กูเกิล-หัวเว่ย : เจ้าตลาดมือถืออันดับ 2 ของโลกจากจีนจะสู้อย่างไร เมื่อถูกรัฐบาลอเมริกันกดดันให้แยกทางกับแอนดรอยด์

ที่มาของภาพ, Reuters
หัวเว่ย บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟน อันดับ 2 ของโลก เดินหน้างานเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Honor 20 Series ที่กรุงลอนดอนวันที่ 21 พ.ค. ท่ามกลางสื่อจากทั่วโลก
แต่แน่นอน การตัดสันพันธ์ของกูเกิลให้หัวเว่ยใช้งานระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของตนได้อย่างจำกัดจะทำให้บรรยากาศงานเปิดตัวนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
บีบีซีเข้าใจว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของหัวเว่ยนี้จะใช้ระบบแอนดรอยด์อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงแอปพลิเคชันของกูเกิลด้วย ทว่า หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาทางออกได้เร็ววันนี้ ไม่มีใครรู้เลยว่าระบบการทำงานของมือถือรุ่นใหม่ ๆ ของหัวเว่ยจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร
ขณะนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับฐานลูกค้าที่ชอบหัวเว่ยแต่ก็ยังต้องการใช้แอปพลิเคชันของกูเกิลอยู่
คำถามสำคัญคือบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนรายนี้แข็งแกร่งพอที่จะผ่านพ้นอุปสรรคครั้งใหญ่นี้ไปได้หรือเปล่า
ล่าสุด เมื่อเย็นวันจันทร์ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตให้บริษัทอเมริกันรวมทั้งกูเกิลสามารถทำธุรกิจกับหัวเว่ยต่อไปได้อีก 3 เดือนเพื่อเตรียมการสำหรับมาตรการในระยะยาวต่อไป

ที่มาของภาพ, Huawei
ทว่า เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของหัวเว่ย ให้สัมภาษณ์ว่า การเลื่อนเวลาดังกล่าวไม่ได้มีความหมายสักเท่าไร รัฐบาลสหรัฐฯ ประเมินความแข็งแกร่งของหัวเว่ยต่ำไป และบริษัทก็ได้เตรียมมาตรการรับมือกับเรื่องนี้ไว้แล้ว
คาดกันว่ากูเกิลเองก็ไม่ได้อยากตัดสัมพันธ์กับหัวเว่ย ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ที่ขายดีเป็นอันดับที่สองของโลกรองจากซัมซุง หัวเว่ยบอกว่ามีคนมากกว่า 5 ร้อยล้านคนทั่วโลกที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยอยู่
ผลกระทบต่อผู้ใช้หัวเว่ย
คนใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ยหรือออเนอร์อยู่แล้ว จะยังสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันและได้รับอัพเดทจากกูเกิลอยู่ เพราะว่าสมาร์ทโฟนเหล่านี้ได้รับการรับรองด้วยกระบวนที่เรียกว่า Compatibility Test Suite และ Vendor Test Suite
นั่นหมายความว่า กูเกิลสามารถให้ผู้ใช้หัวเว่ยดาวน์โหลดผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่และแอปพลิเคชันจาก Google Play Store ได้โดยไม่ต้องติดต่อกับหัวเว่ยโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาอยู่ที่การอัพเดทด้านความปลอดภัย

ที่มาของภาพ, Getty Images
โดยปกติแล้ว กูเกิลจะให้รหัสคำสั่งสำหรับแก้ไขซ่อมแซมซอฟต์แวร์กับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ราว 1 เดือนก่อนเปิดตัวกับสาธารณะ ในช่วง 1 เดือนนี้ ผู้ผลิตอย่างหัวเว่ยจะมีเวลาตรวจสอบว่ารหัสคำสั่งที่ว่าจะไม่ทำให้ซอฟต์แวร์ตั้งต้นของหัวเว่ยเองมีปัญหา
ต่อไปนี้ หัวเว่ยจะได้รู้รหัสคำสั่งดังกล่าวพร้อมกับสาธารณะ นั่นหมายความว่า จะทำให้หัวเว่ยวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ล่าช้าออกไปอีก
สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ของหัวเว่ยจะไม่ได้รับการรับรอง หมายความว่าจะไม่มีแอปพลิเคชันของกูเกิลที่ติดตั้งไว้ให้แล้วและเป็นที่นิยมอย่าง Google Photos, YouTube, Google Maps, Google Drive เป็นต้น
นี่จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ซื้อในต่างประเทศ ต่างจากผู้ใช้ในจีนซึ่งโดนบล็อกไม่ให้ใช้แอปพลิเคชันส่วนใหญ่ของกูเกิลอยู่แล้ว
คาดเดากันว่า สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของหัวเว่ยจะต้องใช้แอนดรอยด์รุ่นปัจจุบันต่อไป
อย่างไรก็ตาม มิชาล ราห์มัน บรรณาธิการใหญ่ของเว็บไซต์ข่าว XDA-developers.com บอกว่า กูเกิลได้เปิดเผยข้อมูลเรื่องรหัสคำสั่งสำหรับระบบแอนดรอยด์รุ่นใหม่ Android Q กับหัวเว่ยและผู้ผลิตรายอื่น ๆ แล้ว แต่อาจจะเป็นปัญหาสำหรับแอนดรอยด์รุ่นต่อจากนี้ซึ่งคือ Android R ซึ่งจะเปิดตัวในปี 2020
ทางเลือกอื่น
หัวเว่ยบอกกับบีบีซีว่า พวกเขาอยากจะร่วมงานกับแอนดรอยด์ต่อ แต่ก็ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองขึ้นใหม่เป็นแผนสำรอง
เจเรมี ทอมป์สัน รองประธานบริษัทหัวเว่ยในสหราชอาณาจักร บอกว่า "นี่ไม่ใช่ข่าวดีนักสำหรับบริษัทในระยะสั้น แต่ผมว่าเราจะสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้"
การออกระบบปฏิบัติการใหม่ของตัวเองไม่น่าจะมีผลกระทบมากนักในจีน เนื่องจากผู้ใช้หัวเว่ยส่วนใหญ่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับแอปพลิเคชัน WeChat ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ให้แอปพลิเคชันอื่น ๆ มาร่วมใช้งานได้
นอกจากนั้น ผู้ผลิตแอปพลิเคชันอื่น ๆ ก็จะมีแรงกดดันที่จะสร้างแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ออกมาซึ่งจะสามารถมาใช้กับระบบปฏิบัติการใหม่นี้ได้
ไมโครชิป

ที่มาของภาพ, iFixIt
เราอาจจะคิดว่าสมาร์ทโฟนหัวเว่ยมีความเป็น "จีน" สูง แต่จริง ๆ แล้วก็เหมือนกับบริษัทแอปเปิล ที่ต้องพึ่งการผลิตบางส่วนของไมโครชิปที่สร้างโดยคู่แข่งอย่างซัมซุง ยกตัวอย่างเช่น แผนวงจรขนาดจิ๋วของสมาร์ทโฟนหัวเว่ยรุ่น P30 Pro

ที่มาของภาพ, iFixIt
ส่วนที่เรียกว่า RF transceivers (หมายเลข 1) และ ชิปเสียง (หมายเลข 4, รูปข้างล่าง) ผลิตโดย HiSilicon บริษัทในจีนซึ่งหัวเว่ยเป็นเจ้าของ แต่เทคโนโลยีที่หัวเว่ยผลิตขึ้นเองก็จบแค่นั้น
ส่วนที่เรียกว่า front end module (หมายเลข 2) ซึ่งทำให้โทรศัพท์สามารถเชื่อมต่อกับสัญญาณมือถือได้ ออกแบบและผลิตโดยบริษัท Skyworks จากรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งทางการสหรัฐห้ามไม่ให้ทำธรุกิจ เช่นเดียวกับบริษัท Qorvo จากรัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งเป็นผู้ผลิต front end module ส่วนเพิ่มเติ่ม (หมายเลข 3)

ที่มาของภาพ, IFixIt
เมื่อกลับด้านไมโครชิป ส่วน flash storage (หมายเลข 5) ซึ่งเป็นส่วนสำหรับเก็บความจำ ออกแบบโดย Micron Technologies ซึ่งเป็นบริษัทจากรัฐไอดาโฮ ส่วนประกอบนี้ทำให้ P30 Pro มีพื้นที่ 128GB ในการติดตั้งซอฟต์แวร์
นี่เป็นแค่แผงวงจรหนึ่งแผง ในเครื่องหัวเว่ยหนึ่งรุ่นเท่านั้น ซึ่งพอจะทำให้เราเห็นภาพว่าหัวเว่ยกำลังเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอนแค่ไหน เมื่อปีที่แล้ว หัวเว่ยเปิดเผยรายชื่อผู้ผลิตรายหลักและเป็นบริษัทอเมริกันถึง 33 บริษัท
และนอกจากแอนดรอยด์ของกูเกิลแล้ว ผู้ผลิตด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง Xilinx, Qualcomm, Broadcom และ Intel ก็ออกมาเตือนว่าพวกเขาต้องหยุดขายเทคโนโลยีหัวเว่ยเพื่อทำตามคำสั่งห้ามของทางการสหรัฐฯ
นักวิเคราะห์มองว่า นี่จะผลักดันให้จีนผลิตเทคโนโลยีในประเทศเอง ซึ่งจะเป็นเรื่องยาก ใช้ต้นทุนสูง และในบางแง่มุมก็อาจจะได้ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ในระยะยาว นี่จะให้โอกาสจีนในการสร้างมาตรฐานของตัวเองขึ้นมาสำหรับการผลิตเทคโนโลยีในอนาคต









