โควิด-19 : นายกฯ อังกฤษ หายใจได้เองไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ขณะรักษาตัวในห้องไอซียู

Prime Minister Boris Johnson leaves 10 Downing Street, London, for the House of Commons for Prime Minister's Questions.

ที่มาของภาพ, PA Media

ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เผยว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน มี "กำลังใจดี" และอาการคงที่ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หลังถูกนำตัวเข้าห้องไอซียู เนื่องจากอาการทรุดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

โฆษกทำเนียบนายกรัฐมนตรี ระบุในแถลงการณ์ที่ออกมาวันนี้ (7 เม.ย.) ว่า นายจอห์นสัน วัย 55 ปี มีอาการคงที่ขณะรักษาตัวในห้องไอซียูเมื่อคืนนี้ (6 เม.ย.) โดยแพทย์ได้ให้ออกซิเจนเขาตามการรักษาปกติ และเขาสามารถหายใจได้เอง โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยอื่น ๆ อีกทั้งยังไม่มีภาวะปอดอักเสบ

ข่าวครั้งนี้มีขึ้น หลังจาก นายไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นนักการเมืองรายล่าสุดที่ต้องกักตัวเอง เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวมีอาการของโรคโควิด-19

นายโกฟ ระบุว่า ตนเองไม่ได้มีอาการป่วยใด ๆ และจะทำงานจากบ้านพักต่อไป

คำบรรยายวิดีโอ, บอริส จอห์นสัน "กำลังใจดี" ขณะรักษาตัวในห้องไอซียู

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ทำเนียบนายกรัฐมนตรีได้แถลงว่า "ในช่วงบ่ายวันนี้ อาการของนายกรัฐมนตรีแย่ลง และทีมแพทย์แนะนำให้ย้ายตัวเขาไปห้องผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล"

หลังจากทราบข่าว นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ส่งกำลังใจให้นายจอห์นสันขอให้อาการดีขึ้นโดยเร็ว พร้อมกับติดต่อบริษัทยายักษ์ใหญ่หลายรายให้ช่วยหาทางรักษานายกฯ อังกฤษ ผู้ที่นายทรัมป์เรียกว่าเป็น "เพื่อนที่ดี" ของเขา

ย้อนไปเมื่อวันที่ 5 เม.ย ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า นายจอห์นสัน ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเซนต์โทมัสในกรุงลอนดอนเมื่อค่ำวานนี้ เพราะยังคงมีอาการป่วยจากโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงอาการไข้สูง หลังจากได้รับการตรวจว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อ 10 วันก่อน

คำบรรยายวิดีโอ, บอริส จอห์นสัน ทำอย่างไรให้ชนะใจผู้ออกเสียงเลือกตั้ง

โฆษกทำเนียบฯ ระบุว่า นายจอห์นสัน ได้ขอให้นายดอมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่แทน "ในส่วนที่จำเป็น"

แถลงการณ์ระบุอีกว่า "นายกรัฐมนตรีได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ทุกคนที่ทำงานหนักอย่างทุ่มเท"

ก่อนที่นายจอห์นสันจะถูกส่งเข้าห้องไอซียูเมื่อวานนี้ (6 เม.ย.) เขาทวีตข้อความว่าเขา "มีกำลังใจดี" และแจ้งข่าวว่าแพทย์ได้แนะนำให้เขาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเนื่องจากยังคงมีอาการป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา

"ผมมีกำลังใจดี และยังคงประสานงานกับทีมงานอยู่ตลอดเพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสและเพื่อให้ทุกคนปลอดภัย" นายจอห์นสันระบุ

นายริชี่ สุนัค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่าเป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรี รวมถึงแคร์รี ไซมอนด์ส คู่หมั้นของนายจอห์นสันที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ด้าน เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ หัวหน้าพรรคเลเบอร์คนใหม่ บอกว่านี่เป็นข่าวที่น่าเศร้า

"คนทั้งประเทศเป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรีและครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากเย็นนี้"

แคร์รี ไซมอนด์ส คู่หมั้นของนายกรัฐมนตรีที่กำลังตั้งครรภ์ กักตัวมาสัปดาห์หนึ่งแล้วหลังจากเริ่มแสดงอาการ แต่ก็ยังไม่ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อแต่อย่างใด

ขณะนี้ สหราชอาณาจักรมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา 5,373 รายแล้ว โดยมีผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 51,608 ราย

Boris Johnson

ที่มาของภาพ, Reuters

"ทรัมป์" ส่งกำลังใจถึงเพื่อน

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า เขาและชาวอเมริกันต่างร่วมกันสวดมนต์ขอพรให้นายจอห์นสันมีอาการดีขึ้นในเร็ววัน

ประธานาธิบดีทรัมป์พูดถึงนายจอห์นสันว่าเป็น "เพื่อนที่ดีของผมและเป็นมิตรของสหรัฐอเมริกาเป็นบุรุษ "ผู้เข้มแข็ง" และ "สู้ไม่ถอย"

นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังเปิดเผยด้วยว่าเขาได้ติดต่อ "บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่" เพื่อสอบถามว่ามีทางใดที่จะช่วยนายจอห์นสันได้บ้าง

"ผมขอให้พวกเขา (บริษัท) ยาประสานงานกับลอนดอนโดยทันที" นายทรัมป์กล่าว

เส้นทางนายกฯ

เมื่อ ก.ค. ปีที่แล้ว นายบอริส จอห์นสัน ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟให้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคคนใหม่แทน นางเทรีซา เมย์ ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ทำให้นายจอห์นสัน ได้สืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อจากนางเมย์

นายจอห์นสัน เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลภายใต้การนำของนางเมย์ ทั้งยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ ให้สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู)

หลังการประกาศผล นายจอห์นสันกล่าวต่อหน้าสมาชิกพรรคว่าจะทำให้อังกฤษก้าวต่อไป ด้วยการพัฒนาทั้งด้านการศึกษา ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพิ่มกำลังตำรวจ และให้ทุกครัวเรือนเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (บรอดแบนด์) รวมทั้งรับปากจะทำให้อังกฤษมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่ยังรับปากจะเดินหน้าเรื่องการถอนตัวออกจากอียู และจะทำให้นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคเลเบอร์ ต้องพบกับความพ่ายแพ้

หลังเข้ารับตำแหน่ง นายจอห์นสันต้องพบกับความล้มเหลวในสภาผู้แทนราษฎรหลายครั้งในการผลักดันร่างข้อตกลงแยกตัวออกจากอียู เขาจึงประกาศจัดการเลือกตั้งใหม่เมื่อ 13 ธ.ค. ปีที่แล้ว

นโยบายหลักของ นายบอริส จอห์นสัน ในการหาเสียงครั้งนี้ คือ ผลักดันให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ให้สำเร็จ หรือ Get Brexit Done ทำให้ พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ได้คะแนนเสียงท่วมท้น มากกว่าผลการเลือกตั้งปี 2017 และถือว่าประสบความสำเร็จที่สุดนับตั้งแต่ปี 1987 แม้ประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวนมากที่เคยลงประชามติต้องการออกจากอียู ก็มายกมือให้กับผู้สมัครพรรคคอนเซอร์เวทีฟ

บอริส

ที่มาของภาพ, Getty Images

อดีตนายกฯไทยพูดถึงเพื่อนเก่า

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย กับ บอริส จอห์นสัน เป็นเพื่อนกันมากว่า 40 ปี อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยเมื่อปี 2551 หลังจากนั้น 11 ปี ถึงคราวบอริสได้เป็นนายกฯ อังกฤษบ้าง

"ขอแสดงความยินดีที่ได้มาถึงเป้าหมายที่คุณใฝ่ถึงอยู่เสมอ ผมขอให้คุณประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณทำ ทั้งเพื่อประเทศของคุณ และเพื่อโลกของเรา" อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ฝากแสดงความยินดีถึงเพื่อนผ่านบีบีซีไทย เมื่อ 24 ก.ค. ปีที่แล้ว ในวันแรกที่เพื่อนของเขารับตำแหน่งผู้นำอังกฤษ

บอริส

ที่มาของภาพ, Getty Images

ความทรงจำดี ๆ ที่อีตันและออกซ์ฟอร์ด

อภิสิทธิ์กับบอริสรู้จักกันเมื่อปี 2519 ตอนที่ทั้งคู่เข้าเรียนที่วิทยาลัยอีตัน ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมชายล้วนชื่อดังของอังกฤษ และเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นมา ช่วงปี 2526 หลังเรียนจบชั้นมัธยม บอริสมาพักอยู่ที่บ้านของอภิสิทธิ์ในกรุงเทพฯ นาน 3 สัปดาห์ ก่อนจะเดินทางท่องเที่ยวต่อไปยังออสเตรเลีย

หลังจบจากอีตัน ทั้งคู่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันอีก คือ ออกซ์ฟอร์ด เมื่อเรียนจบและแยกย้ายกันไปทำงานก็เริ่มห่างกันไป แต่ยังติดต่อกันเป็นระยะ ๆ

ช่วงที่บอริสได้เป็นนายกเทศมนตรีของลอนดอน อภิสิทธิ์เคยไปเยี่ยมเขาที่สำนักงานครั้งหนึ่ง และเมื่อปี 2561 ตอนที่บอริสมาเมืองไทยในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ ทั้งสองคนก็ได้เจอกันอีกครั้ง

"ตอนนั้นเขาเดินทางมาเรื่องของปัญหาโรฮิงญา ก็ได้พูดคุยกันเรื่องนี้ เขาพบว่ามีอุปสรรคพอสมควรในการโน้มน้าวและสื่อสารกับทางเมียนมา ตอนนั้นผมก็แนะนำไปว่า ประเทศทั้งหลายที่มีความห่วงใยเรื่องโรฮิงญาน่าที่จะทำงานร่วมกับอาเซียน เพราะว่าอาเซียนมีวิธีการพูดจากับประเทศสมาชิก แต่หลังจากกลับไปไม่นานเขาก็ลาออกจากตำแหน่ง"

ก่อนจากกันวันนั้น อภิสิทธิ์แซวบอริสว่า "ตกลงจะเป็นนายกฯ หรือเปล่า" บอริสบอกเพื่อนอย่างมั่นใจว่า "เป็นแน่" พร้อมกับพูดติดตลกว่า เขาตามหลังอภิสิทธิ์ที่เป็นนายกฯ ล่วงหน้าไปก่อนแล้วตั้ง 10 ปี

บอริส

ที่มาของภาพ, Getty Images

เยือนไทยและมุก (ไม่) ตลก

นายจอห์นสัน ในฐานะ รมว. ต่างประเทศ เข้าเยี่ยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 12 ก.พ. 2561 โดยมี รมว.ต่างประเทศ และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ของไทยร่วมหารือด้วย

อีก 4 วันต่อมา ในอังกฤษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ ถูกกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประณามและเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง ต่อกรณีที่เขาเล่นมุกตลกที่ไม่เหมาะสมหลายเรื่องระหว่างการปราศรัยสำคัญเรื่องเบร็กซิท ซึ่งรวมถึงการพาดพิงเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อจุดประสงค์ทางเพศ หรือที่เรียกว่า sex tourism ในไทย

การกล่าวสุนทรพจน์เรื่องเบร็กซิท ของเขามีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนในสหราชอาณาจักร ก่อนที่ประเทศจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ

ในตอนหนึ่งนายจอห์นสัน กล่าวว่า อังกฤษควรสนับสนุนการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากเข้าไปเที่ยว ในสหราชอาณาจักรมากขึ้น เพราะในแต่ละปีมีชาวอังกฤษกว่าล้านคนเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย เพื่อทำกิจกรรม "บางอย่าง" ที่เขาไม่ขอพูดถึง แต่สื่อมวลชนในสหราชอาณาจักร อาทิ เดลิมิเร่อร์ และดิอินดีเพ็นเดนต์ ต่างรายงานว่าเขาหมายถึงการท่องเที่ยวเพื่อจุดประสงค์ทางเพศ