You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
แพทย์ที่การุณยฆาตคนไข้มาแล้วกว่า 100 คน เปิดใจ 'ผมไม่รู้สึกว่า ผมกำลังฆ่าคนไข้'
นพ.อีฟ เดอ ลอกต์ เป็นแพทย์ที่ทำการุณยฆาตในเบลเยียม แต่ละวันเขาได้รับการร้องขอจากคนไข้จำนวนมากที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว แต่ด้วยเหตุผลและความรู้สึกส่วนตัว เขาบอกว่า เขาทำการุณยฆาตให้คนไข้ได้สูงสุดเดือนละ 1 คนเท่านั้น
การุณยฆาต หรือ การฆ่าด้วยความกรุณา เป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายในไม่กี่ประเทศเท่านั้น โดยในเบลเยียม ถูกกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2002 โดยเฉลี่ย มีคนถูกทำการุณยฆาตในเบลเยียมวันละ 6 คน
ส่วนในไทย การทำการุณยฆาต อาจถือเป็นการฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต
"เราฉีดนี่เข้าเส้นเลือดดำของคนไข้ ภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที คนไข้ก็จะจากไป เขาจะหลับไป จากนั้นก็จะเสียชีวิต โดยปราศจากความทุกข์ทรมาน ไร้ความเจ็บปวด เขาแค่หลับไป" นพ.อีฟ เดอ ลอกต์ แพทย์ที่ทำการุณยฆาตในเบลเยียม เล่าถึงวิธีการ
เบลเยียม เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศ ที่อนุญาตให้ทำการุณยฆาตได้ ปีที่แล้ว มีคน 2,357 คน เข้ารับการทำการุณยฆาตกับแพทย์ในเบลเยียม
"เราทุกคนต่างต้องตาย และฉันมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องการจบชีวิตลงอย่างมีคุณภาพ" หลุยส์ หญิงชราวัย 79 ปี กล่าว
เธอมีความคิดจะเข้ารับการทำการุณยฆาตเมื่อถึงเวลาสมควร แม้ขณะนี้เธอยังมีสุขภาพดีอยู่ แต่คนไข้ที่กำลังจะเข้ารับการทำการุณฆาตคือ มิเชล วัย 82 ปี อดีตผู้บัญชาการตำรวจ เขาทุกข์ทรมานจากมะเร็งขากรรไกรระยะสุดท้าย
"คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายในชีวิตของคุณแล้วสินะครับ" นพ.เดอ ล็อกต์ กล่าวกับคนไข้ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะจบชีวิต
"ใช่ครับ [การุณยฆาต] จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้เช้า" มิเชล ตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
ส่วน อาลัง เดินทาง 700 กม. จากฝรั่งเศส มายังเบลเยียม พร้อมกับลูกชาย 2 คน ของเขา เพื่อมาติดต่อขอรับการทำการุณยฆาตกับคุณหมอเดอ ล็อกต์
"คุณต้องการให้ผม หรือแพทย์เบลเยียมท่านอื่น ทำการุณยฆาตให้ในเร็ว ๆ นี้ ถูกต้องไหมครับ?" คุณหมอถามคนไข้ และถามต่อว่า "คุณตัดสินใจอย่างไรครับว่า จะทำเมื่อไหร่"
อาลัง ตอบว่า "ผมคิดว่า ตอนที่ผมสูญเสียความสามารถในการสื่อสาร และการเคลื่อนไหวครับ"
อาลัง เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Amiotrophic Lateral Sceloris) ส่งผลให้กล้ามเนื้อทุกส่วน ค่อย ๆ อ่อนแรงลง โดยเฉลี่ย คนไข้จะเสียชีวิตภายในเวลา 3 ปี หลังป่วยเป็นโรคนี้ อาลัง ต้องการเข้ารับการทำการุณยฆาต เมื่อเขามีอาการแย่ลง
"เราต้องยอมรับว่า เรารักษาทุกอย่างไม่ได้ และหน้าที่ของเราในยามที่เราไม่สามารถรักษาได้ คือ การพยายามบรรเทาความเจ็บปวดให้คนไข้ นั่นคือเหตุผลที่ผมยังทำอาชีพนี้ ผมจะทำงานเป็นหมอไปจนถึงที่สุด" นพ.เดอ ล็อกต์ กล่าว
"ลูกผมอยู่ด้วยได้ไหมครับ" อาลัง ถามคุณหมอ
"ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณว่า อยากจะให้ใครอยู่ด้วย แล้วพวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะตอบรับหรือปฏิเสธ" คุณหมอ ซึ่งจบชีวิตให้คนไข้พ้นจากความทุกข์ทรมานมาแล้วกว่า 100 คน ตอบ
"เราจะทำในห้องของโรงพยาบาล ขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของห้องนี้" คุณหมออธิบายเพิ่มเติม และบอกว่า ปกติจะมีสมาชิกในครอบครัวของคนไข้อยู่ด้วย 1-2 คน ในช่วงที่คนไข้เข้ารับการุณยฆาต แต่ก็อยู่ที่การตัดสินใจของคนไข้เองว่า ต้องการให้ใครอยู่ด้วยหรือไม่
อาลังเดินทางกลับบ้านที่ฝรั่งเศส หลังจากเสร็จธุระ และทราบว่า เขาสามารถร้องขอเข้ารับการทำการุณยฆาตได้ทุกเมื่อ นพ.เดอ ล็อกต์ กล่าวว่า เขาเข้าเงื่อนไขที่จำเป็นทั้ง 3 ข้อ
"เขาได้เขียนคำร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ผมมีเอกสารอยู่ เขาป่วยร้ายแรง ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ไม่สามารถช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานของเขาลงได้ เขาเข้าเงื่อนไขพื้นฐาน 3 ข้อ ในการร้องขอการุณยฆาต"
การุณยฆาต เป็นเรื่องผิดกฎหมายในประเทศส่วนใหญ่ของโลก
ในไทย นพ. เดอ ล็อกต์ อาจถูกจำคุกหรือประหารชีวิตในข้อหาฆาตกรรม
คุณหมอที่รับทำการุณยฆาตให้คนไข้เพียงเดือนละ 1 คน เล่าว่า "มันเป็นการกระทำที่มีความสำคัญ เป็นเรื่องยาก ที่มีผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึกอย่างมาก ผมไม่เรียกการทำเช่นนั้นว่า การฆ่าคนไข้ ผมทำให้ความเจ็บปวด และทุกข์ทรมานของเขาสั้นลง"
"ผมดูแลเขาในช่วงสุดท้าย แต่ไม่รู้สึกว่า ผมกำลังฆ่าคนไข้" นพ. เดอ ล็อกต์ กล่าว
ส่วน หลุยส์ ซึ่งยังมีสุขภาพดี แม้จะอยู่ในวัยชรา ยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะเข้ารับการทำการุณยฆาตได้
"คุณยังไม่อยากตายตอนนี้ใช่ไหมครับ" คุณหมอถามหลุยส์
"ยังไม่ได้อยู่ในแผนการตอนนี้ค่ะ ฉันเข้าใจว่า ฉันต้องร้องขอ [การุณยฆาต]" หลุยส์ ตอบ
"คุณจะถูกปฏิเสธ" คุณหมอ กล่าว
หลุยส์ วัย 79 ปี เธอมีสุขภาพที่แข็งแรง เธอต้องการมั่นใจว่า เธอจะได้รับการุณยฆาต เมื่อจำเป็น
หลุยส์ กล่าวว่า "ฉันเชื่อว่า คุณต้องเผชิญกับความตาย และถ้ารอมันได้ ก็รอมันไป มันเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อเราทุกคน เพราะเราล้วนต้องตาย ฉันมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องการจบชีวิตอย่างมีคุณภาพ ฉันไม่อยากตายในที่ที่มีแต่กลิ่นฉี่"
"ฉันเป็นคนไข้ของคุณหมอเดอ ล็อกต์ และกำลังพิจารณาทางเลือก ที่ฉันเชื่อว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า และมีความเป็นคนมากกว่า" เธอ กล่าว
ด้วยจำนวนคนไข้ที่ร้องขอการทำการุณยฆาตมีจำนวนมาก ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธ คุณหมอจึงต้องเลือกคนไข้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด แต่ก็มีบางกรณีที่คุณหมอต้องปฏิเสธ
"ผมเคยปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะเหตุผลทางการแพทย์เสมอไป แต่เป็นเหตุผลด้านความรู้สึก คนที่ผมรู้จักเป็นอย่างดี หรือสมาชิกครอบครัว ไม่มีทางที่ผมจะลงมือทำด้วยตัวเองได้เลย" คุณหมอกล่าว
คืนก่อนที่มีการทำการุณยฆาต นพ.เดอ ล็อกต์ จะไปเยี่ยมคนไข้ เพื่อดูว่า คนไข้ไม่เปลี่ยนใจในคืนสุดท้าย
มิเชล บอกว่า เขา "ไม่มีทาง" เปลี่ยนใจ
"ศาสตราจารย์ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของผม จะมาหาคุณนะครับ จากนั้นเราจะไปเตรียมยาฉีด ที่จะทำให้คุณหลับ...แล้วก็จะเป็นวาระสุดท้ายของคุณ" คุณหมอกล่าว
มิเชล กล่าวกับ ผู้สื่อข่าวในคืนวันสุดท้ายของชีวิตของเขาว่า "คุณคงนึกไม่ออกว่า ผมรู้สึกโล่งแค่ไหน ที่ได้มาบรัสเซลส์ และพบกับคุณหมอเป็นครั้งแรก เมื่อรู้ว่า มันเป็นไปได้ เหมือนกับยกภูเขาออกจากอก"
เขา บอกว่า นี่คือ ทางออกของชีวิตเขา และทำให้เขารู้สึกโล่งอก
"ช่วงแรก เขาบอกฉันว่า 'ผมจะสู้จนถึงวาระสุดท้าย ผมจะทำเท่าที่จะทำได้ให้หายขาด' แต่เอาเข้าจริง ๆ การรักษาอย่างหนักหน่วงก็ไม่ได้ผลอะไร ตอนนี้เขาก็เลยยอมแพ้แล้ว" ภรรยาของมิเชล ที่อยู่เคียงข้างเขาในค่ำคืนนั้นกล่าว
ความเจ็บปวดของมิเชล รุนแรงมากถึงขั้นที่เขาคิดจะฆ่าตัวตาย
"มันเกินจะทานทน ผมเห็นภรรยาพยายามประวิงเวลา แน่นอน เธออยากมีเวลามากกว่านี้ ผมหยุดตัวเองแล้ว เพราะศักดิ์ศรีเป็นเรื่องสำคัญ ผมอยากจะทำมันอย่างมีศักดิ์ศรี นั่นคือเหตุผลที่ผมรู้สึกขอบคุณคุณหมอ ที่ผมจะได้ตายอย่างมีศักดิ์ศรี" มิเชล กล่าว
"มันเป็นเรื่องยากสำหรับฉัน ที่จะยอมรับมัน ฉันบอกว่า ยิ่งรอนานขึ้น ก็ยิ่งดี แต่นั่นคือชีวิตค่ะ ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเขามาถึงแล้ว เพราะชีวิตของเขาไม่ใช่ชีวิตของเขาอีกต่อไปแล้ว เขารับอาหารทางสายยางเกือบ 1 ปีได้แล้ว เขาบอกว่า 'ผมรู้สึกเหมือนสุนัขที่มีสายจูง' ฟังดูโหดร้ายนะคะ" ภรรยาเล่าอย่างเข้าใจหัวอกผู้เป็นสามีที่ต้องทุกข์ทรมานจากโรคร้าย
"คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายในชีวิตของคุณแล้วนะครับ" คุณหมอ กล่าวย้ำอีกครั้ง
"ใช่ครับ แน่นอน จะทำมัน (การุณยฆาต) พรุ่งนี้เช้า" มิเชล ตอบ และบอกว่า เขาตัดสินใจทำเช่นนี้นอกจากเพื่อตัวเขาเองแล้วก็ยังเพื่อคนในครอบครัวด้วย
"อย่างน้อยที่สุด อิซาเบลล์ ก็ได้เตรียมตัวก่อน ไม่เหมือนกับ ถ้าผมตายจากอุบัติเหตุ เพราะมันก็เกิดขึ้นได้ เราเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว มันไม่ใช่มะเร็งที่เอาชีวิตผมไป แต่เป็นผมเองที่ตัดสินใจ" มิเชล กล่าว
10.00 น. วันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา มิเชล จากไปอย่างสงบ
คุณหมอเล่าว่า "มิเชลจากไปพร้อมกับหลากหลายความรู้สึก แต่ทุกอย่างราบรื่นดี เขาไม่ได้นอนเลย เป็นค่ำคืนที่ยาวนานของเขา เขาขอบคุณเราอีกครั้ง ขณะที่เขากำลังจะจากไป น้ำตาของภรรยาเขา และลูกชายทั้งสอง เป็นภาพที่จะติดตาผมไปอีก 2-3 วัน มันสะเทือนใจผมมาก"
ส่วน อาลัง เสียชีวิตจากอาการแทรกซ้อนเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ในเดือน ก.พ. 2019 เขารู้สึกเบาใจที่รู้ว่า เขาสามารถเข้ารับการทำการุณยฆาตได้
เรื่องที่คุณอาจสนใจ:
อาดัม ไมเออร์-เคลย์ตัน หนุ่มแคนาดารณรงค์เพื่อขยายสิทธิในการฆ่าตัวตายภายใต้การช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ผู้ที่มีความเจ็บป่วยทางจิต แต่สุดท้ายก็ฆ่าตัวตายไปก่อน
อาดัม เริ่มเผชิญกับความเจ็บปวดทางร่างกายจนแทบขยับตัวไม่ได้ เขาบรรยายว่ามันเหมือนกับกำลัง "ถูกเผาไหม้ด้วยน้ำกรด"
เขาได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการกลุ่มโรคแสดงอาการทางกาย (Somatic Symptom Disorder) ซึ่งเป็นอาการทางจิตที่แสดงออกมาทางกาย ซึ่งไม่สามารถระบุสาเหตุทางการแพทย์ได้