1MDB: เปิดชื่อ นายกฯ, เพลย์บอย และคนดังฮอลลีวูด ในคดีทุจริตอื้อฉาวที่เขย่าการเมืองมาเลเซีย

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, โดย เฮเธอร์ เฉิน, มยุรี เม ลิน และเควิน ปอนเนียห์
- Role, บีบีซี นิวส์
มันคือหนึ่งในคดีอื้อฉาวทางการเงินที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดในโลก
เงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีไว้สำหรับช่วยเหลือประชาชนมาเลเซียในกองทุนเพื่อการพัฒนาของรัฐ 1 มาเลเซีย ดีเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด หรือ 1MDB หายเข้าสู่ระบบการเงินโลกอย่างมีเงื่อนงำ
อัยการสหรัฐฯ และมาเลเซีย ระบุว่า เงินดังกล่าวไหลเข้าสู่กระเป๋าของผู้ทรงอิทธิพลเพียงไม่กี่คน ซึ่งพวกเขานำไปซื้ออสังหาริมทรัพย์หรู เครื่องบินส่วนตัว และงานศิลปะของจิตรกรเอกของโลกอย่าง แวนโก๊ะ และโมเนต์ รวมทั้งนำไปลงทุนสร้างหนังดังของฮอลลีวูด
เสียงต่อต้านกรณียักยอกเงินกองทุน 1MDB ของมาเลเซียดังก้องไปทั่วโลก โดยเจ้าหน้าที่รัฐในอย่างน้อย 6 ประเทศได้เข้าสอบสวนเส้นทางธุรกรรมทางการเงินที่โยงใยกันตั้งแต่ธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์ไปจนถึงธนาคารในเกาะที่ใช้เป็นแหล่งหลบเลี่ยงภาษี และธนาคารในใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรณีอื้อฉาวนี้ยังนำไปสู่การโค่นอำนาจพรรคอัมโน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ปกครองมาเลเซียมาตั้งแต่ประเทศได้รับเอกราชจากอังกฤษ
ด้าน โกลด์แมน แซกส์ สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของโลก ที่กำลังเผชิญข้อกล่าวหาในคดีอาญาในมาเลเซีย ก็ประกาศจะสู้เต็มที่กับคำฟ้องของทางการมาเลเซีย
ในขณะที่เพลย์บอยคนหนึ่งซึ่งถูกตั้งข้อหาทั้งในสหรัฐฯ และมาเลเซียก็กำลังอยู่ระหว่างการหลบหนีคดี ส่วนเรือยอชท์สุดหรูมูลค่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เกือบ 8 พันล้านบาท) ของเขาขณะนี้ได้ตกไปอยู่ในมือของทางการแล้ว
สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งนายนาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และอดีตประธานกรรมการที่ปรึกษาของกองทุน 1MDB ถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีที่ทุจริตอื้อฉาวของกองทุนนี้เป็นครั้งแรกในวันที่ 3 เม.ย. หลังถูกจับกุมเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งหากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดก็จะต้องเผชิญโทษจำคุกหลายสิบปี
คดีอื้อฉาวครั้งนี้มีตัวละครเข้ามาเกี่ยวข้องมากมายจนกลายเป็นเรื่องราวระดับโลก ตั้งแต่ผู้สื่อข่าวที่ตามขุดคุ้ยเส้นทางการเงิน ไปจนถึงบุคคลทรงอิทธิพลที่ได้ประโยชน์จากกรณีนี้ ซึ่งบีบีซีจะพาไปดูว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง

นาจิบ ราซัค

ที่มาของภาพ, Getty Images
จุดศูนย์กลางของเรื่องนี้ก็คือ อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบุคคลทรงอิทธิพลผู้ไม่มีใครแตะต้องได้ และเป็นผู้ก่อตั้งกองทุน 1MDB ขึ้นในปี 2009 เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต ทว่าในอีก 9 ปีต่อมา กองทุนนี้กลับเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทั้งนายนาจิบ และกลุ่มการเมืองของเขาถูกโค่นลงจากอำนาจ
การจะทำความเข้าใจในตัวนายนาจิบนั้น จะต้องศึกษาให้ลึกลงไปที่รากเหง้าของเขา
นายนาจิบ มาจากตระกูลของชนชั้นนำทางการเมืองมาเลเซีย เขาเป็นบุตรชายคนโตของนายอับดุล ราซัค นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของมาเลเซีย และยังมีศักดิ์เป็นหลานชายของนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของประเทศ
ดังนั้นตอนที่เขาก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคอัมโน และนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ของมาเลเซีย เมื่อปี 2009 จึงสามารถพูดได้ว่านายนาจิบได้เข้ารับตำแหน่งที่เขาถูกวางตัวเอาไว้แล้ว
นายนาจิบถูกมองว่าเป็นผู้นิยมชมชอบในความเป็นอังกฤษ เขาจบการศึกษาจาก มัลเวิร์นคอลเลจ โรงเรียนเอกชนชื่อดังของอังกฤษ ก่อนที่จะศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรมที่มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม
ทั้งประวัติส่วนตัวและการใช้วาทกรรมเกี่ยวกับความสำคัญของ "อิสลามสายกลาง" ทำให้นายนาจิบเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับบรรดาผู้นำชาติมหาอำนาจตะวันตกอย่างอดีตนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ และอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ


ที่มาของภาพ, Getty Images

อย่างไรก็ตาม การเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายนาจิบก็ดูเหมือนจะมีความอึมครึมมาตั้งแต่ต้น จากข้อครหาเรื่องเรื่องสัญญาจัดซื้อเรือดำน้ำฝรั่งเศสเมื่อปี 2002 สมัยที่เขานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกลาโหม โดยตอนนั้นมีข้อกล่าวหาว่ามีการจ่ายเงินสินบน 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการทำสัญญาจัดซื้อมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่นายนาจิบปฏิเสธมาโดยตลอด
การฆาตกรรมนางแบบชาวมองโกเลีย ซึ่งทำหน้าที่ล่ามในการทำสัญญาซื้อขายครั้งนั้นก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามในเรื่องนี้ ขณะที่การสอบสวนของทางการฝรั่งเศสกำลังดำเนินไป รัฐบาลชุดใหม่ของมาเลเซียก็รื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยที่นายนาจิบยืนกรานว่าไม่เคยพบกับนางแบบสาวคนดังกล่าว


ที่มาของภาพ, AFP

นายนาจิบ ก่อตั้งกองทุน 1MDB ขึ้นเมื่อปี 2009 แต่สัญญาณความผิดปกติเริ่มปรากฏขึ้นในปี 2015 ตอนที่กองทุนผิดนัดชำระหนี้ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่ธนาคารและบรรดาผู้ถือหุ้นกู้ แม้ว่าจะคณะสอบสวนและผู้สื่อข่าวจะเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว
ในเดือน ก.ค. 2016 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้องคดีแพ่งที่กล่าวหาว่ามีการยักยอกทรัพย์กว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปจากกองทุนนี้ ภายหลังมีการเพิ่มยอดเงินเป็นกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นางลอเร็ตต้า ลินช์ อัยการสูงสุดสหรัฐฯ ในขณะนั้น ระบุว่า "เจ้าหน้าที่ขี้ฉ้อหลายคน...จัดการกับกองทุนของรัฐราวกับเป็นบัญชีธนาคารส่วนตัว"
คดีความดังกล่าวเปิดเผยชื่อผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดเกือบทั้งหมด ยกเว้น "เจ้าหน้าที่อันดับ 1 ของมาเลเซีย" (Malaysian Official 1 - MO1) ซึ่งภายหลังรัฐบาลมาเลเซียเองได้ยืนยันว่านายนาจิบคือบุคคลที่ถูกอัยการสหรัฐฯ กล่าวหาว่ารับเงินที่ยักยอกมาจากกองทุน 1MDB มูลค่า 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ได้นำเงินส่วนใหญ่กลับไปคืนแล้ว
ทางการมาเลเซียได้ให้นายนาจิบ รอดพ้นข้อกล่าวหาเรื่องการกระทำผิดทั้งหมดในขณะที่เขายังอยู่ในตำแหน่ง แต่หลังจากเขานำพรรคอัมโนพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปีที่แล้ว ชะตากรรมของเขาก็เริ่มพลิกผัน
ที่พักหลายแห่งของเขาถูกตำรวจบุกเข้าตรวจค้น และอายัดทรัพย์สินหรูจำนวนมาก รวมทั้งเงินสด 28.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันเขาถูกตั้งข้อหาในคดีเกี่ยวกับการทุจริต ฟอกเงิน และใช้อำนาจโดยมิชอบทั้งสิ้น 42 กระทง
นายนาจิบปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง

โรสมาห์ มานซอร์

ที่มาของภาพ, Getty Images

การใช้จ่ายเงินของนางโรสมาห์ ภรรยาของนายนาจิบถูกเปรียบกับนางอิเมลดา มาร์กอส อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฟิลิปปินส์ และพระนางมารี อ็องตัวแน็ต ราชินีแห่งฝรั่งเศส
นับแต่สามีของเธอหมดอำนาจ นางโรสมาห์ วัย 67 ปี ก็ถูกตั้งข้อหาฟอกเงิน และหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งเธอปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด
รสนิยมชอบของแพงของนางโรสมาห์ ได้ถูกนำไปล้อเลียนเสียดสีอย่างกว้างขวางในมาเลเซีย โดยในปี 2018 ภาพตำรวจบุกค้นที่พักหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับเธอและสามีได้จุดกระแสความสนใจจากผู้ใช้โซเชียลมีเดีย หลังมีภาพเจ้าหน้าที่เข็นรถเข็นซูเปอร์มาเก็ตออกมาพร้อมกับกระเป๋าหรูกว่า 500 ใบ นาฬิกาหรูหลายร้อยเรือน และเครื่องประดับอัญมณี 12,000 ชิ้น ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าถึง 273 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ภาพดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นเครื่องยืนยันสิ่งที่ชาวมาเลเซียสงสัยเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอันหรูหราของครอบครัวอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้

มหาเธร์ โมฮัมหมัด

ที่มาของภาพ, Getty Images

การกลับสู่เวทีการเมืองของชายชราผู้นี้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครเหมือน
ในวัย 93 ปี ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด ซึ่งครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศมาเลเซียมานาน 3 ทศวรรษ กลับสู่สนามการเมืองอีกครั้งด้วยเป้าหมายเดียวที่ชัดเจนคือ โค่นอำนาจนายนาจิบ อดีตศิษย์ก้นกุฏิของเขา
"ผมขอโทษทุกคน ที่ผมเป็นผู้ผลักดันเขา มันเป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิตผม และผมต้องการแก้ไขข้อผิดพลาดนี้" ดร.มหาเธร์ กล่าวในการรณรงค์หาเสียงโค้งสุดท้ายเมื่อต้นเดือน พ.ค.2018 หลังจากผันตัวไปเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งฝ่ายตรงข้ามกับนายนาจิบ
หลังจากนั้น เขาก็ช็อกโลกด้วยการโค่นพรรคอัมโน ที่เขาเคยสังกัดและเป็นพรรครัฐบาลที่บริหารมาเลเซียมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
การหวนคืนสังเวียนการเมืองของ ดร.มหาเธร์ ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากชาวมาเลเซีย ซึ่งหลายคนชื่นชมรัฐบาลใหม่ที่นำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่าปล้นกองทุน 1MDB มารับโทษ
อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองชี้ว่า ดร.มหาเธร์ ไม่เพียงจะเป็นผู้ชักนำนายนาจิบขึ้นสู่อำนาจ แต่ตัวเขาเองก็ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้นำที่ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในช่วงที่เขาอยู่ในตำแหน่งเช่นกัน

โจ โลว์


นักการเงินชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนจากปีนังผู้นี้มีชื่อว่า โลว์ เตี๊ยก โจ แต่เป็นที่รู้จักทั่วไปในนาม "โจ โลว์" เขาถูกเจ้าหน้าที่สอบสวนมาเลเซียและสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นผู้วางแผนการยักยอกเงินครั้งมโหฬารจากกองทุน 1MDB
แม้จะไม่เคยมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการในกองทุนนี้ แต่เขาถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานของกองทุน
นายแบรดลีย์ โฮป และนายทอม ไรท์ สองผู้สื่อข่าวเจ้าของหนังสือขายดี Billion Dollar Whale ที่เล่าเรื่องราวการแสวงหาผลประโยชน์ของนายโจ โลว์ ชี้ว่า การมีเครือข่าวที่กว้างขวางและหัวคิดทางธุรกิจที่เฉียบแหลมช่วยให้ชายผู้นี้ประสบความสำเร็จ
"โจ โลว์ คือบุคคลน่าสนใจที่สุดในคดี 1MDB เป็นจอมบงการปริศนา" นายโฮปกล่าวกับบีบีซี "มันชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าเขาคือจุดเชื่อมต่อของทุกคนที่พัวพันกับกองทุน 1MDB และเป็นเพียงบุคคลเดียวที่เห็นภาพกองทุนหลายพันล้านดอลลาร์นี้อย่างรอบด้าน"
อัยการสหรัฐฯ ระบุว่า นายโจ โลว์ ใช้สายสัมพันธ์ทางการเมืองที่ทรงอิทธิพลเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กองทุน 1MDB โดยการจ่ายเงินสินบนมูลค่าหลายร้อนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
โดยอัยการสหรัฐฯ ชี้ว่า มีการฟอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านระบบการเงินของสหรัฐฯ และใช้ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์หรูและงานศิลปะราคาแพงที่สุดในโลกบางชิ้น รวมทั้งนำไปลงทุนในภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่อง


ที่มาของภาพ, Getty Images

นี่คือชายผู้เป็นที่รู้จักจากผสมผสานธุรกิจกับความบันเทิง เขาปาร์ตีกับเหล่าคนดังตั้งแต่สมาชิกราชวงศ์อาหรับ ไปจนถึงคนดังแถวหน้าของแวดวงฮอลลีวูด แม้แต่ บริตนีย์ สเปียส์ ยังเคยไปร่วมงานวันเกิดที่ลาสเวกัสของเขาเมื่อปี 2012
นายโฮป และนายไรท์ ระบุในหนังสือของพวกเขาว่า ในจุดหนึ่ง นายโจ โลว์ เคยเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงมากกว่าคนเกือบทั้งโลก
การหมดอำนาจของรัฐบาลนายนาจิบถือเป็นข่าวร้ายสำหรับนายโจ โลว์ ปัจจุบันเขาถูกตั้งข้อหาอาญาหลายกระทง และเป็นอาชญากรที่หลายประเทศต้องการตัว แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีใครทราบว่าเขาอยู่ที่ใด แต่เจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์ผ่านแถลงการณ์บนเว็บไซต์ของเขา ด้านทีมทนายความของนายโจ โลว์ บอกว่าลูกความของพวกเขาจะไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมในมาเลเซีย

ทิโมธี ไลส์เนอร์

ที่มาของภาพ, Getty Images

นักการธนาคารชาวเยอรมัน เป็นผู้บริหาร โกลด์แมน แซกส์ ในช่วงที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของโลกแห่งนี้กำลังมุ่งเป้าการทำธุรกิจมาที่เอเชีย
หลังจากวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 นายทิโมธี ไลส์เนอร์ ได้หันมาทำธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในมาเลเซีย และสร้างผลกำไรมหาศาลให้โกลด์แมน แซกส์ จากนั้นก็ก้าวขึ้นเป็นประธานกรรมของโกลด์แมน แซกส์ ประจำภูมิภาคเอเชีย
แต่ข้อตกลงธุรกิจใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเขาได้รู้จักกับนายโจ โลว์
ก่อนหน้านี้ โกลด์แมน แซกส์ เคยปฏิเสธที่จะรับนายโจ โลว์เป็นลูกค้า เพราะมีข้อกังขาเกี่ยวกับที่มาของเงินทุนของเขา แต่การไต่สวนของสหรัฐฯ พบว่า นายไลส์เนอร์ และนายโรเจอร์ อึ้ง เจ้าหน้าที่โกลด์แมน แซกส์อีกคน ได้ใช้สายสัมพันธ์ที่ทรงอิทธิพลของนายโจ โลว์ เพื่อให้โกลด์แมน แซกส์ได้ธุรกรรมขนาดใหญ่
สถาบันการเงินแห่งนี้ถูกกล่าวหาว่า มีรายได้ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากค่าธรรมเนียมบริหารจัดการในการออกพันธบัตร มูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ ให้ 1MDB ในปี 2012 และ 2013
นายไลส์เนอร์ ยอมรับสารภาพผิดในข้อหาที่ทางการสหรัฐฯ ดำเนินคดีต่อเขาฐานสมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน และละเมิดกฎหมายต่อต้านการทุจริต ด้วยการติดสินบนเจ้าหน้าที่ต่างชาติ
ทางการมาเลเซียได้ตั้งข้อหาต่อนายไลส์เนอร์ นายอึ้ง และโกลด์แมน แซกส์ โดยนายอึ้ง ซึ่งออกจากสถาบันการเงินแห่งนี้เมื่อปี 2014 ได้ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด
ด้านโกลด์แมน แซกส์ ซึ่งยืนกรานว่าไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย ประกาศจะปกป้องชายทั้งสอง แม้ก่อนหน้านี้จะเคยระบุว่า นายไลส์เนอร์ ซึ่งถูกสั่งพักงานในปี 2016 จะกระทำการทุจริต และขออภัยต่อพฤติกรรมของเขา
แต่รัฐบาลมาเลเซียไม่ยอมรับคำขอโทษ และเรียกร้องให้โกลด์แมน แซกส์จ่ายเงิดชดเชย 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ดาวดังของโลก

ที่มาของภาพ, Getty Images

คดีทุจริตกองทุน 1MDB ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเฉพาะนักการเมือง และนักการเงิน แต่ยังมีเหล่าคนดังแถวหน้าของฮอลลีวูดที่รู้จักกับนายโจ โลว์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แม้พวกเขาจะไม่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในคดีนี้ แต่สายสัมพันธ์กับนายโจ โลว์ ทำให้พวกเขากลายเป็นประเด็นในข่าว
หนังของลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ
พระเอกชื่อดังรับบทนำในภาพยนตร์ของผู้กำกับมาร์ติน สกอร์เซซี เรื่อง The Wolf of Wall Street ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับความโลภและการทุจริต ซึ่งเป็นบทที่ส่งให้ นายดิแคพรีโอ ได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจากรางวัลลูกโลกทองคำ ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวขอบคุณทั้งนายโจ โลว์ รวมทั้งนายริซา อาซิส บุตรชายนางโรสมาห์ และลูกเลี้ยงของนายนาจิบในฐานะผู้ร่วมผลิตและสนับสนุนเงินทุนของหนังเรื่องนี้


ที่มาของภาพ, Getty Images

อัยการสหรัฐฯ ระบุว่า มีการนำเงินจากกองทุน 1MDB ไปลงทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ และบริษัทเรดแกรนิต (Red Granite) ผู้ผลิตหนังก็ตกลงยอมความในคดีแพ่งกับรัฐบาลสหรัฐฯ
ขณะที่ นายดิแคพรีโอ ประกาศจะให้ความร่วมมือกับทางการสหรัฐฯ พร้อมส่งมอบภาพเขียนปีกัสโซ ที่นายโจ โลว์ มอบเป็นของขวัญแก่เขาให้ทางการด้วย
นอกจากนี้ นายโจ โลว์ ยังสนิทสนมกับคนมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงรายอื่น ๆ เช่น สวิสซ์ บีตซ์ โปรดิวเซอร์เพลงชื่อดัง และอลิเชีย คีย์ส ภรรยานักร้องชื่อดังของเขา อีกทั้งยังเคยปาร์ตี้กับไฮโซสาว ปารีส ฮิลตัน และยังเคยมีข่าวกุ๊กกิ๊กกับซูเปอร์โมเดลสาวชาวออสเตรเลีย มิแรนดา เคอร์ และเอลวา เชา นักร้องและนักแสดงชาวไต้หวัน


ที่มาของภาพ, Getty Images



ผู้สื่อข่าวจอมขุดคุ้ย
มหากาพย์ 1MDB จะไม่เป็นที่รับรู้ของสังคม หากไม่มีผู้สื่อข่าวที่ตรวจสอบและติดตามเรื่องนี้มานานหลายปี ก่อนที่จะมีการเปิดโปงเรื่องราวความไม่ชอบมาพากลในการบริหารจัดการกองทุนรัฐนี้


ที่มาของภาพ, AFP/WALL STREET JOURNAL

แคลร์ ริวคาสเซิล-บราวน์, เดอะซาราวัก รีพอร์ต
เมื่อกว่า 10 ปีก่อน นางริวคาสเซิล-บราวน์ ผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษที่เกิดในมาเลเซีย เริ่มรายงานเรื่องการทำข้อตกลงที่น่าสงสัยของกองทุน 1MDB ในมาเลเซีย ซึ่งหนึ่งในนั้นเกิดขึ้นที่รัฐซาราวัก ในเว็บไซต์ซาราวัก รีพอร์ต (Sarawak Report) ของเธอ
ต่อมาปลายปี 2013 เธอได้ข่าวว่าลูกเลี้ยงของนายนาจิบ ได้สร้างภาพยนตร์เรื่อง The Wolf of Wall Street ตอนนั้นเอง ที่เธอเริ่มการขุดคุ้ยและตามเส้นทางการเงิน และบทความของเธอได้รับความสนใจจากชาวมาเลเซีย เพราะสื่อส่วนใหญ่ในประเทศไม่สามารถหรือไม่ยอมรายงานเรื่องนี้
จากนั้นช่วงต้นปี 2015 นางริวคาสเซิล-บราวน์ ได้รับเอกสารกว่า 2 แสนฉบับจากนายชาเบียร์ ฆุสโต ผู้ชี้เบาะแสสัญชาติสวิส ข้อมูลดังกล่าวนำไปสู่การเขียนบทความที่มีรายละเอียดว่ามีการโอนเงินเกือบ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายนาจิบ เมื่อปี 2013
ตอนนั้นทางการมาเลเซียบล็อกเว็บไซต์ของเธอและออกหมายจับเธอ
"ช่วงที่เหตุการณ์ตึงเครียดอย่างหนัก มีคนถูกจ้างมาข่มขู่ฉันถึงลอนดอน สะกดรอยตามและถ่ายรูปฉัน...จนฉันต้องไปแจ้งตำรวจ" นางริวคาสเซิล-บราวน์ กล่าว

แบรดลีย์ โฮป และทอม ไรท์ ผู้สื่อข่าว นสพ.เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล
ในปี 2018 ทั้งคู่ออกหนังสือ Billion Dollar Whale ที่เนื้อหาระบุถึงรายละเอียดที่กล่าวหานายโจ โลว์ ว่าหาประโยชน์จากกองทุน 1MDB ได้กลายเป็นหนังสือขายดี
ทั้งคู่ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ 1MDB มานานหลายปี โดยตีพิมพ์บทความในหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล แต่ด้วยความจำกัดในการเขียนข่าว ทำให้พวกเขาตัดสินใจเขียนรายละเอียดทั้งหมดของเรื่องราวมหากาพย์การทุจริตครั้งใหญ่นี้ในหนังสือดังกล่าว
นายโฮป กล่าวว่า "การได้เห็นข้อมูลทุกอย่างรวมกันอยู่ในที่เดียว ทำให้มันชัดเจนมากว่า 1MDB ได้กลายเป็นหนึ่งในคดีอื้อฉาวทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก"
"ผู้อ่านส่งจดหมายถึงเรา และนักการเมือง (นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด และนายลิม กวน เอ็ง รัฐมนตรีคลังมาเลเซีย) ยังใช้และอ้างอิงหนังสือของพวกเรา เพื่ออธิบายประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับ 1MDB" นายโฮป กล่าว

กราฟิกโดย เดวีส์ สุรยา และอาร์วิน สุปรียาดี










