เบร็กซิท : โหวตข้อตกลงเบร็กซิทของเมย์วันนี้สำคัญอย่างไร

ที่มาของภาพ, AFP
ย้อนไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของอังกฤษลงมติไม่รับข้อตกลงเบร็กซิทของนายกรัฐมนตรีเทรีซา เมย์ อย่างท่วมท้น 432 ต่อ 202 เสียง
การลงคะแนนเสียงในวันนี้ก็สำคัญอีกเช่นกัน เนื่องจากกำหนดวันที่สหราชอาณาจักรจะต้องออกจากสหภาพยุโรป หรืออียู ในวันที่ 29 มี.ค. ใกล้เข้ามาทุกที
หาก ส.ส. อังกฤษ ลงมติคว่ำข้อตกลงนี้อีก สหราชอาณาจักรต้องออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลงหรือไม่กำหนดวันดังกล่าว (29 มี.ค.) ก็อาจจะถูกเลื่อนออกไป
หาก ส.ส. สนับสนุนข้อตกลงนี้ สหราชอาณาจักรจะออกจากอียูในวันที่ 29 มี.ค. แต่โดยรวมแล้ว ทุกอย่างจะยังเหมือนเดิมอยู่จนกระทั่งเดือน ธ.ค. ปี 2020 โดยระหว่างนี้สหราชอาณาจักรและอียูจะเจรจาข้อตกลงทางการค้าอย่างถาวร

โหวตอีกทำไม
หลายคนสงสัยว่าหลังจากพ่ายแพ้ราบคาบในการลงมติเมื่อครั้งที่ผ่านมา ข้อตกลงของนางเมย์ที่จะนำมาเสนอในครั้งนี้จะแตกต่างจากเดิมอย่างไร
คำตอบคือเรายังไม่รู้เลย รัฐมนตรีในรัฐบาลของนางเมย์พยายามเจรจาให้สหภาพยุโรปเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเพื่อให้ได้รับเสียงสนับสนุนเพิ่ม และคาดกันว่าจะมีการเสนอข้อเปลี่ยนแปลงใหม่ก่อนการลงคะแนนมติในวันนี้ แต่ก็ต้องรอดูกันว่าจะเป็นข้อเปลี่ยนแปลงที่ว่าจะสลักสำคัญแค่ไหน

ที่มาของภาพ, AFP
หาก ส.ส. ลงมติคว่ำข้อตกลงของนางเมย์อีก ซึ่งก็เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายคาดว่าจะเกิดขึ้น ส.ส.ได้รับสัญญาว่าพวกเขาจะได้ลงมติกันว่าจะสหราชอาณาจักรจะออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลงหรือไม่
มีแนวโน้มว่าการลงมตินี้จะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.) หากพวกเขาเห็นชอบ สหราชอาณาจักรก็จะออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลงในวันที่ 29 มี.ค.
หากพวกเขาลงมติไม่รับการออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลง ก็อาจจะมีการลงมติในวันพฤหัสบดี (14 มี.ค.) ว่าจะขออียูเลื่อนกำหนดเบร็กซิทออกไปหรือเปล่า
นี่จะเป็นการลงมติครั้งสุดท้ายหรือไม่
อาจไม่ใช่เช่นนั้น หากนางเมย์แพ้ในการลงมติข้อตกลงด้วยคะแนนเสียงไม่มากนัก เธอก็จะสามารถขออียูเลื่อนเวลาออกไปสักพัก และพยายามรวบรวมแรงสนับสนุนใหม่ นางเมย์อาจจะใช้การประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปวันที่ 22 มี.ค. เป็นโอกาสการผลักดันนี้
ข้อตกลงของเมย์เป็นอย่างไร
ข้อตกลงนี้ยังไม่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรและอียูแต่อย่างใด นี่เป็นแค่ข้อตกลงที่จะช่วยให้การออกจากอียูของสหราชอาณาจักรเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจและคนที่อยู่ในสหราชอาณาจักรและประเทศสหภาพยุโรป
โดยภาพรวมแล้ว ทุกอย่างจะเป็นไปตามปกติเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 เดือนหลังจากวันที่ 29 มี.ค. ระหว่างนั้นสหราชอาณาจักรและอียูจะเจรจาข้อตกลงทางการค้าอย่างถาวร
"แผนกั้นหลัง"
ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงมากที่สุดในข้อตกลงนี้ ซึ่ง ส.ส.จากรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย คือ "แผนกั้นหลัง" หรือ "แบ็กสต็อป" (backstop) ที่ทั้งรัฐบาลอังกฤษและสหภาพยุโรป (อียู) เห็นพ้อง เพื่อไม่ให้ต้องกลับมาใช้การกำหนดพรมแดนแบบเข้มงวด หรือ hard border ซึ่งหมายถึง การตั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรระหว่างไอร์แลนด์เหนือ (ที่เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร) และประเทศไอร์แลนด์ซึ่งอยู่ในอียู
แบ็กสต็อปนี้ มีผลให้สหราชอาณาจักรยังอยู่ในข้อตกลงศุลกากรของอียู โดยไม่มีสิทธิเสียงในการแก้ไข ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ ส.ส. หลายกลุ่ม โดยเฉพาะจากไอร์แลนด์เหนือ
ส.ส. เหล่านี้ต้องการให้มีการกำหนดวันสิ้นสุดที่แน่นอนของ "แผนกั้นหลัง" ซึ่งอียูปฏิเสธมาตลอด

ที่มาของภาพ, Getty Images
จะมีประชามติอีกครั้งไหม?
นายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคเลเบอร์ บอกว่า เขาอาจจะสนับสนุนให้มีการลงประชามติครั้งใหม่ แต่ทางเลือกที่เขาชอบกว่า คือการผลักดันให้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ หรือไม่ก็ให้มีเบร็กซิทตามรูปแบบของพรรคเลเบอร์
เรายังไม่ทราบว่าประชามติในรูปแบบของพรรคเลเบอร์จะเป็นอย่างไรจนกว่าจะได้เห็นว่าพรรคเลเบอร์จะแก้ไขญัตติของรัฐบาลอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ส.ส. พรรคเลเบอร์ จากพื้นที่ที่คนลงคะแนนประชามติให้สหราชอาณาจักรออกจากอียูก็อาจจะปฏิเสธ และนี่จะทำให้โอกาสที่ประชามติในรูปแบบของพรรคเลเบอร์ประสบความสำเร็จน้อยลง











