ไฟใต้ : 60 ปีสถาปนาบีอาร์เอ็น ปรับภาพลักษณ์ “องค์กรลับ” สู่ “องค์กรการเมือง”

ป้ายผ้าสถานการณ์ภาคใต้

ที่มาของภาพ, Getty Images

นักวิชาการด้านสันติภาพชี้บีอาร์เอ็นกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่เกี่ยวกับภาพลักษณ์องค์กร หลังแกนนำกลุ่มตัดสินใจวางอาวุธแล้วเข้าสู่โต๊ะเจรจาสันติภาพกับรัฐไทย

13 มี.ค. เป็นวันคล้ายวันสถาปนาขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ หรือบีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional - BRN) เมื่อปี 2503

สถานะล่าสุดของกลุ่มบีอาร์เอ็นในขวบปีที่ 60 คือ "คู่สนทนาหลัก" ของรัฐไทยในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก หลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นานกว่า 16 ปี คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วกว่า 7 พันราย

พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ฝ่ายไทย เคยอธิบายกับบีบีซีไทยเอาไว้ว่าการเรียกชื่อ "บีอาร์เอ็น" ไม่ใช่ "กลุ่มเห็นต่าง" หรือ "Party B" แบบในอดีต "ไม่ได้เป็นการรับรองสถานะให้องค์กรดังกล่าว แต่เป็นการให้เกียรติคู่พูดคุยเพื่อสร้างความเชื่อมั่น.." พร้อมยอมรับว่านี่คือ "กลุ่มที่มีอิทธิพลมากที่สุดในขบวนการผู้เห็นต่าง"

วัลลภ รักเสนาะ

ที่มาของภาพ, Jonathan Head

คำบรรยายภาพ, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ

ย้อนกลับไปก่อนเกิดเหตุปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ต.ปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อปี 2547 บีอาร์เอ็นเป็น "องค์กรใต้ดิน" ที่คนทั่วไปไม่รู้จัก

รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช นักวิชาการและนักวิจัยอิสระด้านการจัดการความขัดแย้ง ได้เปิดเผยโครงสร้างบีอาร์เอ็นที่ใช้ในช่วงเตรียมการก่อนปี 2547 กับบีบีซีไทย แสดงให้เห็นว่าส่วนหัวสุดของบีอาร์เอ็นคือ "สภาองค์กรนำ (DPP)" รองลงมามี "คณะกรรมการบริหาร" ส่วนระดับรองลงไปแบ่งการทำงานเป็น 5 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายการเมือง, การทหาร, เศรษฐกิจ, เยาวชน และผู้นำศาสนา

เธอระบุว่า ได้รับแผนผังนี้มาจากสมาชิกระดับสูงของบีอาร์เอ็น ทว่าโครงสร้างบีอาร์เอ็นมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอยู่เสมอ

ชาร์ต

ที่มาของภาพ, รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช

ผู้ร่วมขบวนการแต่ละคน/กลุ่ม/ฝ่าย จะทำงานแบบแยกส่วน ไม่รู้จักกัน และปัจจุบัน รุ่งรวี ก็ระบุว่าบีอาร์เอ็น "ยังไม่ได้วางอาวุธ"

"บีอาร์เอ็นทำอะไรไม่มีหลักฐานที่จะปรากฏให้สาธารณะรู้ บีอาร์เอ็นได้ดำเนินการมาเป็นสิบ ๆ ปี รัฐบาลถึงได้รู้ เพราะสมาชิกของบีอาร์เอ็นแต่ละระดับก็จะไม่รู้เรื่องของระดับบน ๆ ขึ้นไป" สุกรี ฮารี อดีตหัวหน้าคณะฝ่ายผู้เห็นต่างที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "มารา ปาตานี" (MARA Patani) กล่าวกับบีบีซีไทยเมื่อปี 2561

แม้เป็นสมาชิกบีอาร์เอ็นเช่นกัน แต่ สุกรี ผู้เข้าร่วมกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ กับรัฐไทยตั้งแต่ปี 2558 ไม่ยอมเปิดเผยว่าตัวเองอยู่ใน "ปีกการเมือง" หรือ "ปีกทหาร" ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่อง "ตัวจริง-ตัวปลอม" โดยให้เหตุผลว่า "นี่เป็นความลับของบีอาร์เอ็น"

ย้อนเส้นทางบีอาร์เอ็นร่วมวงเจรจากับรัฐไทย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของบีอาร์เอ็นที่ร่วมวงเจรจาอย่างเปิดเผยกับรัฐไทย รุ่งรวี ไล่เรียงเส้นทางกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ว่า เกิดขึ้นจากการริเริ่มในสมัย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2556 โดยมี ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนริเริ่ม ในช่วงแรกสุด ตัวแทนของบีอาร์เอ็นถูกมาเลเซียกดดันให้เข้าร่วม แต่หลังจากเข้าร่วมแล้ว ก็มีการกำหนดท่าทีและเงื่อนไขโดยสภาองค์กรนำ (DPP) ซึ่งนำไปสู่การเสนอข้อเรียกร้อง 5 ข้อ

หลังจากนั้นบีอาร์เอ็นมีท่าทีที่ต้องการจะพูดคุยต่อ แม้ปฏิเสธไม่เข้าร่วมพูดคุยกับรัฐบาลทหาร โดยกล่าวชัดเจนว่าไม่ได้ปฏิเสธกระบวนการสันติภาพในเชิงหลักการ แต่จะเข้าร่วมในเงื่อนไขที่พวกเขายอมรับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีตัวแทนของผู้สังเกตการณ์นานาชาติเข้าร่วมด้วย ซึ่งขณะนี้บีอาร์เอ็นก็ได้เข้าร่วมหลังมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่าจะได้นายกฯ คนเดิม และรัฐบาลไทยได้ยอมรับให้มีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้าร่วมในฐานะบุคคล ไม่ใช่องค์กร

ระเบิดที่ภาคใต้

ที่มาของภาพ, Getty Images

"ความสำเร็จเบื้องต้นในการนำบีอาร์เอ็นกลับเข้ามาในโต๊ะพูดคุยเกิดขึ้นจากการพูดคุย back channel talk ที่เรียกว่า Berlin initiative ที่ประสานงานโดยองค์กรเอกชนระหว่างประเทศในยุโรป โดยดำเนินการมาประมาณ 2 ปี ตั้งแต่ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ (2561-2562) โดยที่มาเลเซียไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย" นักวิจัยอิสระด้านการจัดการความขัดแย้งกล่าว

เผชิญโจทย์ใหม่ปรับภาพลักษณ์ "องค์กรลับ" สู่ "องค์กรการเมือง"

ด้าน ดร.นอร์เบิร์ท โรเพอร์ส ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งศึกษาเรื่องกระบวนการเจรจาสันติภาพในหลายพื้นที่ บอกบีบีซีไทยว่า ขณะนี้บีอาร์เอ็นกำลังเผชิญความท้าทายในการยกระดับและแสดงให้เห็นภาพความเป็นองค์กรการเมืองที่มีอิทธิพลและเป็นที่ยอมรับ นอกเหนือไปจากการเป็นกองกำลังนักรบที่มีสมาชิกเข้าร่วม สิ่งนี้เป็นความท้าทายที่กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านและเพื่อเสรีภาพทั่วโลกต่างเผชิญ แต่ความที่บีอาร์เอ็นมีภาพความเป็นองค์กรปฏิบัติการแบบปิดลับ จนอีกฝ่ายหนึ่งมองการสู้รบกับบีอาร์เอ็นว่าเป็น "การต่อสู้กับนักรบที่ไม่มีตัวตน" ดังนั้นเมื่อได้ตัดสินใจเข้าร่วมการเจรจาสันติสุขกับรัฐไทยแล้ว บีอาร์เอ็นก็ต้องเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของตนเองในจุดนี้ให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

ซากจากแรงระเบิด

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินมานานกว่า 16 ปี คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วกว่า 7 พันราย

"คู่ขัดแย้งในกระบวนการสันติภาพในบางกรณี เช่น ไอร์แลนด์เหนือ กลุ่มที่เป็นคู่กรณีสามารถเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับองค์กรที่มีภาพความเป็นองค์กรทางการเมืองอยู่ก่อนแล้วได้ แต่ในกรณีของปาตานีนั้นยากกว่า เพราะไม่มีองค์กรในลักษณะนี้อยู่ในพื้นที่ จำเป็นจะต้องสร้างขึ้นมาใหม่" ดร.โรเพอร์สกล่าว

ดร.โรเพอร์ส อธิบายอีกว่า ที่ผ่านมากลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองซึ่งเป็นภาคประชาสังคมในท้องถิ่น ไม่เฉพาะกลุ่มเยาวชน แต่ยังรวมถึงกลุ่มสตรีและกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ต้องการเห็นบีอาร์เอ็นเปิดตัวมากขึ้น และต้องการสื่อสารเพื่อนำเสนอแนวคิดของตนเองที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ และเชื่อว่าบีอาร์เอ็นเองได้เชื่อมโยงตัวเองเข้ากับองค์กรเหล่านั้นบ้างแล้ว

ปลายทางยังไม่ชัด หลังการเมืองมาเลเซียเปลี่ยนแปลง

ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ จุฬาฯ ยังมองเรื่องการเจรจาสันติภาพว่า หลายคนอาจมองว่ากลุ่มเคลื่อนไหวมักมีเป้าหมายในเรื่องการแยกดินแดน หรือต้องการแยกไปกำหนดการปกครองตนเอง แต่ก็มีฝ่ายที่เห็นว่าเรื่องนี้ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และด้วยความที่ฝ่ายรัฐบาลจับตาความพยายามแบ่งแยกดินแดนมากขึ้น ฝ่ายเคลื่อนไหวจึงต้องคำนึงว่าการแบ่งสรรอำนาจทางการเมืองรูปแบบใดน่าจะเป็นแนวทางนำไปสู่ความสำเร็จของสิ่งที่เป็นเป้าหมายในระยะยาวได้ ในเวลาเดียวกันก็ยังคงสถานะเป็นคู่เจรจากับอีกฝ่ายอยู่ต่อไปได้ โดยเรื่องของการแบ่งสรรอำนาจนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะถกเถียงกันเพียงภายในได้ แต่ต้องเป็นการถกเถียงอย่างกว้างขวางที่สาธารณะมีส่วนร่วม

"มันเป็นกระบวนการที่ใช้เวลายาวนาน ใช้ทักษะและความเข้าใจที่จะนำไปสู่พัฒนาการของการก้าวย่างไปทีละก้าว ดังนั้นในเบื้องต้นจึงไม่ใช่เรื่องของการพูดถึงวิสัยทัศน์อันโอฬารของทั้งสองฝ่าย แต่เป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันและเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่จะนำไปสู่ความตกลงบางอย่างที่อาจไม่ใช่เรื่องของการปกครอง แต่เป็นเรื่องการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่ เรื่องวัฒนธรรม การศึกษา และภาษา แต่สิ่งที่สำคัญคือเมื่อมีความตกลงใด ๆ กันแล้วจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง"

คำบรรยายวิดีโอ, หัวหน้าทีมมารา ปาตานี หมดหวังรัฐบาล หวังพึ่งพระบารมี ร.10

ดร.โรเพอร์ส มองการเจรจาสันติสุขในพื้นที่ภาคใต้ในเชิงบวก เพราะมีตัวอย่างความขัดแย้งในลักษณะเดียวกันในหลายประเทศในเอเชีย อาทิ มินดาเนา และอาเจะห์ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว

ขณะที่ รุ่งรวี เห็นว่า ยังมีความไม่แน่นอนหลายอย่าง เพราะว่าในฝ่ายไทยเอง ยังมีหลายส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการให้มีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอดีตนายทหารอาวุโสบางคน ซึ่งอาจจะมีแรงต้านในอนาคต ในขณะที่ผู้อำนวยความสะดวกเองก็ไม่ต้องการที่จะให้มีผู้สังเกตการณ์นานาชาติ และยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองในมาเลเซีย จะมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกหรือไม่ และจะมีผลต่อการพูดคุยสันติภาพในประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร เพราะ พล.ต.อ.ตัน สรี อับดุล ราฮิม บินโมฮัมหมัด นูร์ เป็นคนที่ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกฯ เป็นคนแต่งตั้ง