำรัสเซียคนหนึ่งซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีปูติน
  • มีบริษัทจากสหราชอาณาจักรจำนวนมากที่ปรากฏชื่ออยู่ในรายงานว่าด้วยธุรกรรมที่ต้องสงสัย (SARs) มีชื่อบริษัทจากสหราชอาณาจักรกว่า 3,000 แห่งปรากฏอยู่ในเอกสาร FinCEN
  • ธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่ลงมือปฏิบัติแม้จะมีคำเตือนแล้วว่าบริษัทท้องถิ่นแห่งหนึ่งกำลังช่วยอิหร่านเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
  • ธนาคารดอยซ์ แบงก์ (Deutsche Bank) โอนย้าย "เงินสกปรก" ให้องค์กรอาชญากรรม ผู้ก่อการร้าย และผู้ค้ายาเสพติด
  • ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) โยกย้ายเงินสดให้กับธนาคารอาหรับ (Arab Bank) นานกว่าทศวรรษหลังจากบัญชีลูกค้าที่ธนาคารซึ่งอยู่จอร์แดนนี้ถูกใช้ในการให้ทุนสนับสนุนการก่อการร้าย