อบไอน้ำจุดซ่อนเร้นจำเป็นหรือไม่สำหรับผู้หญิง

ที่มาของภาพ, Getty Images
สูตินรีแพทย์ของอังกฤษออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของการอบไอน้ำอวัยวะเพศหรือจุดซ่อนเร้นของคุณผู้หญิง หลังจากหญิงชาวแคนาดาใช้บริการอบไอน้ำผิดพลาดจนทำให้จุดซ่อนเร้นพองไหม้
เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามว่า การอบไอน้ำจุดสำคัญของผู้หญิงมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน แล้วอะไรคือความเสี่ยง
เรื่องของหญิงชาวแคนาดาวัย 62 ปี รายนี้ ถูกตีพิมพ์เป็นกรณีศึกษาในวารสารด้านสูตินรีแพทย์ของแคนาดา เธอคนนี้มีปัญหาช่องคลอดหย่อนคล้อยไม่กระชับและเชื่อว่าวิธีการอบไอน้ำจะทำให้หลีกเลี่ยงการใช้วิธีการผ่าตัดได้
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารฉบับนี้ เผยว่า หญิงแคนาดาไปรับการอบไอน้ำซึ่งแนะนำโดยแพทย์แผนจีน เธอเล่าว่า ได้นั่งคร่อมลงบนน้ำที่เดือดนาน 20 นาที เป็นเวลาสองวันติดต่อกัน ก่อนต้องไปรักษาตัวในห้องฉุกเฉินจากการบาดเจ็บ โดยเป็นบาดแผลไหม้รุนแรงระดับสอง
ข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า แผลไหม้ระดับที่สองหากเป็นชนิดตื้นจะเกิดการไหม้ขึ้นที่ชั้นหนังกำพร้าตลอดทั้งชั้น และหนังแท้ ส่วนที่อยู่ตื้น ๆ ยังมีเซลล์ที่สามารถเจริญทดแทนส่วนที่ตายได้ มักเป็นบาดแผลที่เกิดจากการถูกของเหลวลวกหรือถูกเปลวไฟ
วิธีการอบไอน้ำจุดซ่อนเร้น ผู้หญิงจะต้องนั่งคร่อมเหนือน้ำร้อนที่ต้มกับสมุนไพรหลากชนิดเพื่อรับไอน้ำที่ระเหยขึ้นมา

ที่มาของภาพ, Getty Images
ความนิยมของการอบไอน้ำจุดซ่อนเร้นปรากฏเป็นครั้งแรกในรายงานข่าวของแอลเอไทมส์เมื่อปี 2010 เมื่อนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง กวินเน็ธ พัลโทรว์ ออกมาแนะนำการอบไอน้ำ ขณะที่ปัจจุบันการทำทรีทเมนต์ที่จุดซ่อนเร้นและปากมดลูกมีให้บริการในร้านสปาและร้านทำผมของผู้หญิงหลายแห่งในอังกฤษ
ธุรกิจสปาโฆษณาว่า การอบไอน้ำเฉพาะส่วนของผู้หญิงหรือ "วี-สตีมมิ่ง" มีมาแต่ดั้งเดิมในประเทศแถบเอเชียและแอฟริกา เชื่อว่าวิธีการนี้หรือเรียกอีกอย่างว่า "โยนีสตีมมิ่ง" เป็นวิธีการดีท็อกซ์อวัยวะเพศของผู้หญิง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคเกี่ยวกับผู้หญิงได้เตือนถึงอันตรายและระบุว่า ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ใด ๆ ที่ยืนยันว่าการอบไอน้ำจุดซ่อนเร้นมีผลดีต่อสุขภาพของอวัยวะ รวมทั้งความเชื่อที่อ้างว่าช่วยบรรเทาอาการปวดเวลามีประจำเดือนหรือช่วยเรื่องภาวะการเจริญพันธุ์
ดร. วาเนสซา แมคเคย์ ที่ปรึกษาและโฆษกราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ ระบุว่า ไม่มีอะไรยืนยันว่าอวัยวะเพศหญิงจำเป็นต้องมีการทำความสะอาดหรือการดูแลด้วยวิธีพิเศษ เธอแนะนำว่าแค่ใช้สบู่ที่มีความอ่อนโยนต่อผิวทำความสะอาดก็เพียงพอแล้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images
โฆษกราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ ระบุว่า อวัยวะเพศหญิงเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียชนิดดี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันเชื้อโรคในตัวเอง การอบไอน้ำที่จุดนั้นอาจกระทบต่อความสมดุลของแบคทีเรียและค่าพีเอช ทำให้เกิดการระคายเคือง หรือบางกรณีอาจเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อจากแบคทีเรียบางชนิดในช่องคลอด
นอกจากนี้ความร้อนของไอน้ำอาจทำให้ผิวหนังที่บอบบางบริเวณอวัยวะปากมดลูกถูกลวกหรือพองไหม้ได้
แล้วในไทยมีแบบนี้หรือไม่
กรณีที่เกิดขึ้นกับหญิงชาวแคนาดา ผศ.นพ.ธนพันธ์ ชูบุญ อาจารย์แพทย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อธิบายกับบีบีซีไทยว่าเป็นการจุ่มมดลูกที่โผล่ออกมาเหนือน้ำที่อุณหภูมิสูงจนเกิดการลวกขึ้น ซึ่งเป็นอันตราย
ส่วนการอบไอน้ำมดลูกหรือจุดซ่อนเร้นของผู้หญิง ผศ.นพ.ธนพันธ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบตอนนี้ยังไม่มีเทรนด์ในไทย แต่การใช้น้ำอุ่น น้ำร้อน อบสมุนไพร หรือกระทั่งการเลเซอร์เพื่อยกกระชับช่องคลอดที่กำลังได้รับความนิยมในไทยขณะนี้ ยังไม่มีผลวิจัยที่รองรับ
สำหรับการเลเซอร์ยกกระชับช่องคลอดที่กำลังมาแรง ผศ.นพ.ธนพันธ์ ระบุว่า องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเตือนว่ายังไม่มีข้อมูลวิจัยที่แน่ชัด ที่จะบอกถึงประโยชน์ของการใช้เลเซอร์ในช่องคลอด และพบภาวะแทรกซ้อนตามมามากมาย แต่หมอผิวหนัง หมอสูติฯ หลายคน ได้นำมาใช้แล้ว
อย่างไรก็ตาม การใช้เลเซอร์กับช่องคลอดที่เป็นที่ยอมรับในทางการแพทย์เป็นการใช้ในช่องคลอดที่มีอาการระคายเคืองจากการขาดฮอร์โมนในวัยทอง แต่ปัจจุบันก็มีการทำในเชิงพาณิชย์ที่โฆษณากับกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงที่ไม่มั่นใจในช่องคลอดตัวเอง
อาจารย์แพทย์ด้านสูตินรีเวช ยังระบุอีกว่า การใช้วิธีการใด ๆ เพื่อบำรุงช่องคลอดจะทำให้สมดุลของช่องคลอดเปลี่ยนไป และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้เช่นที่พบบ่อย ๆ เป็นประเภทการเกิดเชื้อรา
"ต้องทราบว่า ในช่องคลอดมีสมดุลของมัน คือการมีจุลินทรีย์ในปริมาณที่เหมาะสม และมีความเป็นกรดอ่อนๆ
อะไรก็ตามที่ทำให้สมดุลนี้เสียไป จะทำให้เกิดปัญหาได้ เช่น การกินยาปฏิชีวนะ การสวนล้างช่องคลอด การใช้สบู่เข้าไปล้างในช่องคลอด การใช้น้ำอุ่นเข้าไปล้าง ล้วนทำให้ความสมดุลของจุลินทรีย์เสียไป ทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือการระคายเคืองตามมา"









