ราชวงศ์ : 7 ปี แห่งคดีลูกนอกสมรส ฟ้องอดีตกษัตริย์เบลเยียมให้รับเป็นพ่อ ก่อนชนะคดี-ได้คืนฐานันดรศักดิ์

ที่มาของภาพ, EPA
ศาลอุทธรณ์เบลเยียมมีคำตัดสินให้นางเดลฟีน โบเอล ศิลปินชาวเบลเยียม วัย 52 ปี ชนะคดีที่อ้างว่าสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 อดีตกษัตริย์เบลเยียม เป็นพระบิดาของเธอ หลังต่อสู้คดีในศาลมานานถึง 7 ปี
ผลจากคำพิพากษาดังกล่าว ทำให้นางโบเอล ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์นอกสมรส มีสิทธิได้รับฐานันดรศักดิ์เป็น "เจ้าหญิงแห่งเบลเยียม" เช่นเดียวกับพระโอรสและพระธิดา 3 พระองค์ของอดีตกษัตริย์เบลเยียม
หลังจากนี้ นางโบเอลจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุล ซัคเซิน-โคบวร์ก ตามพระบิดา ส่วนลูกชายและลูกสาวของเธอก็จะได้รับพระยศด้วย
แถลงการณ์จากทนายความของนางโบเอลระบุตอนหนึ่งว่า ชัยชนะครั้งนี้ไม่อาจแทนที่ความรักจากพ่อได้ แต่เป็นการให้ความยุติธรรม และเป็นกำลังใจให้เด็ก ๆ ที่เผชิญชะตากรรมอย่างเธอให้เข้มแข็ง
ย้อนเส้นทางการต่อสู้
กษัตริย์อัลแบร์ที่ 2 พระชนมพรรษา 86 พรรษา ทรงต่อสู้ทางกฎหมายต่อข้อกล่าวอ้างเป็นบุตรของ นางเดลฟีน โบเอล มาตั้งแต่ปี 2013 หลังจากพระองค์ทรงสูญเสียสิทธิคุ้มกันการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ภายหลังทรงสละราชสมบัติด้วยเหตุผลด้านพระราชพลานามัย
ในแถลงการณ์ที่ทนายความของกษัตริย์อัลแบร์ที่ 2 เผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า อดีตกษัตริย์เบลเยียม "ทรงได้รับทราบผลการตรวจดีเอ็นเอ...และข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่บ่งชี้ว่าพระองค์คือบิดาผู้ให้กำเนิดของนางเดลฟีน โบเอล"
ทนายความยังระบุด้วยว่า อดีตกษัตริย์เบลเยียมทรงตัดสินพระทัยที่จะระงับการต่อสู้ทางกฎหมายครั้งนี้ ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2013 และตอนนี้พระองค์ "ทรงยอมรับว่านางเดลฟีน โบเอล คือบุตรคนที่ 4 ของพระองค์"
ด้านทนายความของนางโบเอล ระบุว่า การยอมรับของกษัตริย์อัลแบร์ที่ 2 เป็นเรื่องที่น่า "โล่งอก" สำหรับนางโบเอล และว่า "ชีวิตของเธอเป็นดั่งฝันร้ายมายาวนานเพราะข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของเธอ"
ทนายความกล่าวต่อไปว่า "เธอมีพ่อผู้ให้กำเนิดที่ปฏิเสธเธออย่างไร้เยื่อใยในตอนที่คดีพิสูจน์สายเลือดนี้เป็นที่รับรู้ในสังคม" และว่าสาเหตุที่นางโบเอลเดินหน้าต่อสู้ทางกฎหมายครั้งนี้ก็เพื่อ "ปกป้องลูก ๆ ของเธอจากการแบกรับภาระเรื่องนี้"
เมื่อเดือน พ.ค. 2019 ศาลอุทธรณ์ในกรุงบรัสเซลส์ ตัดสินให้กษัตริย์อัลแบร์ที่ 2 ทรงต้องเสียค่าปรับวันละ 5,000 ยูโร (ราว 1.7 แสนบาท) ต่อการปฏิเสธเข้ารับการตรวจดีเอ็นเอ

ที่มาของภาพ, EPA
ปูมหลังคดี
ข่าวลือเรื่องกษัตริย์อัลแบร์ที่ 2 ทรงมีบุตรนอกสมรสปรากฏขึ้นเมื่อปี 1999 ในหนังสืออัตชีวประวัติที่ไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระราชินีเปาลา พระมเหสีของพระองค์
ข้อกล่าวหาดังกล่าวทำให้เกิดเรื่องอื้อฉาวและข่าวซุบซิบในสื่อของเบลเยียม
ข้อกล่าวอ้างของนางโบเอล ว่ากษัตริย์อัลแบร์ที่ 2 คือพ่อที่แท้จริงของเธอปรากฏในสื่อครั้งแรกในบทสัมภาษณ์เมื่อปี 2005
แม่ของเธอ คือ บารอนเนส ซีบิล เดอ เซลีส ลองฌองป์ส อ้างว่าตนเองมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับกษัตริย์อัลแบร์ที่ 2 ระหว่างปี 1966 - 1984 ขณะที่พระองค์ยังดำรงพระยศเป็นเจ้าชายอัลแบร์แห่งลีแย
แต่หลังจากพระเชษฐาของพระองค์ คือ สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงที่ 1 แห่งเบลเยียม เสด็จสวรรคตในปี 1993 ขณะมีพระชนมพรรษา 62 พรรษา ก็ทำให้พระองค์ต้องเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์เบลเยียมโดยไม่คาดฝัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
กษัตริย์อัลแบร์ที่ 2 ประกาศสละราชสมบัติในเดือน ก.ค. 2013 ด้วยเหตุผลด้านพระราชพลานามัย ส่งผลให้พระราชโอรสพระองค์โต เสด็จขึ้นครองราชย์เป็น สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิปแห่งเบลเยียม
มีรายงานว่าหลังจากสละราชสมบัติไปแล้ว กษัตริย์อัลแบร์ที่ 2 ทรงได้รับเงินที่รัฐบาลจัดถวายให้ปีละ 1 ล้านยูโร
เมื่อปีที่แล้ว อดีตกษัตริย์เบลเยียมทรงปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่ให้พระองค์เข้ารับการตรวจดีเอ็นเอ และทรงยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว
ศาลได้กำหนดกรอบเวลา 3 เดือนให้ทรงมอบตัวอย่าง พระเขฬะ (น้ำลาย) เพื่อใช้ตรวจดีเอ็นเอ โดยชี้ว่าหากไม่มีการส่งมอบนางโบเอล ก็จะสามารถอนุมานได้ว่าเป็นพระธิดาของพระองค์จะมีสิทธิในการรับมรดก









