เกรียตา ทุนแบร์ย : จาก "เด็กเหลือขอ" ของ ปธน. บราซิล สู่บุคคลแห่งปี 2019 ของนิตยสารไทม์

เกรียตา ทุนแบร์ย

ที่มาของภาพ, AFP

หญิงสาวชาวสวีเดนวัย16 ปี ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ได้รับยกย่องจากนิตยสารไทม์ให้เป็นบุคคลแห่งปี 2019

เอ็ดเวิร์ด เฟลเฟนทาล บรรณาธิการนิตยสารไทม์ ประกาศผลการตัดสินทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ของสหรัฐฯ ว่า "เธอคือผู้ที่ออกมาส่งเสียงเรียกร้องมากที่สุด ในประเด็นที่ใหญ่หลวงที่สุดที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปีนี้ โดยเริ่มจากจุดที่ไม่อาจนำความเคลื่อนไหวระดับโลกนี้ได้เลย"

ไทม์ได้นำภาพเกรียตาขึ้นปกนิตยสารโดยใช้ข้อความพาดหัวว่า "พลังของเยาวชน"

เพียงไม่นานหลังการประกาศของนิตยสารไทม์ เกรียตาได้ขึ้นกล่าวต่อเวทีที่ประชุมภาคีแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 25 หรือ COP25 ที่กรุงมาดริด ของสเปน ว่าในทศวรรษหน้าจะเป็นห้วงเวลาชี้ชะตาอนาคตของโลกใบนี้

นักรณรงค์หญิงเรียกร้องให้ผู้นำโลกเลิก "กระบวนการทางบัญชีอันชาญฉลาดและแผนงานประชาสัมพันธ์อันแสนงดงาม" เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่แท้จริงต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

เกรียตา ทุนแบร์ย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ในที่ประชุม COP25 เกรียตาได้กล่าวหาผู้นำโลกว่าพยายามหาช่องโหว่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ดำเนินการในสิ่งที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้

เกิดอะไรขึ้นที่มาดริด

ในที่ประชุม COP25 เกรียตาได้กล่าวหาผู้นำโลกว่าพยายามหาช่องโหว่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ดำเนินการในสิ่งที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้

"สิ่งที่เป็นอันตรายอย่างแท้จริงคือว่าบรรดานักการเมืองและบรรดาผู้บริหารระดับสูงพากันทำให้ดูเหมือนว่ากำลังลงมือทำ แต่แท้จริงแล้ว แทบจะไม่มีการลงมือทำอะไรเลย ยกเว้นเพียงการทำบัญชีอย่างชาญฉลาดและเป็นเจ้าความคิดในเรื่องประชาสัมพันธ์" มีเสียงปรบมือขานรับขนานใหญ่หลังคำกล่าวของเธอ

เกรียตายังพูดต่อไปอีกว่า การประชุมว่าด้วยเรื่องสภาพอากาศดูเหมือน "จะกลายเป็นโอกาสที่ประเทศต่าง ๆ จะมาเจรจาต่อรองกันถึงช่องโหว่และหลีกเลี่ยงไม่หยิบเรื่องเป้าหมายที่กำหนดไว้มาพูดถึง"

เวลากำลังผ่านไปและห้วงทศวรรษก็กำลังใกล้เข้ามาทุกที "อีกเพียงสามสัปดาห์เราก็จะเริ่มต้นทศวรรษใหม่ ทศวรรษที่จะเป็นตัวชี้ชะตาอนาคตของเรา แต่ถึงขณะนี้เรายังคงโหยหาสิ่งที่เป็นสัญญาณแห่งความหวัง" เกรียตา กล่าว

line

สุนทรพจน์ที่กลั่นจากงานวิจัย

เดวิด ชุคมาน บรรณาธิการข่าววิทยาศาสตร์ของบีบีซี รายงานว่า การประชุมที่จัดขึ้นที่กรุงมาดริดควรจะเป็นเวลาสำคัญของการพูดคุยถกเถียง ทว่า "ปรากฏการณ์เกรียตา" ได้กลายเป็นน้ำทิพย์ที่นำพาพลังงานใหม่มาสู่กระบวนการนี้ เด็กหญิงวัยรุ่นคนนี้เป็นผู้ที่เกือบจะได้ชื่อว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดในที่ประชุม เธอดึงดูดความสนใจได้มากกว่าบรรดาผู้มีชื่อเสียงอย่างนายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่องค์การสหประชาชาติเองดูจะต้องการแรงกระตุ้นขนานใหญ่

สิ่งที่เกรียตากล่าวต่อบรรดาผู้นำโลกเป็นคำพูดที่ผ่านการตรวจสอบกลั่นกรองจากงานวิจัยล่าสุด และเลี่ยงไม่แตะในสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดหรือโกรธเคืองอย่างที่เธอเคยกล่าวในเวทีประชุมที่นิวยอร์กเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่น่าตะลึงที่ได้เห็นว่าผู้แทนชาติต่าง ๆ จำนวนเท่าใดที่ไม่เข้าร่วมประชุมในช่วงเช้า

เป็นการดูแคลนของบรรดาชาติยักษ์ใหญ่ที่เศรษฐกิจต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลหรือ หรืออาจเป็นเพราะพวกเขากำลังเจรจาต่อรองกันอยู่

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ความกระตือรือร้นของยาวชนนับล้าน ๆ คน ที่ออกไปบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้ลงมือแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศดูจะห่างไกลจากปัญหาที่บรรดานักการทูตกำลังถกกันในเวทีนี้

อีกด้านหนึ่ง นายชาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิล ผู้นำซึ่งมีแนวคิดขวาจัด ได้วิจารณ์เกรียตาที่แสดงความเป็นห่วงการสังหารชาวชนเผ่าในป่าแอมะซอน

"เกรียตาพูดว่าชาวอินเดียนต้องตายเพราะปกป้องแอมะซอน" นายโบลโซนาโร พูดกับนักข่าว

"มันน่าประทับใจจริง ๆ ที่สื่อให้พื้นที่กับเด็กเหลือขออย่างเธอ" เขากล่าวโดยใช้คำในภาษาโปรตุเกสว่า "pirralha" ซึ่งหมายถึง 'brat' หรือเด็กเหลือขอ

บรรดานักรณรงค์ตอบโต้ด้วยการเปลี่ยนไบโอทวิตเตอร์เป็น Pirralha

Swedish environmental activist Greta Thunberg attends "Fridays for Future" protest,

ที่มาของภาพ, Reuters

คู่แข่งชิงรางวัลโนเบิลสาขาสันติภาพ

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของนอร์เวย์ 3 คน เป็นผู้เสนอชื่อ เกรียตา เข้าชิงรางวัลครั้งนี้ หนึ่งในนั้นคือ นายเฟรดดี อันเดร เอิฟส์เตอโกร์ด ส.ส. พรรคฝ่ายซ้ายสังคมนิยมของนอร์เวย์ ที่กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า "เราได้เสนอชื่อ เกรียตา ทุนแบร์ย เพราะหากเราไม่ทำอะไรเพื่อหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อไปปัญหานี้จะนำไปสู่สงคราม ความขัดแย้ง และผู้อพยพลี้ภัย"

เขาบอกว่า "เกรียตา ทุนแบร์ย เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวใหญ่ ซึ่งผมมองว่าเป็นการส่งเสริมสันติภาพโลกอย่างแท้จริง"

ด้าน เกรียตา ทวีตข้อความว่ารู้สึก "เป็นเกียรติ" ที่ได้รับการเสนอชื่อในครั้งนี้

หากเธอได้รับเลือก ก็จะกลายเป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอายุน้อยที่สุดในโลก ทำลายสถิติที่ น.ส. มาลาลา ยูซาฟไซ นักต่อสู้เพื่อสิทธิการศึกษาของเด็กหญิงในปากีสถาน เคยทำไว้ตอนที่มีอายุ 17 ปี ทว่า รางวัลตกเป็นของ นายกรัฐมนตรีอาเบีย อาห์เหม็ด แห่งเอธิโอเปีย จากความพยายามผลักดัน "ให้เกิดสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ"

คำบรรยายวิดีโอ, เส้นทางการต่อสู้ของ เกรียตา ทุนแบร์ย

เยาวชนผู้เรียกร้องให้ผู้ใหญ่หันมาสนใจปัญหาโลกร้อน

เกรียตา เริ่ม "การหยุดเรียนประท้วงเพื่อสภาพภูมิอากาศ" ที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาของสวีเดนในกรุงสต็อกโฮล์ม เมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว จากนั้นก็มักหยุดเรียนไปประท้วงทุกวันศุกร์

เธอเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกครั้งที่ 24 หรือ COP24 ที่ประเทศโปแลนด์ เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา

การหยุดเรียนประท้วงของเธอได้สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนทั่วโลก และในวันที่ 15 มี.ค. 2019 เด็กนักเรียนหลายหมื่นคนในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก อาทิ เยอรมนี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เบลเยียม และออสเตรเลีย ได้ร่วมหยุดเรียนเพื่อออกไปเดินขบวนประท้วงปัญหาโลกร้อนที่มีชื่อว่า Fridays for Future หรือวันศุกร์เพื่ออนาคต ครั้งใหญ่ที่สุด เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใหญ่หันมาใส่ใจกับปัญหานี้

line

รู้จัก เกรียตา ทุนแบร์ย ให้มากขึ้น

เกรียตา เกิดเมื่อ 3 ม.ค. 2003 มีแม่เป็นนักร้องโอเปร่า และพ่อเป็นนักแสดง และเพื่อให้ครอบครัวลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่โลก เธอยืนกรานให้ทั้งครอบครัวกินอาหารเจ และเลิกการเดินทางด้วยเครื่องบิน

ข้อมูลในบัญชีทวิตเตอร์ของเธออธิบายถึงตัวเองว่า "เป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสภาพภูมิอากาศวัย 16 ปี ที่มีอาการแอสเพอร์เกอร์ (Asperger's Syndrome)" ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติทางการทำงานของระบบประสาท และจัดอยู่ในกลุ่มของอาการกลุ่มออทิสติก

line
คำบรรยายวิดีโอ, ฟังสุนทรพจน์เด็กในเวทีประชุมโลกร้อน

เกรียตา ให้สัมภาษณ์นิตยสาร โรลลิง สโตน ว่า ผู้หญิงคนแรกที่เป็นแรงบันดาลใจของเธอคือ นางโรซา พาร์กส์ สตรีชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน ผู้จุดชนวนการเรียกร้องสิทธิพลเมืองให้แก่คนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันทั่วประเทศในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960

"ฉันได้ยินว่าเธอมีนิสัยชอบเก็บตัว ฉันก็เป็นคนชอบเก็บตัวเหมือนกัน" น.ส. ทุนแบร์ย อธิบาย และว่านางพาร์กส์ เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า "คนหนึ่งคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้"

A float featuring an effigy of climate activist Greta Thunberg makes its way through the annual Rose Monday Carnival parade on March 4, 2019 in Dusseldorf, Germany

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เกรียตา เป็นสัญลักษณ์ของเยาวชนที่กระตุ้นให้ผู้ใหญ่หันมาจริงจังกับการแก้ปัญหาโลกร้อน