โคโรนา : จีนประกาศภาวะฉุกเฉินสูงสุดทั่วประเทศ ส่วนยอดผู้เสียชีวิตในจีนพุ่งเป็น 56 คน

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์นำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่น เดือน ม.ค. 2020

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน ทำให้เกิดการระบาดของโรคปอดอักเสบ

สำนักข่าวซีซีทีวีของทางการจีน รายงานยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มเป็น 56 คน ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา (นับถึง 25 ม.ค.) ในจีนอยู่ที่ 1,975 คน ทำให้ขณะนี้ทั่วโลกพบว่ามีผู้มีติดเชื้อแล้วกว่า 2,000 คน

ด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานในช่วงสายวันนี้ว่า ทางการจีนได้ประกาศให้ภูมิภาคระดับมณฑล 30 แห่งในจีน ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับสูงสุดเพื่อยับยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส ยกเว้นเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งเป็นภูมิภาคเดียวที่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อชนิดนี้

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้กล่าวในที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงของจีนในวันหยุดราชการเทศกาลปีใหม่จีนวานนี้ว่า ประเทศจีนกำลังเผิชญกับ "สถานการณ์ร้ายแรง" และเตือนว่าไวรัสโคโรนานั้นมีการระบาดอย่างรวดเร็ว

ไวรัสโคโรนาซึ่งยังไม่มีทางรักษาหรือวัคซีนป้องกันโดยเฉพาะเจาะจงได้แพร่ระบาดไปหลายภูมิภาคในโลกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศสซึ่งมีการยืนยันผู้ติดเชื้อ 3 ราย ทางการออสเตรเลียก็ออกมาระบุว่าพบผู้ติดเชื้อหลายรายแล้วเช่นกัน

ปิดจังหวัดซัวเถา - สร้าง รพ.พิเศษ แห่งที่ 2 ในอู่ฮั่น

ทางการจีน ยังสั่งปิดจังหวัดซัวเถา (ซ่านโถว) เมืองชายฝั่งของมณฑลกวางตุ้ง ห้ามรถยนต์ เรือ และประชาชน ไม่ให้เดินทางเข้าเมืองเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองอู่ฮั่นกว่า 800 กม. รวมทั้งยุติการให้บริการรถโดยสาร แท็กซี่ และเรือเฟอร์รี่ตั้งแต่เวลา 14 นาฬิกา ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์

จีนยังเตรียมก่อสร้างโรงพยาบาลพิเศษแห่งที่ 2 ในเมืองอู่ฮั่น เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรนาภายในสัปดาห์นี้ มีจำนวนเตียงที่รองรับคนไข้ได้ 1,300 คน และคาดว่าจะสร้างเสร็จในเวลาครึ่งเดือน โดยก่อนหน้านี้จีนได้ก่อสร้างโรงพยาบาลพิเศษไปแล้วหนึ่งแห่ง รองรับคนไข้ได้ 1,000 คน

ไทยยังยืนที่ 5 ราย

สำหรับในไทย ก่อนหน้านี้มีสื่อไทยบางสื่อออกมารายงานว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสรายที่ 6 ของประเทศ เป็นนักท่องเที่ยวจีนที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

อย่างไรก็ดี เว็บไซต์ข่าวสดและเดลินิวส์ รายงานเมื่อวานนี้ (25 ม.ค.) ว่า นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกมาโต้ข่าวดังกล่าว โดยบอกว่า นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรค (PUI) เนื่องจากเข้าเกณฑ์ทั้ง 3 ส่วน คือ มีไข้ อาการทางเดินหายใจ และมาจากเมืองอู่ฮั่น โดยผู้ป่วยมาขอรับบริการที่ รพ. เนื่องจากมีไข้ รพ.เมื่อตรวจสอบคัดกรองได้จึงแจ้งเข้ามา และได้นำผู้ป่วยเข้าห้องแยกโรคความดันเป็นลบตามปกติ

การระบาดในจีน

นพ.สุวรรณชัย บอกว่า การจะบอกว่าผู้ป่วยแต่ละรายติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่ ต้องพิจารณาว่า 1.อาการทางคลินิกว่าน้อยมากรุนแรงแค่ไหน 2.ข้อมูลทางระบาดวิทยา ติดเชื้อจากไหน สัมผัสกับใคร และ 3. ผลจากห้องทดลอง โดยจะไม่ได้ตรวจเพียงเชื้อนี้ แต่จะตรวจเชื้ออื่นควบคู่ไปด้วย เพราะต้องรักษาให้คนไข้หายแม้ว่าจะไม่ใช่ไวรัสโคโรนา

การระบาดในจีน + ต่างแดน

หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่า นางแครี่ แลม ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข สั่งให้ปิดโรงเรียนต่อไปอีก 2 สัปดาห์เพื่อเป็นมาตรการป้องกัน และระงับเที่ยวบิน-รถไฟระหว่างฮ่องกงและเมืองอู่ฮั่น ถึงวันที่ 24 ม.ค. มีการยืนยันผู้ติดเชื้อในฮ่องกง 5 รายแล้ว

คำบรรยายวิดีโอ, จีนยืนยัน เชื้อไวรัสโคโรนาที่พบล่าสุด ติดต่อจากคนสู่คน

คำแนะนำ

กรมควบคุมโรค ได้เผยแพร่วิธีป้องกันตนเองของนักเดินทางเพื่อเตรียมรับมือเรื่องโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเว็บไซต์ว่า

  • ประชาชนสามารถเดินทางไปประเทศจีนได้ อย่างไรก็ดีควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นตามคำประกาศของทางการจีน
  • ระหว่างเดินทางในต่างประเทศขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย
  • หลีกเลี่ยงการเข้าไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต การสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วย หรือตาย และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรวมถึงเนื้อสัตว์ที่ไม่สุกดี
  • หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว) เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ
  • รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย ภายใน 14 วัน ถ้ามีอาการไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้
  • หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

มันมาจากไหน

ภาพตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนานหลังถูกปิดและห้ามคนเข้า

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ตลาดขายอาหารในเมืองอู่ฮั่นที่ถูกตรวจพบเชื้อไวรัส ถูกปิดเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค

ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization--WHO) การระบาดของเชื้อไวรัสนี้น่าจะมีที่มาจากสัตว์

เชื่อว่า ต้นตอของไวรัสมาจากสัตว์ที่ติดเชื้อที่ตลาดขายอาหารทะเลและสัตว์ป่าในเมืองอู่ฮั่น

แต่ได้พบการติดต่อกันระหว่างคนสู่คนเกิดขึ้นแล้วบางส่วน

คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีน ยืนยันเมื่อต้นสัปดาห์ว่า มีการติดเชื้อจากคนสู่คนในมณฑลกวางตุ้งของจีน 2 ราย

ไวรัสโคโรนาเป็นไวรัสที่มีหลากหลายสายพันธุ์ แต่มีเพียง 6 สายพันธุ์ (ไม่รวมสายพันธุ์ที่พบใหม่) ที่พบการติดเชื้อในคน

เชื้อไวรัสโคโรนาส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบมาก่อนสายพันธุ์นี้ ทำให้มีการระบาดของโรคปอดอักเสบขึ้น

มีอาการอย่างไรบ้าง

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์นำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่น เดือน ม.ค. 2020

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน ทำให้เกิดการระบาดของโรคปอดอักเสบ

สัญญาณบ่งบอกถึงการติดเชื้อรวมถึงอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ มีไข้ ไอ หายใจติดขัดและมีปัญหาในการหายใจหลายอย่าง

การระบาดนี้ทำให้นึกถึงการระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง หรือ ซาร์ส (Sars) ซึ่งเกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์หนึ่งเช่นกัน โดยซาร์สทำให้มีผู้เสียชีวิต 774 คนในหลายประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย ในช่วงต้นทศวรรษ 2000

การวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมของไวรัสสายพันธุ์ใหม่พบว่า มีความใกล้เคียงกับซาร์ส มากกว่าไวรัสโคโรนาที่พบในมนุษย์สายพันธุ์อื่น ๆ

"เมื่อเราพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เราต้องการทราบว่า มันจะทำให้เกิดอาการที่รุนแรงแค่ไหน มันมีอาการที่มากกว่าหวัดทั่วไป และนั่นคือสิ่งที่น่ากังวล แต่ก็ยังไม่ร้ายแรงเท่ากับซาร์ส" ศาสตราจารย์มาร์ก วูลเฮาส์ จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ

ควรกังวลหรือไม่

ผู้หญิงสวมหน้ากาก ขณะนั่งอยู่บนรถประจำทางใกล้กับตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนานในจีน

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ศ. โจนาธาน บอลล์ กล่าวว่า "เราควรกังวลเกี่ยวกับไวรัสทุกชนิดที่พบในมนุษย์เป็นครั้งแรก"

ดร. โจซี โกลดิง จากเวลล์คัม ทรัสต์ (Wellcome Trust) กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่า เราควรกังวลมากแค่ไหน จนกว่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสนี้มากขึ้น

"เรามีความทรงจำที่รุนแรงเกี่ยวกับซาร์ส ทำให้เราเกิดความกังวลขึ้น แต่เราได้มีการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคชนิดนี้มากกว่าเดิมมาก" เธอกล่าว

ศ.โจนาธาน บอลล์ จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม กล่าวว่า "เราควรกังวลเกี่ยวกับไวรัสทุกชนิดที่พบในมนุษย์เป็นครั้งแรก"

"เมื่ออยู่ในเซลล์ [ของมนุษย์] และขยายตัว มันจะเริ่มกลายพันธุ์และทำให้แพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และกลายเป็นเชื้อที่อันตรายขึ้น" เขากล่าวเพิ่มเติม

"คุณอย่าเปิดโอกาสให้ไวรัสตัวนี้"