เบร็กซิท: พรมแดนไอร์แลนด์เหนือกับประเทศไอร์แลนด์สำคัญอย่างไร?

ที่มาของภาพ, AFP
เหลือเวลาอีกเพียง 6 เดือนก่อนที่สหราชอาณาจักรจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ แต่นายกรัฐมนตรีเทรีซา เมย์ ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอียูเรื่องพรมแดนไอร์แลนด์เหนือกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ได้
นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร กำลังจะร่วมการประชุมสุดยอดกับบรรดาผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ในเมืองซาลซ์บวร์ก ของออสเตรีย เพื่อเจรจาถึงแนวทางจัดการเรื่องพรมแดนไอร์แลนด์เหนือกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ภายหลังการแยกตัวออกจากอียู
เรื่องนี้สำคัญอย่างไร?
เรื่องพรมแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร กับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกของอียูนั้น ถือเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาเบร็กซิทครั้งนี้ เพราะหากไม่สามารถตกลงกันได้ และมีการกำหนดพรมแดนแบบเข้มงวดที่เรียกว่า hard border ซึ่งมีการตั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจศุลกากรนั้น ก็จะส่งผลกระทบในหลายด้าน เช่น ด้านการค้า และความมั่นคง ซึ่งอาจนำไปสู่การขอแยกตัวเป็นเอกราชของไอร์แลนด์เหนือได้ในท้ายที่สุด


ที่มาของภาพ, Getty Images
พรมแดนแบ่งเขตสหราชอาณาจักร-อียู
สหราชอาณาจักรจะแยกตัวออกจากกลุ่มอียูอย่างเป็นทางการในเวลา 23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันศุกร์ที่ 29 มี.ค.2019 ทำให้หลังจากนั้น พรมแดนระยะทางเกือบ 500 กม. ระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์จะกลายเป็นพรมแดนที่กั้นระหว่างสหราชอาณาจักรกับอียู
ปัจจุบันมีประชาชนหลายพันคนข้ามพรมแดนดังกล่าวเพื่อไปทำงานหรือไปท่องเที่ยวในแต่ละวัน เช่นเดียวกับอาหารและเวชภัณฑ์ที่ถูกขนส่งข้ามพรมแดนนี้อย่างเสรี
ภายใต้เงื่อนไขการเป็นตลาดเดียวและสหภาพศุลกากรของอียู ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบด้านศุลกากรและเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ แต่เมื่อสหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากข้อตกลงเหล่านี้ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป
ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีฝ่ายใดต้องการให้มีการกำหนดพรมแดนแบบ hard border อันที่จริงข้อตกลงสันติภาพ Good Friday Agreement ในปี 1998 ซึ่งนำสันติภาพมาสู่ไอร์แลนด์เหนือนั้น ได้ยกเลิกการตั้งด่านตรวจความปลอดภัย ขณะเดียวกันตำรวจในไอร์แลนด์เหนือได้เตือนว่าหากมีการนำมาตรการตั้งด่านตรวจที่พรมแดนกลับมาใช้อีกครั้งก็อาจทำให้การเดินทางข้ามพรมแดนตกเป็นเป้าความรุนแรงได้
แต่ปัจจุบันสหราชอาณาจักรและอียูยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องพรมแดนไอร์แลนด์เหนือกับประเทศไอร์แลนด์ได้
เจ้าหน้าที่อียูเผยในการพูดคุยนอกรอบว่า ในอนาคตการตรวจสอบที่พรมแดนอาจทำโดยเจ้าหน้าที่สหราชอาณาจักรหรือเจ้าหน้าที่อียู หรือผู้ตรวจสอบด้านสาธารณสุขมากกว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อไม่ให้ประเด็นเรื่องพรมแดนดูเข้มงวดจริงจังกว่าที่ควร
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเมย์ ยืนยันว่าข้อตกลงนี้จะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนอย่างเสรีระหว่างสองฝ่าย แต่ขณะเดียวกันได้ปฏิเสธแผน "backstop plan" ของอียูที่เสนอให้ไอร์แลนด์เหนือคงกฎเกณฑ์การค้าเดิมของตนไว้ โดยนางเมย์ชี้ว่า แผนการดังกล่าวจะเป็นการแบ่งแยกสหราชอาณาจักรออกจากกัน
ด้านนายมิแชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้แทนเจรจาเบร็กซิทของกลุ่มอียู เสนอให้ย้ายกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองและการตรวจด้านศุลกากรไปทำกันจุดอื่นที่ไม่ใช่บริเวณพรมแดน แต่ข้อเสนอนี้ถูกปฏิเสธจากพรรค DUP ของไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวยังเป็นการกำหนดพรมแดนแบบ hard border อยู่ดีเพียงแต่เป็นการตรวจที่ต่างกันไปเท่านั้น
นายบาร์นิเยร์ ระบุเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า อียูพร้อมจะปรับแก้แผน backstop plan ที่เสนอไป โดยชี้ว่าการเจรจาควรเน้นเรื่อง "การตรวจสอบทางเทคนิคและควบคุมต่าง ๆ เพื่อรับประกันว่ากระบวนการต่าง ๆ จะเป็นไปตามมาตรฐานและมีการจ่ายค่าธรรมเนียมศุลกากรอย่างถูกต้อง ไม่ใช่การเน้นไปที่เรื่องของพรมแดนทางบกหรือทางทะเล"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ศัพท์เทคนิคเบร็กซิท
การเจรจาเบร็กซิทได้เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้าย เพราะเหลือเวลาอีกเพียง 6 เดือนก่อนที่จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ และทั้งสหราชอาณาจักรและอียูต่างหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขการถอนตัวของสหราชอาณาจักร และความสัมพันธ์ทางการค้าในอนาคตของทั้งสองฝ่ายได้ภายในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้เป็นอย่างช้า
บีบีซีขอนำเสนอคำศัพท์เทคนิคเบร็กซิท ที่มักถูกกล่าวถึงในข่าวอยู่เนือง ๆ
Chequers plan - แผนการสำหรับเบร็กซิทที่คณะรัฐมนตรีตกลงกันที่บ้านพักต่างจังหวัดของนายกรัฐมนตรีอังกฤษที่มีชื่อว่า "เชกเกอร์ส" (Chequers) ในมณฑลบักกิงแฮมเชียร์ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2018 ซึ่งรวมถึงแผนการที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าอันดีระหว่างสหราชอาณาจักรกับอียู และช่วยให้ประเทศพัฒนานโยบายการค้าที่เป็นอิสระกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก แผนการนี้ยังจะเป็นการยุติข้อตกลงการเข้าเมืองเสรีด้วย
No deal - สหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากอียูโดยปราศจากข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งรวมถึงข้อตกลงว่าด้วยความสัมพันธ์ทางด้านการค้าในอนาคตด้วย
Norway model - คือข้อตกลงที่สหราชอาณาจักรจะยอมเปิดพรมแดนให้พลเมืองอียูเดินทางเข้าประเทศได้อย่างเสรี มีการส่งเงินสมทบให้อียูในวงเงินที่น้อยกว่าในปัจจุบัน และปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎเกณฑ์บางอย่างของอียูเพื่อแลกกับการได้อยู่ในตลาดเดียวของอียู
Hard Brexit - เป็นวลีที่นักวิจารณ์ที่มองว่าเบร็กซิทจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรมักใช้ โดยคำนี้หมายถึงการที่สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากอียูโดยที่คงความสัมพันธ์ไว้เพียงไม่กี่ประการ ซึ่งจะนำไปสู่ความวุ่นวายเสียหายมากกว่าการแยกตัวอย่างประนีประนอมที่เรียกว่า Soft Brexit
Soft Brexit - การแยกตัวจากอียูโดยที่ยังคงความสัมพันธ์กันไว้ให้มากที่สุด ซึ่งหมายถึงการที่สหราชอาณาจักรยังคงอยู่ในการเป็นตลาดเดียวกับอียู หรือการอยู่ในสหภาพศุลกากรเดียวกัน หรือทั้งสองอย่าง ซึ่งจะทำให้สหราชอาณาจักรต้องยอมประนีประนอมเรื่องให้พลเมืองอียูเข้าเมืองได้อย่างเสรี หรือเข้าไปอยู่อาศัยได้โดยสามารถเข้าถึงบริการและสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐ
Hard border - การควบคุมพรมแดนที่เข้มงวดโดยใช้เจ้าหน้าที่ศุลกากร ตำรวจ และทหาร
Customs partnership - ข้อเสนอนี้รู้จักกันในชื่อของโมเดลลูกผสม ซึ่งช่วยให้สหราชอาณาจักรและอียูค้าขายสินค้ากันโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบทางศุลกากร กลุ่มผู้นำเสนอระบุว่ามันจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องพรมแดนไอร์แลนด์เหนือกับประเทศไอร์แลนด์ เพราะสหราชอาณาจักรจะสามารถเรียกเก็บภาษีของอียูที่มาจากประเทศอื่นได้ หากสินค้าอยู่ในสหราชอาณาจักร และภาษีสหราชอาณาจักรต่ำกว่า บริษัทต่าง ๆ จะสามารถยื่นขอส่วนต่างคืนได้











