You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ความหลากหลายทางเพศ : "บำบัดแก้เกย์" หวังดี หรือ ผิดจรรยาบรรณ
แม้ว่าหน่วยงานด้านสาธารณสุขจะประณาม "การบำบัดให้หายเป็นเกย์" แต่ "การรักษา" ประเภทนี้ก็ยังเป็นที่ถือปฏิบัติอยู่ในสหราชอาณาจักร ดังนั้น เจมส์ บารร์ พิธีกรพอดคาสท์เกี่ยวกับคนรักเพศเดียวกันชื่อดัง ซึ่งเป็นเกย์เอง ตัดสินใจลองไปลองเข้ารับ "การบำบัด" นี้ดู
ผมอยู่ในห้องแห่งหนึ่งในไอร์แลนด์เหนือ นั่งตรงข้ามผู้ชายที่บอกว่าเขาให้บริการ "พูดคุยเพื่อการบำบัด" สำหรับคนที่ไม่อยากเป็นเกย์
ห้ามไม่ได้ที่ผมจะรู้สึกกังวล แม้ว่าจะเคยอ่านเอกสารหลักฐานมากมาย ผมก็แอบคิดเล็ก ๆ ผมอาจจะเลือกหยุดเป็นเกย์ได้ขึ้นมาจริง ๆ
ชายคนนี้ชื่อ ไมค์ เดวิดสัน มีพื้นเพมาจากนิวซีแลนด์ เขาชวนผมไปที่บ้านซึ่งห่างจากนครเบลฟาสต์ไปราวครึ่งชั่วโมง บ้านของเขาตั้งอยู่ในชุมชนเงียบ ๆ ไม่มีใครยุ่งกับใคร ผมเริ่มสงสัยว่าเพื่อนบ้านเขาจะรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ บรรยากาศทำให้ผมนึกถึงเมืองอีสบอร์นบ้านเกิด นึกถึงวัยเด็กที่ผมต้องเก็บเรื่องรสนิยมทางเพศของตัวเองเป็นความลับ
"นี่คือที่ที่เราทำงานกัน" ไมค์ พาผมเข้าประตูข้างบ้านไปยังออฟฟิศเล็ก ๆ
แม้ว่าห้องเล็ก แต่เขาก็สะสมดีวีดีไว้เยอะ เขาบอกผมว่าชอบภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับสงคราม และถามว่าผมชอบเหมือนกันไหม "พอได้"
ดี อย่างน้อยเราสองคนก็มีอะไรที่ชอบเหมือนกันแล้ว
ไมค์ดูเป็นมิตรน่ารัก เขาดูเป็นคนใจดี เป็นคนประเภทที่หากเห็นคุณถือของพะรุงพะรัง เขาจะเข้าไปช่วยถือของไปส่งที่รถ
นอกจากการบำบัดนี้ เขายังบริหารองค์กรการกุศลคริสเตียนชื่อ Core Issues Trust ซึ่งเขาบอกว่า "ให้การช่วยเหลืออย่างจริงจังสำหรับคนที่อยากจะละเลิกการรักคนเพศเดียวกัน" เขาบอกว่าเทคนิคที่ใช้คือการค้นหาประสบการณ์อดีตของคน ๆ นั้น และค้นหา "ความรู้สึกดึงดูดคนเพศเดียวกัน" ที่ไม่เป็นที่ต้องการ
"สิ่งที่เราทำคือการเอาสิ่งอื่นไปแทนที่ความรู้สึกเหล่านั้น" เขาอธิบาย
เขาบอกว่า เกือบครึ่งหนึ่งของคนที่เขาทำงานด้วยไม่ใช่ชาวคริสต์ และเขาทำงานกับผู้ใหญ่เท่านั้น
แม้ว่าใบประกาศจบการศึกษาเขาจะติดเต็มกำแพงแค่ไหน เขาไม่ใช่แพทย์หรือนักจิตบำบัดที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ
สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) และองค์กรทางการแพทย์ใหญ่ ๆ มองว่าสิ่งที่ไมค์ทำอยู่ผิดจรรยาบรรณและอาจส่งผลอันตรายได้ รัฐบาลอังกฤษบอกว่าอยากจะสั่งห้ามวิถีปฏิบัตินี้ซะ อย่างไรก็ตาม ไมค์ก็ยังได้รับอนุญาตให้ทำงานนี้อยู่ และเราก็อยู่กันที่นี่
ไมค์บอกว่า นานมาแล้ว ที่ผมมี "ความรู้สึกดึงดูดคนเพศเดียวกันที่ไม่เป็นที่ต้องการ" แม้ ผมเป็นเกย์อย่างเปิดเผย เป็นตลก และเป็นพิธีกรร่วมรายการพอดคาสต์เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศที่เป็นที่นิยมที่สุดในสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ดี ผมก็ยังจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยรู้สึกไม่มั่นใจอยู่
เราเคยได้ยินทฤษฎีต่าง ๆ ที่พยายามอธิบายว่าทำไมถึงมีคนที่มีความหลากหลายทางเพศในโลก ตอนอายุ 13 ปี การถูกรายล้อมไปด้วยคนที่ชอบเพศตรงข้ามทำให้ผมรู้สึกอับอายและสงสัยในสิ่งที่ตัวเองเป็น การเป็นเกย์ทำให้ชีวิตยากเย็น และชั่วขณะหนึ่ง ผมก็เคยหวังจริง ๆ ว่าผมจะเป็นคนรักเพศตรงข้าม
แม้นี่จะปี 2019 แล้วก็ตาม เราอยู่ในโลกที่เข้าใจได้ว่าทำไมบางทีเราก็นึกอยากให้ใครสักคนช่วยให้ชอบคนเพศตรงข้ามแทน อาชญากรรมที่มาจากการเกลียดชังคนเพศตรงข้ามในสหราชอาณาจักรมีสถิติเพิ่มขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ แบบสำรวจพบว่าผู้ชายเกย์ 58 เปอร์เซ็นต์กลัวที่จะจูงมือคู่รักในที่สาธารณะ เมื่อไม่นานมานี้มีคู่เลสเบียนในกรุงลอนดอนที่ถูกทำร้ายบนรถประจำทาง
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมสนใจในตัวไมค์ เขาเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน หรือว่าเขาคิดจริง ๆ ว่าสามารถช่วยเหลือคนที่ไม่อยากเป็นเกย์ได้
และหากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ มันเป็นเรื่องที่รับได้หรือเปล่า
ไมค์ลองจำลองการบำบัดกับผม เขาถามผมว่าเคยมีประสบการณ์เลวร้ายอะไรในอดีตหรือไม่
ผมเล่าว่าตอนเด็ก ๆ ถูกล้อว่าผมสีน้ำตาลแดงอมเหลือง และก็ถูกรังแกที่เป็นเกย์ ครึ่งหนึ่งถึงขั้นเคยโดนเตะด้วย
เมื่อถามว่าเขามีทฤษฎีอธิบายไหมว่าทำไมผมถึงเป็นเกย์
ไมค์ตอบว่า "ผมไม่คิดว่ามันมีเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนรู้สึกดึงดูดคนเพศเดียวกัน… แต่หากชีวิตสมัยเรียนคุณเป็นเช่นนั้น สาเหตุก็คือการโดนรังแก ไม่แปลกใจเลยว่าคุณเริ่มเหินห่างจากเพื่อนผู้ชายคนอื่น ๆ"
น้ำเสียงเขาแผ่วเบา เขามีความเห็นอกเห็นใจ ส่วนใหญ่แล้วผมรู้สึกว่านี่เป็นการเข้ารับการรักษาบำบัดปกติทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ ผมต้องเตือนตัวเองว่าเขาไม่ใช่นักจิตบำบัดจริง ๆ ผมมาที่นี่ในฐานะนักข่าว แต่อย่างไรผมก็รู้สึกเปราะบางอยู่ดี นี่เป็นเรื่องส่วนตัวมาก ๆ
ในปี 2018 รัฐบาลอังกฤษตีพิมพ์รายงาน LGBT Action Plan โดยระบุว่าอยากที่จะสั่งห้ามการบำบัดในลักษณะนี้ทั่วสหราชอาณาจักร แบบสำรวจทั่วประเทศระบุว่า 2 เปอร์เซ็นต์ของผู้ชายเกย์ในสหราชอาณาจักรเคยเข้ารับการบำบัดลักษณะนี้ และ 5 เปอร์เซ็นต์เคยได้รับการเสนอให้เข้าร่วมการบำบัด
ผมสงสัยว่าทำไมไมค์ถึงได้มาเลือกทำสิ่งที่เขาทำอยู่ เขาอธิบายว่าตัวเองเติบโตมาอย่างเคร่งศาสนา และเมื่อเขามีความรู้สึกดึงดูดคนเพศเดียวกัน เขารู้สึกอับอายและต้องการจะหนีไปจากคนเหล่านั้น
"ผมรู้สึกเป็นอื่น รู้สึกแตกต่างและโดดเดี่ยว ผมเล่นกีฬาไม่เก่ง" ไมค์เล่าอีกว่าไม่รู้สึกผูกพันกับพ่อผู้เป็นทหารที่เคยไปสงคราม และรักกีฬารักบี้และคริกเก็ต ไมค์บอกว่า สำหรับคนหนุ่มส่วนใหญ่ "ดูเหมือนว่าพวกเขารู้สึกดึงดูดในความลึกลับ ในความเป็นอื่นของผู้หญิง แต่สำหรับผม ผู้ชายรู้สึกเป็นอื่น ผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันกับพวกเขา"
เขาบอกว่าเขาเองก็ผ่านการบำบัดในลักษณะนี้ และมันทำให้เขาตระหนักว่าตัวเองมีความรู้สึกแบบนี้
ถึงจุดนี้ผมถึงเริ่มเถียงไมค์ ผมไม่เคยมั่นใจขนาดนี้มาก่อนว่าที่เป็นเกย์ไม่ใช่เพราะเคยถูกรังแกตอนเด็ก และไม่ใช่เพราะผมเลือกที่จะเป็นเกย์ แต่เป็นเพราะผมเกิดมาเป็นเกย์ และไม่จำเป็นต้องมีใครมาอธิบายว่าทำไม ผมก็แค่เป็นเกย์ เท่านั้นเอง ผมรักในแบบเดียวกันกับที่คนอื่น ๆ รัก
ผมบอกไมค์ว่า คนที่มาขอความช่วยเหลือจากเขาอยู่ในสภาวะเปราะบาง และการที่เขาบอกให้พวกเขาเก็บกดความรู้สึกไว้เป็นการทำให้คนเข้าใจผิด
"ผมไม่เคยใช้คำว่า 'เก็บกด' ... สิ่งที่ผมเชื่อคือการเปลี่ยนสภาพ" ไมค์กล่าว เขาบอกว่าบางครั้งเห็นผู้ชายแล้วก็รู้สึกดึงดูด "มันอาจจะเป็นอายุผมก็ได้ ผมไม่ได้รู้สึกอยากจะผูกพันกับผู้ชาย หรืออยากจะมีเซ็กส์ด้วย"
จากนั้นผมก็ถามไมค์ว่า แล้วถ้าจริง ๆ แล้วคุณไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกของคนที่เป็นเกย์ได้ล่ะ
ไมค์ตอบว่า "แม้นั่นจะเป็นความจริงก็ตาม ผมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะเลือกและใช้ชีวิตตามที่ผมต้องการ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผมก็รู้สึกเศร้ากับเขา
ผมบอกไมค์ว่า ผมเชื่อว่าเขาคิดจริง ๆ ว่ากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง ผมหวังว่าถ้าเขาได้เติบโตในสมัยนี้แทน ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีความเกลียดชังคนรักเพศเดียวกัน เขาจะสบายใจมากขึ้นที่จะเป็นตัวของตัวเอง
เขาชวนผมดื่มกาแฟ ผมตอบปฏิเสธ ผมอยากจะไปจากที่นั่นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่อีกใจหนึ่งก็อยากจะกอดเขา ผมเศร้าจริง ๆ ที่ใครสักคนจะเข้าใจผิดได้มากขนาดนี้ แต่ในที่สุดผมก็ตัดสินใจเดินจากไป จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเราได้จับมือลากันไหม