ประท้วงฮ่องกง : ตำรวจจับผู้ประท้วง 240 คน ต้านแผนใช้กฎหมายความมั่นคงของจีน

Police pepper spray protesters in Hong Kong

ที่มาของภาพ, Getty Images

ตำรวจในฮ่องกงจับกุมผู้ประท้วง 240 คน และใช้สเปรย์พริกไทยฉีดใส่ ระหว่างปราบปรามการชุมนุมระลอกใหม่หลังจีนมีแผนใช้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง

นอกจากร่างกฎหมายความมั่นคงที่สภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ผู้ชุมนุมยังประท้วงร่างกฎหมายที่จะกำหนดให้การดูหมิ่น เพลงชาติจีนถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายด้วย โดยหากสภานิติบัญญัติฮ่องกงผ่านความเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ในวาระที่สองวันนี้ (27 พ.ค.) และวาระที่สามในเดือนหน้า ผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับสูงสุดถึง 5 หมื่นดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 2 แสนบาท หรือจำคุกสูงสุดถึง 3 ปี

ฮ่องกงไม่มีเพลงชาติของตนเองและเพลงชาติจีนถูกนำไปใช้ในบางวาระ เช่น ในการแข่งขันฟุตบอล แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เกิดการโห่ไล่บ่อยครั้งเมื่อมีการบรรเลงเพลงชาติจีน อย่างในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกระหว่างฮ่องกงกับอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว

สำหรับการประท้วงระลอกใหม่นี้เริ่มขึ้นหลังจากฮ่องกงเริ่มควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไว้ได้ โดยเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ตำรวจฮ่องกงเริ่มยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ของนักการเมืองจากทั่วโลกราว 200 คน ที่ออกแถลงการณ์ร่วมโดยวิพากษ์วิจารณ์แผนดังกล่าวของทางการจีนว่าเป็น "การทำร้ายอำนาจการปกครองตนเองของฮ่องกง หลักนิติธรรม และเสรีภาพขั้นพื้นฐาน"

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. จอห์น ลี หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง บอกว่า ต้องมีกฎหมายความมั่นคงฉบับนี้เพื่อรับมือกับ "การก่อการร้ายที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ"

เขาบอกว่า ฮ่องกง "ถูกปกคลุมไปด้วยเงาของความรุนแรง"

ประท้วงฮ่องกง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, จีนถูกกล่าวหาว่าออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อจำกัดเสรีภาพคนฮ่องกง

ด้านประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันออกมาแสดงความสนับสนุนต่อผู้ประท้วงในฮ่องกง และเตือนทางการจีนว่าอย่าปราบปรามและใช้กระสุนสลายผู้ชุมนุม

คำบรรยายวิดีโอ, ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้ประท้วง 240 คน พร้อมฉีดสเปรย์พริกไทยเพื่อพยายามปราบปรามการประท้วงระลอกใหม่หลังจีนมีแผนใช้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง

กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติคืออะไร

ทางการจีนได้ส่งร่างกฎหมายนี้ให้สภาประชาชนแห่งชาติจีนพิจารณา โดยจะมีการลงมติ (และน่าจะได้รับการอนุมัติ) เรายังไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายนี้มากนัก แต่เรารู้ว่าการกระทำดังต่อไปนี้จะถือว่าเป็นอาชญากรรม

  • การแยกดินแดนออกจากประเทศ
  • การล้มล้างอำนาจหรือการปกครองของรัฐบาลกลาง
  • การก่อการร้ายโดยใช้ความรุนแรงหรือการข่มขู่
  • การกระทำใด ๆ โดยกองกำลังต่างชาติที่เข้ามาแทรกแซงในฮ่องกง

เนื้อหาส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายที่ทำให้บางฝ่ายรู้สึกกังวลเป็นพิเศษคือ จีนอาจสามารถก่อตั้งสถาบันต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงแห่งชาติขึ้นภายในฮ่องกงได้

นั่นหมายความว่า จีนอาจจะมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในฮ่องกง เพิ่มจากที่ฮ่องกงมีอยู่แล้ว

สหราชอาณาจักรส่งมอบคืนเขตปกครองพิเศษฮ่องกงให้จีน เมื่อปี 1997 ภายใต้สัญญาของรัฐบาลจีนว่าจะใช้วิธีการปกครองแบบ "หนึ่งประเทศสองระบบ" และอยู่ภายใต้กฎหมายพื้นฐาน (Basic Law) ซึ่งเปรียบเสมือน "อนุรัฐธรรมนูญ" ของฮ่องกง ซึ่งรับรองเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมและแสดงความคิดเห็น การมีกระบวนการยุติธรรมที่เป็นอิสระ และมีสิทธิบางอย่างที่หาไม่ได้ในจีนแผ่นดินใหญ่

สี จิ้นผิง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภายใต้การปกครองของสี จิ้นผิง รัฐบาลจีนกำลังพยายามควบคุมฮ่องกงมากขึ้น

ภายใต้สัญญาเดียวกันนี้ ฮ่องกงจะต้องประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงของตัวเอง แต่ก็ไม่เคยเกิดขึ้น เนื่องจากทำให้ชาวฮ่องกงจำนวนมากไม่พอใจ ย้อนไปเมื่อปี 2003 รัฐบาลเคยพยายามครั้งหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมแพ้หลังมีคนราว 5 แสนคนออกมาประท้วงตามท้องถนน

เมื่อปีที่แล้ว การประท้วงกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้กลายเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยและต่อต้านจีนครั้งใหญ่

จีนไม่อยากจะเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้นอีก

ทำไมคนในฮ่องกงถึงไม่พอใจ

ผู้จัดการประท้วงอ้างว่า มีผู้ชุมนุมมากถึง 2 ล้านคน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การประท้วงยืดเยื้อในฮ่องกงต้องมาสะดุดเพราะวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

แม้จะยังไม่มีกฎหมายเป็นรูปธรรม แต่ชาวฮ่องกงก็กังวลแล้วว่าจะสูญเสียเสรีภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจีนอย่าง วิลลี แลม กังวลว่า กฎหมายนี้จะทำให้ชาวฮ่องกงถูกลงโทษได้หากวิพากษ์วิจารณ์ทางการจีน เหมือนกับที่เป็นอยู่แล้วในจีน

คนกังวลว่านี่จะส่งผลต่อเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้อยู่ในขณะนี้แต่จีนถือว่าเป็นการล้มล้างอำนาจหรือการปกครองของรัฐบาลกลาง

โจชัว หว่อง หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลต่างชาติยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และล่าสุด ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แผนบังคับใช้กฎหมายนี้ของจีนแล้ว

โจฮานส์ ชาน นักวิชาการด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮ่องกงบอกว่า การพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงประเทศเกือบทั้งหมดจะดำเนินการแบบลับ ๆ

"ไม่เคยแน่ชัดว่าข้อกล่าวหาหรือหลักฐานคืออะไร และคำว่าความมั่นคงแห่งชาติก็คลุมเครือจนสามารถหมายถึงอะไรก็ได้"

ท้ายที่สุดแล้ว คนจะเริ่มตระหนักว่าเสรีภาพที่ถูกทำลายจะเท่ากับว่าฮ่องกงไม่น่าดึงดูดในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอีกต่อไป

ผู้สังเกตการณ์มองว่ากฎหมายนี้จะไม่ได้ส่งผลแค่เชิงการเมือง แต่เป็นเรื่องสภาพเศรษฐกิจของฮ่องกงในอนาคตด้วย