สถาบันกษัตริย์ : สมาชิกราชวงศ์ยุโรปทำงานเลี้ยงชีพกันอย่างไร

Princess Laurentien and Prince Constantijn are pictured on 04 December, 2019.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าชายคอนสตันตินแห่งเนเธอร์แลนด์ และเจ้าหญิงลอเรนทีน พระชายา เป็นสมาชิกราชวงศ์ยุโรปที่ทรงงานเยี่ยงสามัญชนทั่วไป

การประกาศ "ลดบทบาท" ในฐานะพระราชวงศ์ชั้นสูง ของเจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เพื่อไปทรงงานเลี้ยงชีพเยี่ยงสามัญชนทั่วไปเพื่อให้มี "อิสระทางการเงิน" นั้น ไม่ใช่กรณีแรกของสมาชิกระดับสูงในราชวงศ์ยุโรปที่ต้องเผชิญคำถามจากสังคมต่อการที่บุคคลเหล่านี้จะละทิ้ง "งานหลวง" แล้วหันไปประกอบสัมมาชีพเลี้ยงปากท้องตนเอง

ที่ผ่านมา พระบรมวงศ์หลายพระองค์ในประเทศแถบยุโรปเลือกที่จะประกอบอาชีพแบบคนทั่วไปในสังคม ซึ่งมีทั้งที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนไปดำเนินชีวิตแบบคนยุคใหม่ แต่ก็มีบางส่วนที่จำต้องสละฐานันดรศักดิ์ หรืออาจต้องเผชิญข้อครหาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์จากการเป็นสมาชิกในราชวงศ์

ราชวงศ์ในยุโรปมีกฎระเบียบว่าด้วยพระยศและภาระหน้าที่ของสมาชิกในราชวงศ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยในกรณีของดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์นั้นไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทั้งสองพระองค์ทรงมีสถานะคนดังระดับโลกมากกว่าสมาชิกราชวงศ์อื่น ๆ ในยุโรป

รูปแบบการทำงานแบบราชวงศ์เนเธอร์แลนด์

Prince Constantijn and Princess Laurentien of The Netherlands arrive at Theater De Flint for the Kingsday Concert on 15 April, 2019 in Amersfoort, Netherlands.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าชายคอนสตันตินและพระชายาต่างทรงงานในสถาบันวิจัยด้านนโยบายระดับโลก รวมทั้งทรงงานแบบไม่เต็มเวลาที่กระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์

ราชวงศ์เนเธอร์แลนด์ถูกยกให้เป็นต้นแบบความสำเร็จในการที่พระบรมวงศ์หันไปทำงานเลี้ยงชีพตนเอง

เจ้าชายคอนสตันตินแห่งเนเธอร์แลนด์ พระราชอนุชาในสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 4 ของการสืบราชสันตติวงศ์ และเจ้าหญิงลอเรนทีน พระชายา ต่างทรงงานเยี่ยงสามัญชนทั่วไป

นายริค เอเวอร์ส ผู้สื่อข่าวสายราชสำนักเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า สมาชิกราชวงศ์ต่างเห็นพ้องให้ทั้งสองพระองค์ทรงลดบทบาทในราชวงศ์ได้ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าทั้งคู่จะต้องเข้าไปช่วยงานในราชสำนักเมื่อมีการร้องขอ โดยที่อาจต้องวางมือจากงานอื่นลงชั่วคราว ส่วนการประกอบอาชีพส่วนพระองค์นั้นจะต้องมีการแจ้งข้อมูลต่อรัฐบาลและกษัตริย์เนเธอร์แลนด์

เจ้าชายคอนสตันตินและพระชายาต่างทรงงานในสถาบันวิจัยด้านนโยบายระดับโลก รวมทั้งทรงงานแบบไม่เต็มเวลาที่กระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์

ส่วนงานในราชสำนักนั้น แทบจะไม่ได้เห็นเจ้าชายคอนสตันติน ทรงร่วมงานสาธารณะในฐานะสมาชิกของราชวงศ์

ด้านเจ้าชายฟริโซ พระเชษฐาอีกพระองค์ในเจ้าชายคอนสตันติน ก็ทรงงานเลี้ยงชีพพระองค์เองเช่นกัน โดยหลังจากจบการศึกษาด้านวิศวกรรมอากาศยาน ทรงได้รับการว่าจ้างให้ทำงานในบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมแห่งหนึ่ง พระองค์สิ้นพระชนม์ในเหตุหิมะถล่มระหว่างไปทรงสกีที่เทือกเขาแอลป์ในประเทศออสเตรียเมื่อปี 2012

ทั้งนี้ สมาชิกราชวงศ์เนเธอร์แลนด์ที่ทรงงานในภาคเอกชนจะไม่ได้รับเงินที่รัฐจัดถวายให้

ส่วนสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ แม้เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชมารดา คือ สมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์ ที่ทรงสละราชสมบัติเมื่อปี 2013 แต่พระองค์ยังทรงงานเป็นนักบินพาณิชย์ของสายการบินเคแอลเอ็มเป็นครั้งคราว โดยทรงเรียกว่า "งานอดิเรกที่จริงจัง" มากกว่างานที่ทำเพื่อเลี้ยงชีพ

เจ้าหญิงนอร์เวย์ผู้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์

Princess Martha Louise of Norway attends a garden party at the Royal Residence, Stiftsgarden, on 23 June 2019.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าหญิงแมร์ธา ลูอีส ทรงเผชิญข้อครหาเรื่องการตักตวงผลประโยชน์จากการเป็นสมาชิกราชวงศ์

เจ้าหญิงแมร์ธา ลูอีส พระราชธิดาองค์โตในสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ทรงสละพระยศ HRH (Her Royal Highness) หลังเข้าพิธีเสกสมรสเมื่อปี 2002 เพื่อทุ่มเทให้กับการทรงงานในภาคเอกชน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหญิงแมร์ธา ลูอีส ทรงเผชิญข้อครหาเรื่องการตักตวงผลประโยชน์จากการเป็นสมาชิกราชวงศ์

เมื่อปีที่แล้ว พระองค์และ ดูเร็ก เวอร์เร็ต แฟนหนุ่มเชื้อสายแอฟริกันที่ตั้งตนเองเป็นผู้วิเศษที่สื่อสารกับวิญญาณได้นั้น ได้จัดงานสัมมนาที่ใช้ชื่อว่า "The Princess and the Shaman" หรือ "เจ้าหญิงกับหมอผี" โดยโฆษณาว่าพวกเขาจะนำผู้ร่วมงานเดินทางไป "ค้นหาตัวเองผ่านสติปัญญาเพื่อเปิดเผยตัวตนอันสูงส่งของคุณ"

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ในเวลาต่อมา เจ้าหญิงแมร์ธา ลูอีส ทรงออกมาขอโทษ พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่ใช้พระยศเจ้าหญิงในงานเชิงพาณิชย์อีกในอนาคต

พระองค์ทรงชี้แจงผ่านอินสตาแกรมว่า "ต่อกรณีที่ข้าพเจ้าใช้ยศเจ้าหญิงในชื่อการทัวร์ของข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าเคยพูดไปก่อนหน้านี้ว่าข้าพเจ้าเสียใจอย่างยิ่ง และยังยืนยันคำนั้น มันเป็นเรื่องผิดพลาด และข้าพเจ้าเข้าใจว่ามันได้สร้างความไม่พอใจเมื่อมีการใช้ยศเจ้าหญิงในลักษณะนี้"

จากกรณีดังกล่าวทำให้ในเวลาต่อมาทรงเปิดบัญชีอินสตาแกรมใหม่เพื่อใช้โพสต์เฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานส่วนพระองค์โดยที่ไม่มีการนำพระยศเจ้าหญิงมาเกี่ยวข้อง

"ฉันคือแมร์ธา ลูอีส คนธรรมดา มาร่วมค้นหาชีวิตและการผจญภัยไปด้วยกัน" ทรงระบุในโพสต์แรกทางอินสตาแกรมใหม่ของพระองค์

ข้าม Instagram โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Instagram

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Instagram เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Instagram และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Instagram ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด Instagram โพสต์

Presentational white space

แม้จะทรงสละพระยศ HRH ไปแล้ว แต่ เจมส์ เทย์เลอร์ ผู้สันทัดกรณีด้านราชวงศ์ ระบุว่า เจ้าหญิงแมร์ธา ลูอีส ยังทรงปรากฏพระองค์ในงานสาธารณะร่วมกับพระราชวงศ์อย่างต่อเนื่อง

"แม้พระองค์จะเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขณะเดียวกันก็ยังทรงเป็นส่วนหนึ่งราชวงศ์อยู่"

เขยนักการเงินของราชวงศ์สวีเดน

Princess Madeleine of Sweden and Christopher O'Neil leave their wedding ceremony in June, 2013.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายคริสโตเฟอร์ โอนีล นักการเงินสัญชาติอเมริกัน-อังกฤษ เลือกที่จะไม่รับยศศักดิ์ใด ๆ ในราชวงศ์สวีเดนหลังเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าหญิงมาเดอลีน

นายคริสโตเฟอร์ โอนีล นักการเงินสัญชาติอเมริกัน-อังกฤษ เลือกที่จะไม่รับยศศักดิ์ใด ๆ ในราชวงศ์สวีเดนหลังเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าหญิงมาเดอลีน พระราชธิดาองค์เล็กในสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพส่วนตัวได้ต่อไป

นายโรเจอร์ ลุนด์เกรียน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องราชวงศ์สวีเดนบอกกับบีบีซีว่า "ตอนที่ทั้งสองเสกสมรสกันในปี 2013 กษัตริย์สวีเดนทรงยินยอมให้เขามียศในราชวงศ์ แต่เขาปฏิเสธไป เนื่องจากต้องการมีอิสระและให้แน่ใจว่าจะยังสามารถทำงานหาเงินด้วยตนเองต่อไปได้"

ในขณะที่นายโอนีล ทำงานเป็นนักการเงิน เจ้าหญิงมาเดอลีนก็ทรงงานของราชสำนัก รวมทั้งทรงงานที่มูลนิธิไม่แสวงหาผลกำไรอีกหลายแห่ง โดยที่พระสวามียังคงปรากฏตัวในงานสำคัญ ๆ ของราชสำนักอยู่เนือง ๆ

นายลุนด์เกรียน บอกว่า นายโอนีลไม่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสวีเดนเพราะเขาไม่ได้รับยศหรือตำแหน่งใด ๆ ในราชวงศ์ตั้งแต่ต้น แต่หากเขาตัดสินใจรับพร้อมกับทำงานเป็นนักการเงินไปด้วยก็คงจะต้องเผชิญกับปัญหามากมาย

คาดว่าพระโอรสและพระธิดาในเจ้าหญิงมาเดอลีนและพระสวามีน่าจะทรงงานหาเลี้ยงชีพตนเองด้วยเช่นกันในอนาคต หลังจากเมื่อปีที่แล้ว กษัตริย์สวีเดนมีพระราชโองการให้ถอดพระราชนัดดา 5 พระองค์จากการเป็นพระบรมวงศ์ ซึ่งหมายความว่าพระราชนัดดาทั้งห้าจะไม่ได้ดำรงพระยศเป็นสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูง ที่ต้องออกปฏิบัติพระกรณียกิจต่าง ๆ อย่างเป็นทางการ รวมทั้งจะไม่ได้รับเงินรายปีที่รัฐบาลจัดถวายจากเงินภาษีของประชาชนอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายในการลดขนาดของราชวงศ์ให้เล็กลง หลังจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องพระราชวงศ์เพิ่มจำนวน และรัฐบาลสวีเดนต้องถวายเงินรายปีเพื่อการออกปฏิบัติพระกรณียกิจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม พระราชโองการนี้ไม่ได้หมายรวมถึงพระราชโอรสและพระราชธิดาในเจ้าหญิงวิกตอเรีย องค์มกุฎราชกุมารี ซึ่งเป็นผู้สืบสันตติวงศ์สายตรง

ดัสเชสสเปนผู้ถูกถอดยศ

Princess Cristina of Spain attends the opening of an exhibition at the National Gallery of Art in Washington DC in September 2011

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าหญิงกริสตินา คือสมาชิกราชวงศ์สเปนพระองค์แรกที่ทรงงานมีเงินเดือนเหมือนสามัญชนทั่วไป

เชื่อกันว่า เจ้าหญิงกริสตินา พระเชษฐภคินี (พี่สาว) ในกษัตริย์ฟิลิเป ที่ 6 แห่งสเปน คือสมาชิกราชวงศ์สเปนพระองค์แรกที่ทรงงานมีเงินเดือนเหมือนสามัญชนทั่วไป

สมเด็จพระราชาธิบดีฆวน การ์โลสที่ 1 พระราชบิดาทรงสถาปนาพระอิสริยยศพระองค์ว่า ดัชเชสแห่งปัลมาเดมายอร์กา ตอนที่ทรงเข้าพิธีเสกสมรสกับนายอิญากิ อูร์ดังการิน อดีตนักกีฬาแฮนด์บอลทีมชาติสเปน เมื่อปี 1997

ทว่าในปี 2015 กษัตริย์ฟิลิเป ที่ 6 ทรงถอดยศดยุคและดัชเชสแห่งปัลมาเดมายอร์กาของเจ้าหญิงกริสตินากับพระสวามี ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะขึ้นศาลในคดีโกงภาษี

แม้ในเวลาต่อมาศาลจะพิพากษาให้เจ้าหญิงกริสตินาพ้นผิด แต่นายอูร์ดังการิน ได้ถูกตัดสินให้มีความผิดฐานใช้เส้นสายในราชวงศ์เพื่อเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ ด้วยการใช้มูลนิธิที่ไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งทำงานด้านกีฬา เป็นเครื่องมือเพื่อรับงานจากหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น จากนั้นนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ส่งผลให้เขากลายเป็นสมาชิกราชวงศ์สเปนคนแรกที่ถูกพิพากษาจำคุก

นายลุนด์เกรียน กล่าวว่า เจ้าหญิงกริสตินา ทรงย้ายไปพำนักที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี 2013 มีรายงานว่าปัจจุบันพระองค์ทรงงานให้มูลนิธิการกุศลหลายแห่ง และไม่ทรงงานหลวงใด ๆ อีกทั้งไม่ทรงปรากฏพระองค์ในงานสาธารณะร่วมกับราชวงศ์สเปน