เจ้าชายแอนดรูว์ ทรงงดปฏิบัติพระกรณียกิจหลังบทสัมภาษณ์บีบีซีสร้างข้อกังขามากขึ้น

ที่มาของภาพ, EPA
ดยุคแห่งยอร์ก ทรงงดเว้นการปฏิบัติพระกรณียกิจ "ไปสักระยะ" หลังการประทานสัมภาษณ์กับบีบีซีเรื่องความสัมพันธ์กับผู้ต้องหาคดีจัดหาค้าประเวณีผู้เยาว์ สร้างความวุ่นวายตามมา
เจ้าชายแอนดรูว์ทรงระบุว่า ความสัมพันธ์ของพระองค์กับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินผู้อื้อฉาวชาวสหรัฐฯ ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศ "ได้สร้างความวุ่นวายอย่างใหญ่หลวง" ต่อราชวงศ์อังกฤษ
ในแถลงการณ์ ทรงระบุว่า พระองค์ทรงเห็นพระทัยเหยื่อของนายเอปสตีน และ "ทุกคนที่ได้รับผลกระทบและต้องการให้เรื่องนี้ยุติลงในทางใดทางหนึ่ง"
เรื่องนี้เกิดขึ้นในขณะที่ ดยุคแห่งยอร์ก ทรงเผชิญกับผลในทางลบเพิ่มมากขึ้น หลังทรงประทานการสัมภาษณ์กับบีบีซี
ก่อนหน้านี้ จดหมายที่สำนักพระราชวังบักกิงแฮมเขียนถึงหนังสือพิมพ์ไทมส์ ได้ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ดยุคแห่งยอร์กทรงพบกับนายเอปสตีนเป็นครั้งแรกเมื่อใด
ในจดหมายปี 2011 ระบุว่า พระองค์ทรงได้พบกับนายเอปสตีนช่วงต้นทศวรรษ 1990 ไม่ใช่ในปี 1999 อย่างที่พระองค์ทรงประทานสัมภาษณ์แก่บีบีซี
บีที (BT) เป็นองค์กรล่าสุดในบรรดาหลายองค์กรที่เริ่มรักษาระยะห่างจากเจ้าชายแอนดรูว์ หลังจากการสัมภาษณ์ดังกล่าว
ในแถลงการณ์ บีที บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ ระบุว่า ได้ร่วมงานกับ iDEA ซึ่งได้ช่วยผู้คนพัฒนาทักษะด้านการจ้างงาน ธุรกิจ และดิจิทัล ตั้งแต่ปี 2017 แต่ "เราติดต่อกับผู้บริหารขององค์กรดังกล่าว ไม่ได้ติดต่อกับองค์อุปถัมภ์ คือ ดยุคแห่งยอร์ก"
"จากเหตุการณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ เรากำลังทบทวนความสัมพันธ์กับองค์กรดังกล่าว และหวังว่า เราอาจทำงานร่วมกับพวกเขาต่อไปได้ ในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์อุปถัมภ์" โฆษกหญิงกล่าว
ในการประทานสัมภาษณ์กับรายการนิวส์ไนต์ของบีบีซีเมื่อวันเสาร์ ดยุคแห่งยอร์ก ตรัสว่า พระองค์ทรงพบกับนายเอปสตีน "ผ่านพระสหายสนิทหญิงในปี 1999" โดยพระองค์ทรงหมายถึง กิส์ลเลน แม็กซ์เวลล์ ซึ่งเป็นพระสหายกับพระองค์ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
จดหมายปี 2011 ได้รับการตีพิมพ์ หลังจากที่เดอะไทมส์ รายงานเกี่ยวกับพระรูปของเจ้าชายแอนดรูว์กับเวอร์จิเนีย จุฟเฟร วัย 17 ปี หรือในสมัยนั้นมีชื่อว่า เวอร์จิเนีย โรเบิร์ตส์ ซึ่งต่อมาได้ให้การว่า เธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์
ดยุคแห่งยอร์ก ทรงปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์หรือความสัมพันธ์ทุกรูปแบบกับเธอ

ที่มาของภาพ, Virginia Roberts
ดยุค ตรัสว่า พระองค์ได้ทูลขอพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ในการละเว้นการประกอบพระกรณียกิจ และสมเด็จพระราชินีฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต
"ข้าพเจ้า รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ติดต่อกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน โดยขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบ การฆ่าตัวตายของเขาได้ทิ้งคำถามที่ไม่มีคำตอบไว้หลายข้อ โดยเฉพาะต่อเหยื่อของเขา และข้าพเจ้ารู้สึกเห็นใจทุกคนที่ได้รับผลกระทบ และต้องการให้เรื่องนี้จบลงทางใดทางหนึ่ง"
"ข้าพเจ้าได้แต่เพียงหวังว่า ไม่ช้าก็เร็ว พวกเขาจะสามารถฟื้นฟูชีวิตของตัวเองได้"
พระองค์ตรัสว่า พระองค์ "ทรงมีความตั้งพระทัยในการช่วยสำนักงานบังคับใช้กฎหมายที่เหมาะสมใด ๆ ในการสอบสวนเรื่องนี้ ถ้าจำเป็น"
จี้เจ้าชายแอนดรูว์ให้ปากคำทีมสอบสวนสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Reuters/ BBC
ล่าสุด นางกลอเรีย ออลเรด ทนายความด้านสิทธิสตรีชื่อดังที่ว่าความให้บรรดาเหยื่อของนายเอปสตีน ได้ออกมาเรียกร้องให้เจ้าชายแอนดรูว์ ทรงติดต่อเข้าให้ปากคำต่อทีมสอบสวนของสหรัฐฯ โดย "ไม่มีเงื่อนไข และไม่ล่าช้า"
อย่างไรก็ตาม นางออลเรด แสดงความกังขาต่อสิ่งที่ดยุคแห่งยอร์กตรัสว่า จะทรงให้ความช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย "หากจำเป็น" เธอชี้ว่าข้อความดังกล่าวมีความคลุมเครือ พร้อมตั้งคำถามว่า "พระองค์กำลังย้ำว่าจะทรงให้ปากคำก็ต่อเมื่อมีหมายศาลเรียกตัว ?"
ทั้งนี้ นางออลเรด เคยว่าความให้ผู้เสียหายหญิงในคดีล่วงละเมิดทางเพศดัง ๆ ในสหรัฐฯ เช่น คดีที่ฟ้องร้องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, นายฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ผู้อำนวยการผลิตหนังฮอลลีวูดชื่อดัง, นายบิล คอสบี นักแสดงตลกรุ่นใหญ่ และนักร้องอาร์แอนด์บีชื่อดัง อาร์ เคลลี
สำหรับในคดีของนายเอปสตีนนั้น นางออลเรดและบุตรสาว ซึ่งเป็นทนายความได้รับว่าความให้เหยื่อ 5 ราย เธอเผยกับบีบีซีว่า "ขณะนี้เรายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะต้องการคำให้การในฐานะพยานจากเจ้าชายแอนดรูว์หรือไม่ แต่ดิฉันบอกว่าพระองค์ควรให้ปากคำในคดีแพ่งเช่นกัน หากคำให้การของพระองค์มีความเกี่ยวข้องกับคดี"
อย่างไรก็ตาม เธอระบุว่า คำให้สัมภาษณ์ของเจ้าชายแอนดรูว์ในรายการนิวส์ไนต์นั้น "ทำร้ายจิตใจ" ลูกความบางคนของเธอ เพราะพระองค์ "ไม่ทรงแสดงความรู้สึก (เห็นอกเห็นใจ)" ต่อพวกเธอมากนัก
'ตัดสินพระทัยผิด'
ดยุคแห่งยอร์ก ทรงเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้น หลังจากการสัมภาษณ์เมื่อวันเสาร์ ซึ่งพระองค์ทรงตอบคำถามหลายข้อเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับมิตรภาพของพระองค์และนายเอปสตีน นักการเงินชาวอเมริกัน
ในการสัมภาษณ์ พระองค์ทรงปฏิเสธ "อย่างตรงไปตรงมา" ว่า ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับนางสาวจุฟเฟร
เจ้าชายแอนดรูว์ ตรัสว่า พระองค์ทรงนึกไม่ออกว่าเคยพบกับนางสาวจุฟเฟรและทรงจำได้ว่า พระองค์เสด็จไปร้านพิซซ่าเอ็กซ์เพรสในโวกิง จากนั้นได้เสด็จกลับพระตำหนักในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นางสาวจุฟเฟรอ้างว่า ได้พบพระองค์เป็นครั้งแรก
พระองค์ทรงตั้งข้อสงสัยต่อคำให้การของนางสาวจุฟเฟรที่ระบุว่า พระองค์ "ทรงหลั่งพระเสโท (เหงื่อ) อย่างมากที่ไนต์คลับแห่งหนึ่ง โดยพระองค์ตรัสว่า อาการเกี่ยวกับพระพลานามัยของพระองค์ในขณะนั้น ทำให้พระองค์ทรงไม่สามารถหลั่งพระเสโทได้
ดยุคแห่งยอร์ก ตรัสว่า ในการพบกับนายเอปสตีนครั้งสุดท้ายในปี 2010 เป็น "การตัดสินพระทัยที่ผิดพลาด" แต่ "ทรงได้รับโอกาสในการเรียนรู้" เกี่ยวกับธุรกิจ ทำให้พระองค์ไม่ทรงเสียพระทัยในการมีมิตรภาพกับนายเอปสตีน

ที่มาของภาพ, News Syndication
หลังการการประทานสัมภาษณ์ในรายการออกอากาศ ธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered Bank) และ เคพีเอ็มจี (KPMG) ได้ประกาศว่า กำลังถอนการสนับสนุนที่ให้กับ Pitch@Palace ซึ่งเป็นโครงการที่ปรึกษาทางธุรกิจที่ริเริ่มโดยเจ้าชายแอนดรูว์ แหล่งข่าวหลายคนกล่าวกับบีบีซีว่า การตัดสินใจดังกล่าว เกิดขึ้นก่อนที่พระองค์ทรงประทานสัมภาษณ์แก่บีบีซี
มหาวิทยาลัยออสเตรเลีย 4 แห่ง ระบุว่า จะไม่ร่วมงานกับ Pitch@Palace ต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เจ้าชายแอนดรูว์ เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อทรงร่วมประชุมโครงการ Pitch@Palace Global และได้ทรงเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ วังสระปทุม ด้วย
หนังสือพิมพ์เดอะซัน รายงานว่า เจ้าชายแอนดรูว์ ทรงยกเลิกแผนการเสด็จเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในมณฑลยอร์กเชียร์เมื่อวันอังคาร หรือ 3 วัน หลังจากที่การประทานสัมภาษณ์ออกอากาศ











