สี จิ้นผิง ย้ำ เส้นทางสายไหม โปร่งใส-ยั่งยืน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ย้ำระหว่างการประชุมสุดยอดโครงการเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 หรือ โครงการ Belt and Road ที่กรุงปักกิ่งว่า โครงการต่าง ๆ จะดำเนินไปด้วยความโปร่งใส และจะสร้างความยั่งยืนทางการเงิน
บางฝ่ายมองว่าโครงการเส้นทางสายไหมนี้เป็นความพยายามของจีนที่จะขยายอิทธิพลทางการเมืองในเชิงภูมิศาสตร์ และโดนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการสร้างหนี้ให้กับประเทศที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ ศรีลังกา ซึ่งต้องยอมให้จีนเข้ามาควบคุมท่าเรือของตนเพื่อใช้หนี้คืนต่างชาติ
โครงการอันแสนทะเยอทะยานนี้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ลงเงินไปกับเส้นทางรถไฟ ถนน และท่าเรือ ในหลายประเทศแล้ว นายสี บอกว่า "เป็นการสร้างผลลัพธ์ที่ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย และเพื่อการพัฒนาร่วมกัน"
"ทุกอย่างควรดำเนินการอย่างโปร่งใสและเราจะไม่ยอมให้เกิดการคอร์รัปชั่นเด็ดขาด" นายสี กล่าว พร้อมกับบอกว่า จีนยังต้องสร้างความมั่นใจด้วยว่าทุกโครงการจะสร้างความยั่งยืนทางการเงินเพื่อที่จะได้บรรลุผลตามที่ตั้งไว้
ในการประชุมสุดยอด 3 วันนี้ จีนจะนำโครงการโครงสร้างพื้นฐานโครงการแรกมาจัดแสดง โดยจะมีผู้นำชาติต่าง ๆ มาเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และนายจูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลี
การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ
ก่อนหน้าที่จีนและสหรัฐฯ จะกลับมาเจรจาทางการค้าต่อในสัปดาห์หน้า นายสีได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญที่เป็นข้อพิพาทกันอยู่ด้วย ทั้งสองประเทศยังคงเจรจาทางการค้ากันมาอย่างต่อเนื่องหลังจากเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ทั้งสองประเทศตกลงระงับการตั้งสงครามกำแพงภาษีต่อกัน
สหรัฐฯ กล่าวหาจีนว่าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมกับยังต้องการให้จีนเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจด้วย โดยบอกว่าจีนเข้าข้างบริษัทในประเทศด้วยการให้เงินอุดหนุน
ส่วนจีนกล่าวหาสหรัฐฯ ว่า "เป็นผู้ก่อสงครามการค้าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก" โดยหลายฝ่ายมองว่า นี่เป็นความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะยับยั้งอิทธิพลของจีน
นายสีกล่าวว่า จะพยายามดำเนินมาตรการป้องกันเรื่องทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น เพิ่มยอดการนำเข้าสินค้าและบริการ และสร้างบรรยากาศที่ทำให้เกิดความเป็นธรรมในการทำธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ
"เราจะปฏิรูปและยกเลิกกฎเกณฑ์ การอุดหนุนเงิน และการปฏิบัติ ที่ปราศจากที่มาที่ไปที่จะทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม รวมทั้งจะทำให้เกิดการแทรกแซงกลไกทางการตลาด" นายสี กล่าว









