ลิเบียปล่อยตัวลูกชายกัดดาฟีแล้ว

ที่มาของภาพ, Reuters
นายซาอีฟ อัล-อิสลาม กัดดาฟี ลูกชายคนที่สองของพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบียที่ถูกโค่นอำนาจ ได้รับการอภัยโทษ และปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ที่ถูกมองว่าอาจจุดชนวนให้เกิดความไร้เสถียรภาพมากขึ้น
ลูกชายคนที่สองของอดีตผู้นำลิเบียผู้นี้ เคยถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากผู้เป็นพ่อ แต่เท่าที่ผ่านมา 6 ปี เขาถูกควบคุมตัวอยู่ในเมืองซินตัน ซึ่งเป็นที่มั่นของฝ่ายกบฎ โดยกองกำลัง อาบู บาคห์ อัล ซาดิค ระบุว่า ลูกชายของพันเอกกัดดาฟี ได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่ยังไม่ปรากฎตัวต่อสาธารณะ โดยการปล่อยตัวนี้มีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลรักษาการร้องขอ
สื่อท้องถิ่นระบุว่า ขณะนี้ เขาอาศัยอยู่กับญาติในเมืองเบย์ดา ทางตะวันออกของลิเบีย และรัฐบาลรักษาการได้ให้อภัยโทษเขาแล้ว หลังจากที่เคยถูกศาลในกรุงตริโปลี ตัดสินประหารชีวิต
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวที่ขัดแย้งกันว่า เขายังไม่ได้รับการปล่อยตัวด้วย
ปัจจัยที่คาดเดาได้ยาก
บทวิเคราะห์ โดย ออร์ลา กูเอรินผู้สื่อข่าว บีบีซี
หากนายซาอีฟ อัล อิสลาม กัดดาฟี ได้รับการปล่อยตัวจริง ก็จะถือเป็นอีกปัจจัยที่จะสร้างความไม่แน่นอนและสั่นคลอนเสถียรภาพให้กับสถานการณ์ของลิเบียในตอนนี้ โดยเขาเป็นผู้ที่ชาติตะวันตกคุ้นหน้าดี จากการเดินทางไปปรากฎตัวบ่อย และถูกมองว่าเป็นผู้ที่พันเอกกัดดาฟี วางตัวให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง
นอกจากนี้ เขายังมีผู้ให้การสนับสนุนอยู่บ้างในประเทศลิเบีย และอาจจะกลับเข้าสู่แวดวงการเมืองได้
นอกจากนี้ เขายังเป็นที่ต้องการตัวของศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ จากการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ในช่วงที่พ่อของเขาพยายามกำจัดกลุ่มต่อต้านแต่ล้มเหลว

ที่มาของภาพ, Reuters
ปัจจุบันเขามีอายุ 44 ปี เมื่อปี 2008 เคยได้รับปริญญาเอกจากแอลเอสอี หรือ London School of Economics ท่ามกลางกรณีถกเถียง และกลับมาถูกจับที่ลิเบียเมื่อเดือนพ.ย. ปี 2011 หลังจากหลบหนีอยู่ 3 เดือน ต่อจากช่วงที่พันเอกกัดดาฟี ถูกโค่นอำนาจ
นอกจากนี้ เขายังเคยถูกมองว่า มีบทบาทสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศตะวันตก ในช่วงหลังปี 2000 และถูกมองว่าเป็นตัวแทนด้านการปฏิรูป ของระบอบการปกครองภายใต้อำนาจของพ่อ
แต่หลังจากที่ลิเบียมีความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล เมื่อปี 2011 เขา ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดการใช้ความรุนแรงและสังหารผู้ประท้วง และจากนั้น 4 ปี เขาก็ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า หลังมีการดำเนินคดีกับคนใกล้ชิดของพันเอกกัดดาฟี อีก 30 ราย








