บีบีซีพบหลักฐานชี้ว่าโดรนที่โจมตีโรงเรียนทหารลิเบียเมื่อต้นปีเป็นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

บีบีซีพบหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่าโดรนที่สังหารนักเรียนทหาร 26 คน ที่โรงเรียนทหารในกรุงตริโปลีของลิเบียเมื่อต้นปี เป็นปฏิบัติการโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
.ในช่วงที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 4 ม.ค. ปีนี้ กรุงตริโปลีถูกยึดครองโดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากองทัพแห่งชาติลิเบีย (Libyan National Army หรือ LNA) ตอนนั้นกลุ่มออกมาปฏิเสธและชี้ว่าเป็นฝีมือของนักรบในพื้นที่
แต่ตอนนี้มีหลักฐานชี้ว่านักเรียนทหารถูกโจมตีโดยขีปนาวุธบลูแอร์โรว์ 7 (Blue Arrow 7) ซึ่งยิงจากโดรน วิง ลุง 2 (Wing Loong II) ที่ผลิตในจีน
รายงานข่าวสืบสวนสอบสวนที่แผนกข่าว BBC Africa Eye และฝ่ายสารคดีของบีบีซีแผนกภาษาอารบิกพบว่า ในช่วงที่เกิดเหตุนั้นโดรน วิง ลุง 2 ปฏิบัติการจากฐานทัพอากาศ อัล คาดิม ของลิเบียแห่งเดียวเท่านั้น ขณะที่อาวุธที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นผู้จัดหาและการควบคุมการปฏิบัติการของโดรนก็เกิดขึ้นจากฐานทัพอากาศแห่งเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการทหารในลิเบีย และสนับสนุนกระบวนการเพื่อสันติภาพของสหประชาชาติในลิเบีย บีบีซีพยายามติดต่อขอความคิดเห็นจากทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในเรื่องนี้แต่ไม่มีการตอบรับ

เกิดอะไรขึ้นกับนักเรียนทหาร
หลังเวลา 21.00 น. ของวันที่ 4 ม.ค. นักเรียนทหารที่โรงเรียนทหารทางตอนใต้ของกรุงตริโปลีกำลังฝึกซ้อมตามปกติ แต่จู่ ๆ ก็เกิดระเบิดขึ้นท่ามกลางกลุ่มนักเรียนทหาร แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย หลายคนยังเป็นวัยรุ่นและไม่ได้มีอาวุธติดกายแต่อย่างใด
อับดุล มาอีน วัย 20 ปี เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้น เขาอยู่ในโรงเรียนทหารแห่งนั้นขณะเกิดเหตุ

"มันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย" เขาบอกกับบีบีซี "เราเห็นเพื่อนร่วมชั้นตายลงไปอย่างช้า ๆ หายใจเฮือกสุดท้าย และเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้… มีคนที่ร่างขาดออกจากกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคืออาชญากรรมอันเลวร้าย ไร้มนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิง"
บีบีซีค้นพบอะไรบ้าง
จากการตรวจสอบเศษซากขีปนาวุธที่ตกเกลื่อนพื้นในบริเวณจุดเกิดเหตุแล้ว บีบีซีสรุปได้ว่าเป็นซากส่วนประกอบของขีปนาวุธบลูแอร์โรว์ 7 (Blue Arrow 7) การจากการวิเคราะห์โดยละเอียดพบว่าโดรนลำเดียวที่ปฏิบัติการอยู่ในกรุงตริโปลีเมื่อเดือน ม.ค. และสามารถยิงขีปนาวุธนี้ได้คือ โดรน วิง ลุง 2 (Wing Loong II)
และก่อนการโจมตี 3 สัปดาห์ สหประชาชาติเพิ่งออกมาสรุปว่า มีการใช้ขีปนาวุธบลูแอร์โรว์ 7 คู่กับโดรน วิง ลุง 2 แต่ในขณะนั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าสามารถนำไปใช้กับเครื่องบินชนิดอื่นในลิเบียได้
บีบีซียังพบหลักฐานอีกว่า ขณะเกิดเหตุ โดรน วิง ลุง ปฏิบัติการจากฐานทัพอากาศอัล คาดิม ของลิเบีย แห่งเดียวเท่านั้น ฐานทัพอากาศแห่งนี้อยู่ในเขตตะวันออกของลิเบียและอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพแห่งชาติลิเบีย
ทั้งบีบีซีและสหประชาชาติพบหลักฐานว่าโดรนที่ปฏิบัติการจากฐานทัพแห่งนี้เป็นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เมื่อปี 2019 สหประชาชาติพบว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ฝ่าฝืนข้อตกลงห้ามซื้อขายอาวุธของลิเบียของสหประชาชาติซึ่งกำหนดขึ้นตั้งแต่ปี 2011 โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ส่งโดรน วิง ลุง และขีปนาวุธบลูแอร์โรว์ 7 เข้าไปในลิเบีย
บีบีซียังพบจากเอกสารการซื้อขายอาวุธด้วยว่า ในปี 2017 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซื้อโดรน วิง ลุง 15 ลำ และขีปนาวุธบลูแอร์โรว์ 7 350 ลูก
บีบีซียังพบอีกด้วยว่าอียิปต์อนุญาตให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใช้ฐานทัพตนซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนลิเบีย
กองกำลังต่างชาติเข้าแทรกแซง
ทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอียิปต์ต่างก็เข้าร่วมการประชุมเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับสถานการณ์ในลิเบีย โดยนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เป็นประธานการประชุมที่กรุงเบอร์ลินเมื่อเดือน ม.ค. และทั้งสองประเทศก็ยืนยันว่าจะสนับสนุนกระบวนการเพื่อสันติภาพโดยสหประชาชาติและจะไม่เข้าไปแทรกแซงภายในประเทศลิเบีย
แต่ปีที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายต่างก็ใช้โดรนในการโจมตีมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ก็ไม่ใช่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ชาติเดียว ก่อนหน้านี้ในปีนี้ BBC Africa Eye พบว่าตุรกีก็ละเมิดข้อตกลงห้ามซื้อขายอาวุธให้ลิเบียเช่นกัน โดยแอบส่งอาวุธไปยังรัฐบาลลิเบียในกรุงตริโปลี
ด้วยแรงสนับสนุนจากตุรกี ทำให้รัฐบาลปรองดงแห่งชาติ ซึ่งได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ สามารถเอาชนะและยึดคืนพื้นที่จากนายพลคาลีฟา ฮัฟตาร์ ผู้นำกองทัพแห่งชาติลิเบีย (LNA) ได้แล้ว









