โควิด-19 : ควีนจะมีพระราชดำรัสสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในวิกฤตโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาด

Queen Elizabeth II talks with MI5 officers during a visit to the headquarters of MI5, which is the United Kingdom"s domestic counter-intelligence and security agency, at Thames House in London, Britain February 25, 2020.

ที่มาของภาพ, Reuters

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักร จะมีพระราชดำรัสต่อประชาชนในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตการณ์โรคโควิด-19 ระบาด โดยจะทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีวินัยในตนเอง และความแน่วแน่ในการฝ่าฟันกับปัญหาในห้วงเวลาแห่งความท้าทายนี้

สมเด็จพระราชินีนาถฯ พระชนมพรรษา 93 พรรษา จะพระราชทานพระราชดำรัส ซึ่งได้มีการบันทึกเทปไว้ล่วงหน้า และจะมีการเผยแพร่ทางโทรทัศน์, วิทยุ และโซเชียลมีเดีย ในเวลา 20.00 น.ของวันนี้ (5 เม.ย.) ตามเวลาในอังกฤษ

ในการพระราชทานพระราชดำรัสครั้งนี้ สมเด็จพระราชินีนาถฯ จะตรัสถึงความเศร้าโศกเสียใจ และความยากลำบากทางเศรษฐกิจที่ชาวอังกฤษต้องเผชิญใน "ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายนี้"

นอกจากนี้ พระองค์จะทรงแสดงความขอบพระทัยบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผู้มีบทบาทสำคัญต่าง ๆ รวมทั้งจะทรงเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญที่ประชาชนแต่ละคนสามารถทำได้ในวิกฤตการณ์นี้

สมเด็จพระราชินีนาถฯ จะตรัสว่า "ข้าพเจ้าพูดกับพวกท่านในยามที่ข้าพเจ้าทราบดีว่ามีความท้าทายขึ้นทุกขณะ"

"ในห้วงเวลาแห่งความวุ่นวายในบ้านเมืองของเรา ความวุ่นวายได้นำมาซึ่งความเศร้าโศกสำหรับบางคน, ความยากลำบากทางเศรษฐกิจสำหรับหลายคน และความเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงต่อชีวิตประจำวันของเราทุกคน"

"ข้าพเจ้าหวังว่าต่อไปภายหน้าทุกคนจะภาคภูมิใจกับสิ่งที่พวกท่านได้ทำเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้...และคนรุ่นหลังจะพูดได้ว่า คนอังกฤษรุ่นนี้มีความแข็งแกร่งไม่แพ้รุ่นใด"

"นั่นเป็นเพราะความมีวินัยในตนเอง ความแน่วแน่ในการฝ่าฟันปัญหาด้วยอารมณ์ที่ดี และด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน ที่ยังคงเป็นคุณลักษณะเฉพาะของประเทศนี้"

นอกจากนี้ สมเด็จพระราชินีนาถฯ จะตรัสขอบพระทัยประชาชนที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลที่ให้เก็บตัวอยู่ในบ้าน แม้ว่าช่วงสุดสัปดาห์นี้จะมีสภาพอากาศดีทั่วประเทศก็ตาม

โควิด-19

ที่มาของภาพ, Buckingham Palace

คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระราชินีนาถฯ ประทับอยู่ที่พระราชวังวินด์เซอร์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดโรคโควิด-19 ตามคำแนะนำของรัฐบาลที่ให้ผู้มีอายุเกิน 70 ปีเก็บตัวอยู่ในบ้าน ในภาพทรงรับการถวายรายงานประจำสัปดาห์จากนายกรัฐมนตรีทางโทรศัพท์

สร้างขวัญกำลังใจ

การบันทึกเทปพระราชดำรัสครั้งนี้มีขึ้นโดยใช้ช่างภาพเพียงหนึ่งคนที่สวมชุดป้องกันเชื้อ ขณะที่เจ้าหน้าที่เทคนิคคนอื่น ๆ ทำงานอยู่ในห้องอื่น

นิโคลัส วิตเชลล์ ผู้สื่อข่าวสายราชสำนักของบีบีซี ระบุว่า พระราชดำรัสครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความอุ่นใจและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชน

เขาชี้ว่า การตัดสินใจเรื่องนี้มีขึ้นหลังจากมี "การปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลอังกฤษ"

โดยมีขึ้นในขณะที่สหราชอาณาจักรมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 4 เม.ย. เพิ่มขึ้น 708 ราย ถือเป็นยอดผู้เสียชีวิตสูงสุดภายในวันเดียวของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 4,313 ราย

ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย

จอนนี ไดมอนด์ ผู้สื่อข่าวราชสำนักของบีบีซี บอกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย โดยตลอดระยะเวลา 68 ปีที่ทรงครองราชย์ สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงมีพระราชดำรัสในช่วงวิกฤตการณ์ของบ้านเมืองเพียง 4 ครั้งเท่านั้น คือ

  • ในช่วงต้นที่สหราชอาณาจักรเข้าร่วมสงครามในอิรักเมื่อปี 1991
  • การสิ้นพระชนม์ของไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ เมื่อปี 1997
  • การสวรรคตของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี เมื่อปี 2002
  • พระราชดำรัสขอบพระทัยเนื่องในงานฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปีของพระองค์ ในปี 2012

ไดมอนด์ ชี้ว่า แม้บทบาทของสมเด็จพระราชินีนาถฯ และสมาชิกราชวงศ์จะมีอยู่ด้วยกันหลายประการ เช่น ในด้านที่เกี่ยวเนื่องกับรัฐธรรมนูญ, พิธีการต่าง ๆ, การเสด็จเยือนเมืองและประเทศต่าง ๆ รวมทั้งการสนับสนุนกิจกรรมการกุศล แต่หัวใจสำคัญของสถาบันนี้คือการเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ

ดังนั้นเมื่อเกิดความแตกแยกทางความคิดของคนในชาติ สมเด็จพระราชินีนาถฯ จะไม่ทรงเข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือมีพระราชดำรัสใด ๆ โดยจะทรงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการจัดการ

ยกตัวอย่างกรณีดังกล่าวเช่น ในช่วงสงครามอิรักเมื่อปี 2003, การรุกรานอียิปต์ในวิกฤตการณ์คลองสุเอซ เมื่อปี 1956 ซึ่งกองทัพที่ปฏิบัติการภายใต้พระนามของพระองค์ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในความขัดแย้งเหล่านี้ และก่อให้เกิดความคิดเห็นที่แตกแยกของคนอังกฤษในชาติ

ไดมอนด์ ชี้ว่า การที่สมเด็จพระราชินีนาถฯ จะทรงเรียกร้องให้เกิดความสามัคคีในเหตุขัดแย้งเหล่านี้ จะถูกตีความว่าพระองค์ทรงให้การสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้โดยง่าย

ทว่าพระราชดำรัสในครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นในวิกฤตการณ์ที่ต่างออกไปมาก โดยถึงแม้ว่าพระองค์จะไม่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการตกงานจากวิกฤตโควิด-19 เหมือนประชาชนทั่วไป แต่พระราชโอรสของพระองค์คือหนึ่งในเหยื่อของโรคระบาดครั้งนี้

09/03/20 of the Prince of Wales and the Duchess of Cornwall greeting guests during the Commonwealth Reception at Marlborough House, London on Commonwealth Day

ที่มาของภาพ, PA Media

คำบรรยายภาพ, แคลเรนซ์เฮาส์ แถลงเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ว่า เจ้าชายแห่งเวลส์ ทรงได้รับการตรวจว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่ทรงมีอาการไม่รุนแรง

พระราชดำรัสในสมเด็จพระราชินีนาถฯ ครั้งนี้ มีขึ้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ หลังจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงหายจากอาการประชวร และพ้นกำหนดการกักตัวเอง หลังจากทรงได้รับการตรวจว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าชายแห่งเวลส์ พระชนมายุ 71 พรรษา ทรงเป็นองค์ประธานเปิดโรงพยาบาลไนติงเกล ผ่านระบบวิดีโอลิงค์

โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลสนามที่ดัดแปลงมาจากศูนย์แสดงสินค้าและศูนย์ประชุมในลอนดอน ซึ่งรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้ถึง 4,000 เตียง