ศาลบังกลาเทศตัดสินประหารชีวิต 16 คน ที่จุดไฟเผานักเรียนหญิงฟ้องครูล่วงละเมิดทางเพศ

นูสรัต จาฮัน ราฟี

ที่มาของภาพ, family handout

คำบรรยายภาพ, นูสรัต ถูกราดด้วยน้ำมันก๊าด แล้วจุดไฟเผาบนดาดฟ้าของอาคาร

ศาลบังกลาเทศตัดสินประหารชีวิตคน 16 คน ฐานฆาตกรรมนักเรียนหญิงด้วยการจุดไฟเผา หลังจากที่เธอกล่าวหาว่า ถูกครูล่วงละเมิดทางเพศ

นูสรัต จาฮัน ราฟี วัย 19 ปี เสียชีวิตเมื่อเดือน เม.ย. ในเมืองเฟนี เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากกรุงธาการาว 160 กม.

ครูใหญ่ที่นูสรัตกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ และนักเรียนหญิงอีก 2 คนที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอ อยู่ในกลุ่มผู้ที่ถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิตด้วย

การฆาตกรรมนูสรัต สร้างความตกตะลึงไปทั้งประเทศ และนำไปสู่การประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเธอหลายครั้ง

การไต่สวนคดีนี้เป็นหนึ่งในคดีที่มีการตัดสินเร็วที่สุดในบังกลาเทศ ซึ่งปกติต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะมีคำพิพากษา นายฮาเฟซ อาห์เหม็ด อัยการ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า คำพิพากษาคดีนี้พิสูจน์ว่า "ไม่มีใครก่อเหตุฆาตกรรมแล้วลอยนวลได้ในบังกลาเทศ"

การสอบสวนการเสียชีวิตของนูสรัต ทำให้ทราบถึงการสมคบคิดกันในการปิดปากเธอ รวมถึงเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอ และผู้ชายที่มีอิทธิพลในชุมชนอีกหลายคน

ในวันนี้ (24 ต.ค.) ศาลตัดสินว่า ครู 3 คน มีความผิด รวมถึง นายซีราช อุด โดลา ครูใหญ่ ซึ่งตำรวจระบุว่า เป็นผู้สั่งการจากในเรือนจำให้ฆ่าเธอ ขณะที่จำเลยอีก 2 คนที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดคือ รูฮูล อามิน และ มักซูด อาลัม ซึ่งเป็นผู้นำท้องถิ่นของพรรคอาวามี ลีก (Awami League party) ที่เป็นพรรครัฐบาล

ตำรวจในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ถูกพบว่า ร่วมมือกับผู้ที่ถูกตัดสินว่าผิดในการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงว่า นูสรัต ฆ่าตัวตาย

เกิดอะไรขึ้นกับ นูสรัต

เธอถูกหลอกล่อขึ้นไปบนดาดฟ้าของโรงเรียนในวันที่ 6 เม.ย. หรือ 11 วัน หลังจากที่เธอแจ้งตำรวจว่า นายซีราช อุด โดลา ครูใหญ่ แตะเนื้อต้องตัวเธออย่างไม่เหมาะสมหลายครั้ง

จากนั้น ก็มีคน 4-5 คนในชุดคลุมทั้งตัว หรือที่เรียกว่า บูร์กา (burqa) ได้เข้ามาล้อมเธอไว้ และกดดันให้เธอถอนแจ้งความต่ออาจารย์ใหญ่ เมื่อเธอปฏิเสธ กลุ่มคนเหล่านั้นก็จุดไฟเผาเธอ

ตำรวจ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุหวังว่า จะทำให้เหมือนกับเธอฆ่าตัวตาย แต่เธอกลับสามารถหนีรอดไปได้ และได้รับความช่วยเหลือ

ผู้หญิงถือแผ่นป้ายที่มีภาพของ นูสรัต จาฮัน ราฟี นักเรียนหญิง ที่การประท้วงในกรุงธากา

ที่มาของภาพ, AFP

ขณะรู้ตัวว่าบาดเจ็บสาหัส เธอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พี่ชายฟัง พร้อมบันทึกภาพคำให้การไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือ

"ครูแตะตัวฉัน ฉันจะสู้กับอาชญากรรมนี้จนลมหายใจสุดท้าย" เธอพูด โดยระบุชื่อผู้ที่ก่อเหตุทำร้ายเธอบางส่วน

นูสรัต ซึ่งมีแผลไหม้ราว 80% ของร่างกาย เสียชีวิตในอีก 4 วันต่อมา คือเมื่อวันที่ 10 เม.ย.

การล่วงละเมิดทางเพศในบังกลาเทศเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน

การล่วงละเมิดทางเพศถูกมองว่า เป็นเรื่องค่อนข้างปกติในบังกลาเทศ รายงานขององค์กรการกุศลแอ็กชันเอด (ActionAid) ที่ออกมาในปีนี้ ระบุว่า 80% ของผู้หญิงที่ทำงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอของบังกลาเทศ เคยพบเห็นหรือเผชิญกับ ความรุนแรงทางเพศในที่ทำงาน

แต่คนที่กล้าพูดออกมาอย่างนูสรัต ยังมีไม่มากนัก เพราะการแจ้งความเรื่องล่วงละเมิดทางเพศอาจจะทำให้เกิดผลกระทบตามมา เหยื่อมักจะถูกตัดสินจากคนในชุมชนและถูกล่วงละเมิดทั้งโดยตรงและผ่านทางออนไลน์ บางกรณีก็ถึงขั้นทำร้ายร่างกายรุนแรงขึ้น

องค์กรหลายแห่งออกมาประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้นูสรัต จาฮัน ราฟี 12 เม.ย. 2019

ที่มาของภาพ, AFP

โดยเฉพาะกรณีของ นูสรัต เป็นกรณีที่ไม่ค่อยมีใครทำกัน เพราะเธอไปแจ้งความต่อตำรวจ ตำรวจใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปขณะที่เธอให้ปากคำ ซึ่งต่อไปมาได้รั่วไหลออกไปปรากฏในรายงานของสื่อ

ขณะที่ ผู้ประท้วงได้ออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้ปล่อยตัวครูใหญ่ ทำให้ครอบครัวของเธอซึ่งสนับสนุนให้เธอพยายามต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เกรงว่าเธอจะไม่ปลอดภัย

ประชาชนมีปฏิกิริยาต่อการฆาตกรรมนูสรัตอย่างไร

คดีนี้ได้ทำให้เกิดการประท้วงขนาดใหญ่ขึ้นในบังกลาเทศ และทำให้ผู้คนเห็นถึงความเสี่ยงของเหยื่อที่อาจถูกล่วงละเมิดและกระทำรุนแรงทางเพศในบังกลาเทศ

นายกรัฐมนตรีเชค ฮาซินา ของบังกลาเทศ รับปากต่อประชาชนว่า "จะไม่ให้ผู้กระทำผิดคนไหนรอดพ้นจากการดำเนินคดีตามกฎหมาย"

ตำรวจ ซึ่งตอนแรกเพิกเฉยต่อการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้น ได้ตั้งข้อหาต่อคน 16 คน เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นอัยการได้ขอให้ศาลลงโทษประหารชีวิตพวกเขา