You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
LGBT : ทูตอังกฤษประจำไทย คู่สมรสเพศเดียวกันลูก 3 ที่แสดงให้โลกประจักษ์ว่าคู่รักเพศเดียวกันก็มีครอบครัวอบอุ่นได้
- Author, เรื่อง-ภาพ โดย ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
- Role, ผู้สื่อข่าววิดีโอ บีบีซีไทย
เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย แสดงให้คนไทยและทั่วโลกได้เห็นว่า คู่รักเพศเดียวกันสามารถมีครอบครัวที่อบอุ่นได้
เสียงเด็กเล็กเล่นกันอย่างครื้นเครงดังออกมาจากตัวบ้านไม้เก่าแก่อายุเกือบศตวรรษ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ร่มครึ้ม
"สวัสดีลูกรัก" ชายวัย 55 ปี ทักทายลูก ๆ อย่างเอ็นดู เขาคือไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ที่วันนี้แต่งตัวลำลองดูสบาย ๆ
แต่สำหรับ เด็กชายเอเลียต วัย 3 ปี 2 เดือน เด็กหญิงเอสเม่ อายุ 1 ปี 11 เดือน และหนูน้อยเอริคที่ยังอยู่ในวัยทารก เขาเป็น 'หนึ่งในพ่อ 2 คน' ที่เพิ่งใช้เวลาอยู่กับพวกเขาอย่างเต็มที่นาน 3 เดือน จากการลาหยุดงานตามสิทธิในการลาเลี้ยงดูบุตร
"ผมโชคดีมากที่ได้ทำงานกับกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ...ที่ให้ผู้ชายอย่างผม ซึ่งมีบุตรผ่านการตั้งครรภ์แทนมีสิทธิเท่าเทียมกับผู้หญิงที่คลอดบุตรเอง เพื่อยอมรับถึงสถานการณ์ของครอบครัวเรา" เดวิดสัน นักการทูตที่แต่งงานกับสามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยภายในทำเนียบเอกอัครราชทูต ย่านเพลินจิต
แม้สื่อไทย-ต่างประเทศหลายสำนักยกเขาและคู่สมรสว่าเป็นต้นแบบของผู้มีตำแหน่งระดับสูง ที่กล้าออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าเป็นเกย์ แต่เดวิดสันมองเพียงว่า พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา ที่อยากสร้างครอบครัวที่มีความสุข
"เราไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น นอกจากว่าเราเป็นผู้ชาย 2 คนที่รักกัน"
สมรสในจีน สร้างครอบครัวในไทย
ช่วงปลายปี 2557 เดวิดสัน และ สกอต ชาง คู่สมรส ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน เข้าพิธีวิวาห์ที่จัดขึ้นเป็นการส่วนตัวภายในสถานกงสุลอังกฤษในนครเซี่ยงไฮ้ของจีน ก่อให้เกิดกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวางในจีนที่ยังไม่ยอมรับการสมรสของคนเพศเดียวกัน
"บางครั้งคุณเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ คนที่คุณไม่รู้จักมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับชีวิตคุณ แต่ผมขอบอกว่า ทุกคนที่รู้จักเราจริง ๆ ต่างก็ยินดีกับเรา"
ต่อมาในเดือน มิ.ย. 2559 ไบรอัน เดวิดสัน ย้ายมาดำรงตำแหน่งในไทย และเข้าอาศัยในทำเนียบทูตสไตล์โคโลเนียล พร้อมคู่ชีวิต ทั้งสองตัดสินใจสร้างครอบครัว ด้วยการมีลูก และไม่ใช่แค่คนเดียว
"ตอนเรามาถึงไทย มีแค่ผมกับสามี สกอต วันนี้เรามีลูก 3 คน มันเป็นการเดินทางที่ยอดเยี่ยมมาก เราจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์เหล่านี้แก่คนอื่น"
เอเลียต เอสเม่ เอริค
บุตรทั้งสามของเดวิดสันและชาง เกิดในสหรัฐฯ ด้วยการมีลูกผ่าน "ผู้ตั้งครรภ์แทน" หรือที่รู้จักกันว่า "แม่อุ้มบุญ"
เดวิดสันเตรียมจะพาเอริคไปแจ้งเกิดในอังกฤษในเดือนตุลาคมนี้
"สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องถูกกฎหมาย ข้อบังคับชัดเจน และให้มั่นใจว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แทนเรา ได้รับการดูแลอย่างดี และมารับงานนี้ด้วยเหตุผลที่ดี"
จนถึงวันนี้ เขาและสามียังติดต่อกับแม่อุ้มบุญทุกคน และพร้อมที่จะให้ลูกได้พบกับ "แม่ผู้ให้กำเนิด" หากเป็นความต้องการของเด็ก ๆ
"มีสิ่งที่ต้องคิดมากมาย" เดวิดสัน เล่าโดยมีทารกเอริคนั่งอยู่บนตัก "คุณจะอธิบายเด็ก ๆ ยังไงในอนาคตว่า พวกเขาเกิดมาได้ยังไง แล้วถ้าเกิดพวกเขา อยากพบแม่ที่อุ้มท้องเขามาล่ะ"
แม้ไม่ได้คลอดลูกเอง แต่เดวิดสันไม่เคยคิดว่า "การมีครอบครัวเป็นเรื่องเล่น ๆ" เขาวางแผนชีวิตเพื่อให้ลูกเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากจากวิธีกำเนิดของตนให้น้อยที่สุด
จุดไหนที่ไม่แน่ใจ เขาจะสอบถามหน่วยงานในอังกฤษ ที่ให้คำแนะนำอย่างครบถ้วน รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้คุณพ่อทั้งสอง "สนทนากับลูกในเรื่องละเอียดอ่อน เมื่อพวกเขาโตขึ้น"
เตรียมอำลาบ้านหลังนี้
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลกเลือกเดือน มิ.ย. เพื่อจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ และชื่นชมบทบาทของชาว LGBTQI+ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลง จึงถือเป็นเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ หรือเดือน "แอลจีบีที ไพรด์"
LGBTQI+ประกอบด้วย เลสเบียน (Lesbian), เกย์ (Gay), ไบเซ็กชวล (Bisexual), คนข้ามเพศ (Transgender), ผู้ที่ไม่จำกัดกรอบทางเพศ (Queer) และผู้มีสภาวะเพศกำกวม (Intersex)
สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในวันที่ 28 มิ.ย. 62 แต่สำหรับเดวิดสันแล้ว ความต้องการจัดกิจกรรมในปีนี้ เพื่ออำลาบ้านที่เขาอยู่มา 3 ปีแห่งนี้ด้วย
"นี่เป็นปีสุดท้ายแล้ว ที่เราจะได้อาศัยอยู่ในทำเนียบเอกอัครราชทูตแห่งนี้" เขากล่าว แล้วมองไปรอบห้องรับรองอันโอ่โถง และรองรับแขกได้นับร้อยคน
เมื่อต้นปี 2561 สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยประกาศขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด รวมกว่า 23 ไร่ในย่านเพลินจิตให้กับฮ่องกงแลนด์ บริษัทร่วมทุนของ จาร์ดีน แมธทีสัน บริษัทสัญชาติอังกฤษ กับกลุ่มเซ็นทรัลเป็นเงินเกือบ 19,000 ล้านบาท นับเป็นการขายที่ดินมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
รัฐบาลอังกฤษตั้งใจนำเงินส่วนนี้ไปใช้พัฒนาสถานเอกอัครราชทูตหลายสิบแห่งทั่วโลก
อีกไม่กี่สัปดาห์นับจากนี้ เดวิดสัน พร้อมสามีและลูกทั้ง 3 คน รวมถึงพนักงานทั้งหมดในทำเนียบทูต จะย้ายออกไปอยู่ที่พักใหม่ ส่วนสถานเอกอัครราชทูตจะยังดำเนินการต่อไปอีกพักหนึ่ง แต่จะย้ายออกภายในปี 2562 เช่นกัน
บรรยากาศงาน แอลจีบีทีไอไพรด์ ปาร์ตี สนุกสนาน อย่างไร้ขีดจำกัดทางเพศ
เป็นบรรยากาศที่หาชมได้ยากภายในทำเนียบเอกอัครราชทูตที่นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ และผู้มีอิทธิพลในชุมชน LGBTQI+ จำนวนกว่า 100 คน มาร่วมงานในเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride month) อย่างอบอุ่น
ปีเตอร์ เฮย์มอนด์ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย บอกกับบีบีซีไทยว่า งานเฉลิมฉลองนี้มีขึ้นเพื่อให้ชุมชน LGBTQI+ ได้มีโอกาสที่จะสนุกสนานในเดือนแห่งความภูมิใจของความหลากหลายทางเพศรวมทั้งเปิดให้คนที่สนใจถึงสิทธิของชุมชนนี้ได้มาร่วมแสดงความสนับสนุนพวกเขาและเธอ
เขากล่าวว่า สหรัฐฯ เองก็เพิ่งบรรลุความเท่าเทียมในการแต่งงานเมื่อปี 2015 นี้เอง ซึ่งเขาก็เห็นว่าในส่วนของไทย เป็นหน้าที่ของสังคมที่จะ "ตัดสินใจ" ว่าอยากเห็นความเท่าเที่ยมในประเด็นนี้ก้าวหน้าไปในทิศทางไหน
แม้แท้ที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของสหรัฐฯ แต่เขาหวังว่ารัฐสภาไทยจะผ่านกฎหมายจดทะเบียนคู่ชีวิตในเร็ว ๆ นี้
ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ และพรรคอนาคตใหม่ ที่ผลักดันสิทธิของชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ ก็มาร่วมงานเช่นกัน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รัฐสภาเพิ่งบรรจุคำว่า "ผู้มีความหลากหลายทางเพศ" เข้าไปอยู่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อผลักดันกฎหมาย
ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ อนาคตใหม่ และเป็น ส.ส. หลากหลายทางเพศคนแรก ของรัฐสภาไทย กล่าวว่า เป็นก้าวแรกที่สำคัญเพราะก่อนหน้านี้ คำว่าหลากหลายทางเพศมันไม่ถูกบรรจุใน กมธ.ใดเลย และในอนาคตจะยังเดินหน้าเพื่อให้เกิดคณะกรรมาธิการขึ้นมาโดยเฉพาะ
เธอยังกล่าวเนื่องในโอกาสเดือนแห่งความภาคภูมิใจว่า ทุกคนในโลกนี้มีความเป็นตัวของเราเอง และไม่ควรจะถูกกีดกั้นถูกตัดสินด้วยอวัยวะเพศ ไม่ควรมีกรอบเรื่องเพศมาเลือกคุณค่าให้เรา
"ถ้าใครกำลังทุกข์ กำลังโดนสังคมบีบบังคับด้วยคำว่าบทบาททางเพศ เราควรจะหลุดจากกรอบเหล่านั้น ต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่เราเป็น ใช้ความสามารถของเราเองสร้างสรรค์สังคมที่เราอยู่"
ส่วน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายด้านสตรีของพรรค กล่าวกับบีบีซีไทยว่า พรรคพร้อมที่จะสนับสนุน ผลักดันข้อเรียกร้องของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ
"เมื่อมี ส.ส. หลากหลายทางเพศเข้าสภาแล้ว เชื่อว่ายังไงประกายความหวังของสังคมเกิดขึ้นแน่นอน"
ส.ส. LGBT ในสภาไทย
ทูตอังกฤษวัย 55 ปียอมรับว่า รู้สึกยินดีมากที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ ได้เข้ามาทำงานในรัฐสภาไทย หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
"รัฐสภาควรเป็นผู้แทนของประชาชนในประเทศนั้น...ถ้าขาดความหลากหลายด้านเพศ ชนกลุ่มน้อย มุมมอง พื้นเพทางวัฒนธรรมและการศึกษา ก็ไม่ถือเป็นตัวแทนของประชาชนได้อย่างแท้จริง"
เดวิดสันเชื่อว่า ไทยสามารถพัฒนาสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศได้ โดยอาจเริ่มจากร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่คณะรัฐมนตรี (ปี 2561) ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว แต่ยังไม่บังคับใช้เป็นกฎหมาย
ในฐานะ "บุรุษ" ที่สมรสกับ "สามี" มาแล้ว 5 ปี เขาเน้นว่า รัฐบาลไม่ควรมองกฎหมายคู่ชีวิต เป็นเพียงการเปิดทางให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศสมรสกันได้
"มันเป็นเรื่องการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เรื่องของการมอบสิทธิที่เท่าเทียมให้แก่ทุกคนที่รักกัน"
แต่ไม่ใช่ว่าสหราชอาณาจักรได้บรรลุ "จุดสูงสุด" ของการ "ยอมรับความแตกต่าง" เพราะไอร์แลนด์เหนือ บ้านเกิดของเดวิดสันเองก็ยังไม่ยอมรับการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน และอันที่จริงแล้วในแง่ของคนข้ามเพศ ทูตอังกฤษชี้ว่า "เราอาจพัฒนาตามหลังไทย"
ประสบการณ์แห่งการปลดปล่อย
ระหว่างที่กำลังพูดคุยกับเอกอัครราชทูตอังกฤษ บุตรชายคนโตและลูกสาวคนเล็ก เริ่มส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เดินไปมาเหมือนกำลังหาของเล่น ส่วนเอริคตัวน้อย นอนอยู่ในอ้อมกอดของเดวิดสัน ตาปรือเป็นสัญญาณว่าใกล้ถึงเวลางีบตอนกลางวันแล้ว
ในสายตาของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ครอบครัว 'เดวิดสัน-ชาง' อาจเป็นนิยามของความสุข ที่ไร้ข้อจำกัด
แต่ในความคิดของเดวิดสัน กว่าที่เขาจะเริ่มย่าง "ก้าวแรก" สู่การยอมรับเพศสภาพของตนเอง เขาเคยต้องสวมหน้ากาก 2 ใบ ใช้ "2 ชีวิต" เหมือนชาว LGBTQI+ อื่น ๆ
"การไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ยอมรับตัวเอง ท้ายสุดมันก็เหมือนกำลังใช้ 2 ชีวิต คือ ส่วนหนึ่งของชีวิตที่คุณพยายามเก็บงำความลับ และส่วนหนึ่งที่คุณอยากเปิดตัวต่อสาธารณะ การมี 2 ชีวิตแบบนั้นมันเหนื่อยมาก"
เดวิดสันเล่าว่า เมื่อยอมรับใน "ตัวตนที่แท้จริงของตนเอง" แล้ว มันเหมือนผ่าน "ประสบการณ์แห่งการปลดปล่อย" ได้อยู่บนโลกนี้ต่อไปด้วย "ชีวิตที่แท้จริง" ทำให้ซื่อสัตย์กับตนเอง สร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับคนอื่น ๆ บนพื้นฐานของความเชื่อใจ
จงกล้าหาญ
สำหรับนักการทูต หรือบุคคลที่มีตำแหน่งระดับสูง เขาชี้แนะว่า การมีเครือข่ายเพื่อนที่เข้มแข็ง กลุ่มคนที่คุณไว้ใจ และพร้อมจะเป็นตัวของตัวเองได้เวลาอยู่ด้วย เป็นปัจจัยที่ทำให้การตัดสินใจยอมรับเพศสภาพของตนเอง มีรากฐานที่มั่นคง
เดวิดสันยอมรับว่า "การเปิดใจครั้งแรก" ของเขามันก็น่ากลัว แต่ครั้งต่อ ๆ มา "มันง่ายขึ้น" ที่สำคัญคือ มองหาเพื่อน เพื่อนร่วมงานที่เข้าใจ แสวงหาคำแนะนำ และ "ทำมันในจังหวะเวลาของตัวเอง" เพราะวัตถุประสงค์ของการเปิดเผยสถานะเพศของตนเอง คือ การบรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเอง
"จงกล้าหาญ" คำพูดสั้น ๆ ที่เอกอัครราชทูตอังกฤษกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น
"มันเป็นการตัดสินใจของคุณ ในช่วงเวลาที่คุณเลือกเอง ไม่มีใครบอกได้ว่าอะไรถูกต้อง นอกจากตัวคุณเอง แต่ขอให้กล้าหาญสักเพียงเล็กน้อย แล้วก้าวขาแรกออกมา"