เบร็กซิท : บอริส จอห์นสัน เป็นนายกฯ อังกฤษได้อย่างไร ทั้งที่ได้รับการโหวตจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ถึง 0.4%

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายบอริส จอห์นสัน ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟคนใหม่ ซึ่งหมายความว่าเขาจะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษไปโดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม กระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้มาจากคะแนนเสียงของประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ ทว่ามาจากสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟเกือบ 160,000 คน
แต่เหตุใดคนจำนวนเพียงเท่านี้จึงสามารถเลือกผู้นำประเทศได้ ในขณะที่มีประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 46.8 ล้านคน ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ออกเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้ว
คำตอบของคำถามนี้อยู่ในระบบการเมืองที่มีลักษณะเฉพาะตัวของสหราชอาณาจักร ซึ่งหมายความว่าผู้ที่มีสิทธิ์เลือกหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟคนใหม่ และในกรณีนี้รวมถึง นายกรัฐมนตรี ด้วยนั้น คือผู้ที่จ่ายเงิน 25 ปอนด์ต่อปี เป็นค่าสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟนั่นเอง
เหตุใดการชี้ชะตาประเทศจึงอยู่ในมือคนไม่ถึง 160,000 คน
การที่นางเทรีซา เมย์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ และนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้นำไปสู่การจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ เนื่องจากคอนเซอร์เวทีฟอยู่ในอำนาจอยู่แล้ว
ทำให้ขั้นตอนต่อไปหลังจากนั้น อยู่ที่สมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟในการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อจากนางเมย์
ข้อมูลอย่างเป็นทางการล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อเดือน มี.ค.2018 ระบุว่าจำนวนสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟอยู่ที่ 124,000 คน
แต่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีประชาชนสมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของพรรคเพิ่มขึ้นกว่า 30,000 คน ทำให้สมาชิกทั้งหมดของพรรคอยู่ที่เกือบ 160,000 คน
ในกระบวนการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคขั้นต้นนั้น ส.ส.พรรคคอนเซอร์เวทีฟ สามารถมีส่วนร่วมในการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ได้ โดยจะทำหน้าที่ในการคัดเลือกผู้ท้าชิงตำแหน่งจนเหลือเพียง 2 คน ซึ่งในกรณีนี้คือ นายจอห์นสัน และนายเจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนปัจจุบัน


ในขั้นต่อไป สมาชิกพรรคที่เป็นประชาชนธรรมดาจะมีส่วนร่วมในการออกเสียงเลือกหัวหน้าพรรคผ่านทางไปรษณีย์เพื่อตัดสินผู้ชนะ
แต่จำนวนสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟที่มีไม่ถึง 160,000 คน คิดเป็นเพียง 0.34% ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งชาวอังกฤษทั้งหมด
นายจอห์นสันได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ด้วยคะแนนเสียง 92,153 คะแนน ขณะที่นายฮันต์ได้ 46,656 คะแนน และมีบัตรเสียราว 500 ใบ
กระบวนการดังกล่าวเคยทำให้เกิดเสียงร้องเรียนถึงความยุติธรรมมาแล้วในอดีต อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นเรื่องค่อนข้างธรรมดาที่พรรคการเมืองจะเป็นผู้เลือกตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในสหราชอาณาจักร
ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา ประมาณครึ่งหนึ่งของนายกรัฐมนตรี 8 คนของสหราชอาณาจักรได้รับเลือกจากพรรคการเมืองที่พวกเขาสังกัดอยู่ ไม่ใช่การเลือกจากประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ
ส่วนหนึ่งเพราะในระบบการเมืองอังกฤษนั้น หัวหน้ารัฐบาลมีความเสี่ยงมากที่จะถูกพรรคของพวกเขาขับออกจากตำแหน่ง หากไม่เป็นที่นิยมจากบรรดาลูกพรรค ซึ่งต่างจากระบบประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
ลักษณะสมาชิกพรรค

ที่มาของภาพ, AFP
หากดูจากลักษณะของสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ก็จะเห็นได้ว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่ตัวแทนของคนทั้งประเทศ
เพราะ 97% ของสมาชิกพรรคเป็นคนผิวขาว
นี่จึงหมายความว่า "...คนกลุ่มน้อยจากชาติพันธุ์อื่น ซึ่งมีกว่า 10% ของพลเมืองอังกฤษทั้งหมด จึงมีสัดส่วนน้อยมากในพรรคคอนเซอร์เวทีฟ" ศ.ทิม เบล จากวิทยาลัยควีนแมรี มหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าว


เขาเสริมว่า "สมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟมักเป็นกลุ่มผู้มีฐานะดีกว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งส่วนใหญ่ และมีอายุเฉลี่ยที่ 57 ปี"
นั่นจึงหมายความว่า การเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ครั้งนี้ คนหนุ่มสาวผู้มีรายได้ต่ำ และชนกลุ่มน้อยจากชาติพันธุ์อื่น จึงมีสิทธิ์ออกเสียงตามวิถีทางประชาธิปไตยน้อยกว่า












