โควิด-19 : เรื่องเล่าจากนักท่องเที่ยวไทยที่ติดอยู่ระหว่างทางในมอนเตเนโกรมาเกือบ 1 เดือน

แวฮัมซี

ที่มาของภาพ, Around the WAE

"สไปซี่ ชิกเก้น" หรือ ไก่เผ็ดจัดจ้าน คือรสบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ แวฮัมซี สาแม นักท่องเที่ยวไทยที่ติดอยู่ที่ประเทศมอนเตเนโกร กินอยู่ 4 วันเต็ม ๆ

ต้องรอถึง 5 นาทีกว่าเส้นจะนุ่มเพราะน้ำร้อนจากก๊อกคือที่พึ่งเดียวของเขาขณะโลกภายนอก--หรืออาจจะเรียกว่าโลกทั้งใบ--หยุดเคลื่อนไหวจากวิกฤตโควิด-19 ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปกว่าเกือบ 9 หมื่นรายแล้ว

20 กว่าวันมาแล้วที่ชายจากยะลาวัย 28 ปีผู้นี้ติดอยู่ที่ประเทศในคาบสมุทรบอลข่านแห่งนี้ และอนาคตก็ยิ่งไม่แน่นอนเข้าไปใหญ่หลังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยขยายเวลาห้ามอากาศยานบินเข้าไทยถึงวันที่ 18 เม.ย. จากเดิมที่จะหมดลงในเวลาเที่ยงคืนของ 6 เม.ย. เป็นภาพสะท้อนชะตากรรมคนไทยอีกหลายชีวิตในต่างแดนที่รอรัฐบาลเอื้อมมือเข้ามาช่วยเหลือ

"พอใส่เครื่องปรุงก็ไม่แปลกนะครับ" คือคำตอบเมื่อบีบีซีไทยถามถึงรสชาติน้ำซุปบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แวฮัมซี ยังหัวเราะได้ แต่ก็บอกว่านั่นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด

วันนี้ (9 เม.ย.) โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศ รายงานตัวเลขคนไทยที่รอเดินทางกลับไทยทางเครื่องบินมีจำนวน 5,453 คน และเดินทางผ่านด่านพรมแดนมีทั้งหมด 14,664 คน โดยมีผู้เดินทางเข้าไทยแล้วประมาณ 12,000 คน

ศบค. บอกอีกว่า ขอคนไทยในต่างประเทศ หากยังอยู่ได้ไม่เดือดร้อน อย่าเพิ่งเดินทางกลับไทย เพราะรัฐมีศักยภาพรับผู้เดินทางกลับไทยให้อยู่ในสถานกักของรัฐได้เพียงวันละประมาณ 200 คนต่อวันเท่านั้น

People are seen at Bangkok"s Suvarnabhumi International Airport as Thailand temporarily banned all passenger flights from landing in the country to curb the outbreak of the coronavirus disease (COVID-19)

ที่มาของภาพ, Reuters

แวฮัมซี บอกว่า เขาชอบเดินทางมาหลายปีแล้ว แต่เพิ่งจะมาเปิดเพจเฟซบุ๊กบันทึกการเดินทางที่ชื่อ Around the WAE เมื่อต้นเดือน ก.พ. ตั้งใจจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้กล้าเดินทาง แม้ว่าจะมีเรื่องภาษาเป็นอุปสรรค

"เวลาเราเดินทางนี่เหมือนเราได้แรงบันดาลใจในการทำงานต่อ เราชอบ ได้อยู่แบบเงียบ ๆ คิดอะไรได้หลายอย่าง ห่างจากผู้คน" แวฮัมซี เล่าให้บีบีซีไทยฟัง

แต่แล้วเพจท่องเที่ยวใหม่เอี่ยมก็กลายเป็นบันทึกการติดอยู่กับที่เฉพาะกิจเพราะไวรัสโคโรนา ก่อนมาถึงมอนเตเนโกร เขาเดินทางไปหลายประเทศ เริ่มที่ตุรกี สเปน ฝรั่งเศส โปแลนด์ เยอรมนี ออสเตรีย ฮังการี บอสเนีย เป็นต้น

แม้ว่าทางฝั่งเอเชียจะเริ่มตื่นตระหนกกับสถานการณ์โควิด-19 ระบาดสักพักแล้ว ช่วงปลาย ก.พ. ขณะเขาอยู่โปแลนด์ เพิ่งเริ่มจะมีข่าวคนเริ่มติดเชื้อในยุโรป ตอนที่ถึงมอนเตเนโกรช่วงกลาง มี.ค. แวฮัมซี ก็บอกว่าสถานการณ์ยังไร้ความน่ากังวลเนื่องจากที่นั่นยังไม่มีคนติดเชื้อ

เพจเฟซบุ๊กบันทึกการเดินทาง Around the WAE ตั้งใจจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้กล้าเดินทาง แม้ว่าจะมีเรื่องภาษาเป็นอุปสรรค

ที่มาของภาพ, Around the WAE

คำบรรยายภาพ, เพจเฟซบุ๊กบันทึกการเดินทาง Around the WAE ตั้งใจจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้กล้าเดินทาง แม้ว่าจะมีเรื่องภาษาเป็นอุปสรรค

ติดแหงก

การหาแรงบันดาลใจกลายเป็นการติดแหงกเมื่อเขาเริ่มพยายามเดินทางต่อไปโครเอเชียแต่ไม่สำเร็จ เพราะประเทศปิดพรมแดนไม่ให้ชาวต่างชาติเข้า เขาตัดสินใจกลับบ้านด้วยการจองตั๋วเตรียมไปขึ้นเครื่องที่กรุงพอดโกริกา เมืองหลวงมอนเตเนโกร แต่ในตอนนั้น เขาไม่รู้เลยว่าจะต้องเผชิญอุปสรรคอีกมากมายแค่ไหน

เที่ยวบินจากพอดโกริกา ผ่านเซอร์เบียไปกรุงมอสโกเพื่อกลับไทยถูกยกเลิก เขาลองจองเที่ยวบินจากอีกเมืองในมอนเตเนโกร แต่ก็ถูกยกเลิกอีกครั้ง

แวฮัมซี

ที่มาของภาพ, Around the WAE

คำบรรยายภาพ, แวฮัมซี ติดอยู่ที่มอนเตเนโกรมาเกือบเดือนแล้ว

จากนั้น สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ได้ช่วยประสานให้เขาไปขึ้นเครื่องที่บอสเนีย แต่ทางการไทยก็ประกาศว่าจะต้องมีใบรับรองแพทย์ว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (fit to fly certificate) อีก แวฮัมซี ต้องกักตัวอีก 14 วันกว่าจะได้ใบรับรองแพทย์ แต่พอได้ใบรับรอง และสถานทูตไทยช่วยทำเรื่องข้ามพรมแดนไปขึ้นเครื่องเรียบร้อย แต่สนามบินในบอสเนียก็ปิดไปแล้ว

"ยากมากเลยที่จะขอ fit to fly ต้องแอบไป เราอยากกลับบ้าน ต้องใส่หน้ากาก ใส่หมวก ตระเวนทั้งเมือง เขาก็ไม่ทำให้ น่าจะเพราะเป็นต่างชาติหรือเปล่า คลินิกส่วนมากก็ปิด มีแต่โรงพยาบาล โรงพยาบาลเขาก็ไม่ทำให้ รู้สึกงง ๆ ทำไมต้องมี[ใบรับรองแพทย์] ในเมื่อกลับไปก็ต้องไปกักตัวตามหน่วยงานอยู่ดี มันทำให้อะไรยากไปหมด เราจะไปหาที่ไหน ตัวคนเดียว"

ข้าม Facebook โพสต์

ไม่มีเนื้อหานี้

ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.

สิ้นสุด Facebook โพสต์

ระหว่างนั้น นอกจากจะหาทางกลับไม่ได้ เขายังต้อง "ตะลอน" หาที่พักใหม่อีกด้วย

"ส่วนมากเขาจะไม่รับ เขากลัวเรื่องเชื้อ ที่นี่เขาระแวงคนต่างชาติด้วยไง เห็นผมละตกใจ บางทีที่หาที่พัก จองเรียบร้อยคือโดนไล่จนคนออกมาดู เกิดอะไรขึ้น ต้องไปหาที่ใหม่ แต่ผมก็เข้าใจ ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก"

แวฮัมซี พยายามวางแผนกลับบ้านอีกครั้งวันที่ 9 เม.ย. ซึ่งจะเลยช่วงห้ามอากาศยานบินเข้าไทยชั่วคราววันที่ 4-6 เม.ย. พอดี

แวฮัมซี เล่าถึงการช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ไว้ในเพจ Around the WAE ของเขาว่า ได้ติดต่อพรมแดนมอนเตเนโกร, โครเอเชีย, บอสเนีย และฮังการี ให้เขาเรียบร้อยโดยให้ขึ้นเครื่องกลับไทยจากกรุงบูดาเปสต์

โพสต์ของแวฮัมซี เล่าถึงบทสนทนากับท่านกงสุลไทยคนหนึ่งว่า "คุณต้องขึ้นรถแท็กซี่ที่จ้างไว้ (100 ยูโร) ในเช้าวันที่ 8 เม.ย. นี้ จากเมืองหลวงมอนเตเนโกรไปยังพรมแดนมอนเตเนโกร ต้องแสดงเอกสารที่สถานทูตเตรียมไว้ให้ ตม.มอนเตเนโกรดู และต้องเดินข้ามมายัง Borderโครเอเชีย แสดงเอกสารอีกเช่นกัน

หลังจากนั้นก็ขึ้นแท็กซี่ฝั่งโครเอเชียที่จ้างไว้ (900 ยูโร แพงกว่าค่าเครื่องอีก) ขับไปเรื่อย ๆ จนถึงพรมแดนบอสเนีย ก็ต้องแสดงเอกสารอีกเหมือนเดิม เข้าบอสเนียสักชั่วโมงกว่า ๆ ก็เข้าพรมแดนโครเอเชียใหม่ แสดงเอกสารเสร็จสรรพ เข้าโครเอเชียยิงยาวถึงพรมแดนฮังการี เข้าฝั่งฮังการีเสร็จมีรถจากสถานทูตไปรับส่งไปที่พักในบูดาเปสต์"

ปลากระป๋อง

ที่มาของภาพ, Around the WAE

คำบรรยายภาพ, ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตในมอนเตเนโกรอย่างน้อย 2 ราย และมีผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 252 ราย

พังครืน

แต่แล้วทุกอย่างก็พังครืนลงหลังมีคำสั่งขยายเวลาห้ามอากาศยานบินเข้าไทยถึงวันที่ 18 เม.ย. แวฮัมซี ไม่รู้เลยว่าจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานเท่าไร

ระหว่างนี้ แวฮัมซี บอกว่าสถานทูตจะช่วยเหลือค่าที่อยู่และค่าที่กินให้ ชีวิตประจำวันในห้องพักดำเนินไปด้วยความซ้ำซาก เขาบอกว่าพยายามนอนให้นานที่สุด ทำงานซึ่งสามารถเข้าถึงจากระบบออนไลน์ได้ ดูของกินของใช้ว่าจะต้องออกไปซื้ออะไรเพิ่มหรือไม่ก่อนจะเป็นช่วงเคอร์ฟิว (หนึ่งทุ่มถึงตีห้าในวันธรรมดา และบ่ายโมงถึงตีห้าในวันเสาร์-อาทิตย์)

มาม่า

ที่มาของภาพ, Around the WAE

"ไม่มีอะไรทำก็วิดีโอคอลหาเพื่อน เปลืองเน็ตมาก เปิดแช่ไว้เลย เหงา ไม่รู้จะคุยกับใคร คุยทั้งวันเลย ทำงานไปด้วย มืดก็นอนต่อ ตื่นมาก็ทำแบบเดิม"

แวฮัมซี ซึ่งเป็นชาวมุสลิม บอกว่าเขารอฟังข่าวเรื่องห้ามอากาศยานบินเข้าไทยด้วยความใจจดใจจ่อ เนื่องจากกังวลเรื่องเทศกาลถือศีลอดที่จะเริ่มขึ้นวันที่ 24 เม.ย.

"กลับไปกักตัวก็ต้องไปถือศีลอดที่สัตหีบ ซึ่งผมไม่มีปัญหาครับ และยินดีด้วยซ้ำที่มีมาตรการเช่นนี้ เพียงแต่กังวลว่าจะหาอาหารฮาลได้รึเปล่า"

แวฮัมซี บอกว่า ถ้าเป็นไปได้ อยากให้รัฐบาลไทยจัดให้มีเครื่องบินมารับคนไทยจากประเทศกลับบ้าน อย่างที่รัฐบาลประเทศอื่นกำลังทำกันอยู่

"ถามว่าสนุกไหม มันหมดสนุกละ น่าเบื่อมากกว่า เปลี่ยนมุมมอง เราจะเอาชีวิตรอดในแต่ละวันได้ยังไง ถ้าพูดตามแบบนักเดินทางจริง ๆ เหมือนเวลาเราตกเครื่องต้องหาทางยังไงวะ ไม่ให้วิตกกังวลถึงเครียด"

แวฮัมซี บอกว่าวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงความรักที่จะท่องเที่ยวของเขาเลย

"อยากเที่ยวรอบโลก รอบหน้าจะไปอีก"