หัวเว่ย : บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไนกีและอาดิดาส เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติสงครามการค้ากับจีนเสีย

ที่มาของภาพ, Getty Images
หอการค้าสหรัฐฯ ในจีนซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทอเมริกันกว่า 900 แห่งในจีน กังวลว่าจีนจะมีมาตรการโต้กลับ หลังกรณีสหรัฐฯ ห้ามกูเกิลทำการค้ากับหัวเว่ย
ทิม สแตรตฟอร์ด ประธานหอการค้าสหรัฐฯ หรือ AmCham ในจีน บอกกับบีบีซีว่า บริษัทในสังกัดสภาหอการค้ามีความกังวลว่ารัฐบาลจีนอาจจะตัดสินใจออกมาตรการโต้กลับที่จะส่งผลกระทบต่อบริษัทอเมริกัน และบริษัทเหล่านี้เริ่มคิดแล้วว่าจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจอย่างไร
หอการค้าสหรัฐฯ ในจีนและนครเซี่ยงไฮ้ เพิ่งเผยแพร่แบบสำรวจที่พบว่าบริษัทในสังกัดกว่า 40% ได้ย้าย หรือคิดจะย้ายฐานผลิตออกจากจีนเนื่องจากสงครามกำแพงภาษี
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพิ่งประกาศเพิ่มภาษีสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 10% เป็น 25% เมื่อไม่นานมานี้ หลังจีนและสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ส่วนจีนก็ได้ประกาศแผนเก็บภาษีกับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 6 หมื่นล้าน จากวันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่อวันอังคาร บริษัทผู้ผลิตรองเท้ายักษ์ใหญ่อย่างไนกีและอาดิดาส เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติสงครามการค้ากับจีนเสีย เพราะจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผู้บริโภค
จดหมายเรียกร้องซึ่งมี 173 บริษัทร่วมลงนาม ระบุว่า การตัดสินใจขึ้นภาษีเป็น 25% ของ ปธน.ทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อชนชั้นแรงงานอย่างเกินเหตุ และเสี่ยงทำให้บางบริษัทไปต่อไม่ได้ในอนาคต
"ถึงเวลายุติสงครามการค้านี้ได้แล้ว" บริษัท 173 แห่ง ระบุ
หลังตัดสินใจขึ้นภาษี ปธน.ทรัมป์ บอกกับบริษัทต่าง ๆ ว่าพวกเขาสามารถลดต้นทุนได้ด้วยการย้ายฐานการผลิตมาที่สหรัฐฯ แต่บริษัทผู้ผลิตรองเท้าและผู้ค้าปลีกบอกว่า อุตสาหกรรมผลิตรองเท้าต้องใช้การวางแผนหลายปีในการตัดสินใจเรื่องแหล่งวัตถุดิบ และพวกเขาไม่สามารถย้ายโรงงานเพื่อปรับตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้
พร้อมเจรจา
จีนได้ส่งสัญญาณว่าพวกเขาพร้อมที่จะเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาทนี้ แต่ก็ยังไม่ได้มีการกำหนดวันเจรจาหลังจากคราวที่แล้วเมื่อวันที่ 10 พ.ค.
"จีนยังพร้อมที่จะเจรจาพูดคุยกับสหรัฐฯ เพื่อหาข้อสรุป เรายังเปิดประตูบานนี้อยู่" ซุย เทียนไข่ เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์
ผู้นำจีนและสหรัฐฯ มีกำหนดการพบกันอีกครั้งที่การประชุมสุดยอด จี 20 ที่ญี่ปุ่นในเดือนหน้า










