โควิด-19 : หลอกผี-ฟันมือ สิ่งที่ผู้คน-เจ้าหน้าที่ เผชิญช่วงล็อกดาวน์สกัดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

Two volunteers sit dressed as traditional pocong on a bench

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, อาสาสมัครสองคนนี้แต่งตัวและแต่งหน้าเป็น "ผีโปจง" หลอกหลอนผู้คนที่ไม่ปฏิบัติตามข้อแนะนำเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม

ในช่วงนี้หลายประเทศทั่วโลกกำลังใช้มาตรการ "ล็อกดาวน์" ห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แม้จะเป็นคำสั่งของทางการ แต่ยังมีประชาชนไม่น้อยที่ไม่ยอมปฏิบัติตาม ส่งผลให้ในบางประเทศคิดค้นวิธีการป้องกันผู้คนออกนอกบ้านแบบไม่เหมือนใคร

ที่หมู่บ้านเคอะปูห์ บนเกาะชวาของอินโดนีเซีย มีการใช้อาสาสมัครแต่งกายเป็นผีคอยหลอกหลอนผู้คนที่ไม่ปฏิบัติตามข้อแนะนำเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม แล้วออกไปพบปะกันในยามวิกาล

วิธีนี้ริเริ่มขึ้นจากความร่วมมือระหว่างหัวหน้ากลุ่มเยาวชนในหมู่บ้านและตำรวจในท้องที่ตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา โดยให้อาสาสมัครที่ปฏิบัติงานลาดตระเวนช่วงกลางคืนแต่งตัวเป็น "ผีโปจง" หรือ "ผีผ้าห่อศพ" ซึ่งตามตำนานของอินโดนีเซียเล่าว่า เป็นผีที่ดวงวิญญาณยังไม่ไปสู่สุคติ

ทีมงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่ลงพื้นที่ดูปฏิบัติการ "หลอกผี" บอกว่า วิธีนี้มักให้ผลในทางตรงกันข้าม เพราะทำให้ชาวบ้านออกมาตามหาอาสาสมัครที่แต่งตัวเป็นผี

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบอกว่า สถานการณ์ในช่วงนี้เริ่มดีขึ้น นับตั้งแต่ทีมอาสาสมัครปรับเปลี่ยนเทคนิคโดยสุ่มออกมาหลอกผู้คนแบบไม่มีเวลาตายตัว

ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่า "ตั้งแต่มีผีโปจงออกมาหลอกหลอน ก็ไม่มีผู้ปกครองและบุตรหลานออกนอกบ้านเลย...และผู้คนก็ไม่ออกไปจับกลุ่มกัน หรืออยู่ตามท้องถนนหลังการละหมาดในช่วงค่ำ"

นายอันจาร์ ปันกา ผู้ดูแลมัสยิดท้องถิ่น เผยกับหนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์ว่า วิธีนี้ใช้ได้ผล เพราะมันช่วยเตือนใจชาวบ้านถึงอันตรายจากโรคระบาดนี้

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ ระบุว่าอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรกว่า 265 ล้านคน มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศอย่างน้อย 9,511 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 773 ราย

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญเกรงว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงในอินโดนีเซียจะสูงกว่านี้มาก

จนถึงบัดนี้ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ยังไม่ได้ประกาศใช้มาตรการปิดเมืองทั่วประเทศอินโดนีเซีย แม้จะมีความหวาดวิตกว่าระบบสาธารณสุขของประเทศอาจจะไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดครั้งนี้ได้หากไม่มีการใช้มาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวด

ผู้นำหมู่บ้านเคปูห์ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า "ชาวบ้านยังไม่มีความรู้ความเข้าใจถึงการจำกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19...พวกเขายังอยากใช้ชีวิตกันตามปกติ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้พวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งเก็บตัวอยู่ในบ้าน"

นอกจากที่หมู่บ้านเคปูห์แล้ว ในอินเดียก็มีความพยายามรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายของโรคระบาดครั้งนี้

Police on horseback wearing virus helmets

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่อินเดียสวมหมวกกันน็อกรูปคล้ายเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงภัยของโรคโควิด-19

ตำรวจอินเดียใช้วิธีสวมหมวกกันน็อกที่ตกแต่งเป็นรูปคล้ายเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ พร้อมกับใช้มาตรการเข้มงวดในการให้ประชาชนทั่วประเทศเก็บตัวอยู่ในบ้าน ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 3 พ.ค.นี้ หลังจากนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ประกาศขยายกรอบเวลาการปิดเมืองเพื่อควบคุมการระบาด

การบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดนี้เอง ส่งผลให้เกิดเหตุปะทะกันระหว่างตำรวจกับชาวบ้านที่ไม่พอใจการปิดเมืองของทางการ โดยในรัฐปัญจาบเกิดเหตุตำรวจนายหนึ่งถูกกลุ่มผู้นับถือศาสนาซิกข์นิกายนิฮัง ฟันมือจนขาด หลังจากเข้าไปตักเตือนกลุ่มผู้ก่อเหตุที่ฝ่าฝืนคำสั่งปิดเมือง

เคราะห์ดีที่ในเวลาต่อมา แพทย์สามารถช่วยผ่าตัดต่อมือตำรวจผู้นี้ได้สำเร็จ และมีการจับกุมผู้ก่อเหตุจำนวน 11 คน

Police officers show sharp-edged weapons recovered from the arrested Nihangs in Punjab in India

ที่มาของภาพ, Hindustan Times

คำบรรยายภาพ, ตำรวจบอกว่าผู้ก่อเหตุฝ่าฝืนคำสั่งปิดเมืองของทางการ

นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว มีรายงานว่า ชาวซิกข์กลุ่มนี้ยังถูกกล่าวหาว่าได้ก่อเหตุพยายามฆ่า ทำร้ายร่างกายจนเกิดการบาดเจ็บรุนแรง และทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐที่พยายามเอาผิดพวกเขา

หลังเกิดเหตุผู้นับถือศาสนาซิกข์หลายกลุ่มได้ออกมาประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงกลุ่มชาวซิกข์นิกายนิฮัง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีหน้าที่ปกป้องศาสนาซิกข์และผู้นับถือศาสนา โดยมีความเชี่ยวชาญด้านศิลปะป้องกันตัวและการต่อสู้ด้วยดาบ