สื่อทั่วโลกตั้งคำถาม เจ้าชายฟิลิปรวมถึงคนสูงอายุทั่วไปควรจะขับรถอยู่หรือไม่?

เจ้าชายฟิลิป

ที่มาของภาพ, Getty Images

เจ้าชายฟิลิปยังควรจะทรงขับรถด้วยพระองค์เองอยู่หรือไม่ ขณะมีพระชนมายุถึง 97 พรรษา? นี่คือใจความหลักในพาดหัวของสื่อหลายแห่งทั่วโลก

การที่ดยุคแห่งเอดินบะระไม่ทรงได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อวันที่ 18 ม.ค. เป็นเรื่องน่ายินดี แต่เหตุที่เกิดขึ้นก็ทำให้เกิดคำถามที่กว้างไปกว่านั้น เหตุใดบุคคลในราชสำนักถึงต้องขับรถเองอยู่ และควรมีการกำหนดอายุสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์สูงวัยหรือไม่

แม็กซ์ ฟอสเตอร์ ระบุในเว็บไซต์ข่าวซีเอ็นเอ็น ว่า ให้ลองจินตนาการการถูกจำกัดบริเวณอยู่ภายใต้กำแพงของพระราชวัง ไม่สามารถออกไปเดินเล่นภายนอก หรือแม้กระทั่งดื่มชาได้โดยไม่ถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยจับจ้อง วิธีที่จะได้สัมผัสกับอิสระวิธีเดียวคือการคว้ากุญแจรถและก็ขับรถออกไป "นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเจ้าชายฟิลิปถึงทรงยืนยันที่จะขับรถด้วยพระองค์เองแม้จะไม่มีความจำเป็น"

ย้อนเมื่อปี 2016 เจ้าชายฟิลิปทรงเคยขับรถให้อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา และนางมิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 ขณะทั้งสองมาเยือนพระราชวังวินด์เซอร์เมื่อปี 2016

รถคว่ำ

ที่มาของภาพ, KL.FM 96.7

คำบรรยายภาพ, เจ้าชายฟิลิป ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

ฟอสเตอร์ระบุว่า ในลักษณะเดียวกัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าชายวิลเลียมทรงขับรถไปรับเจ้าชายจอร์จหลังการประสูติด้วยพระองค์เอง เจ้าชายวิลเลียมทรงตรัสกับซีเอ็นเอ็นในตอนนั้นว่า "มีบางเวลาที่คุณไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวคุณเอง หรือมีระบบระเบียบที่มาครอบงำคุณ หรือมันเหมาะสมที่จะทำบางสิ่งบางอย่างอย่างแตกต่างไป แต่ข้าพเจ้าคิดว่าการขับรถพาภรรยาและลูกกลับจากโรงพยาบาลเป็นเรื่องสำคัญ ข้าพเจ้าไม่ชอบความยุ่งยาก และมันง่ายกว่าที่จะทำด้วยตัวเอง"

แต่กรณีของเจ้าชายฟิลิปมีความแตกแต่งอย่างมากในเรื่องอายุ

เว็บไซต์เดอะ มิร์เรอร์ รายงานว่า ในหนังสือ "Duke of Edinburgh: A portrait by his valet" จอห์น ดีน ผู้เขียนซึ่งเคยเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของเจ้าชายฟิลิป ระบุว่า ย้อนไปในปี 1947 หลังการหมั้นกับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง ได้ไม่นาน เจ้าชายฟิลิปทรงอุบัติเหตุทางรถยนต์รุนแรง และก็มีการทูลขอร้องให้ทรงเลิกขับรถด้วยพระองค์เอง

ดีนระบุเมื่อปี 1954 ว่า เจ้าชายฟิลิปเป็นผู้ขับรถฝีมือดี แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าขับรถเร็ว ในหนังสืออ้างข้อความบางตอนจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ระบุในขณะนั้นว่า เจ้าชายฟิลิปทรงเป็นผู้ชื่นชอบเครื่องยนต์และการขับขี่รถยนต์ และชื่นชอบความเร็วมากจนทำให้คนขับรถในราชสำนักไม่สบายใจและก็รู้สึกไม่เต็มใจที่จะขับรถกับพระองค์

เจ้าชายฟิลิฟ ขณะทรงมีชนมพรรษา 94 พรรษ ทรงขับรถยนต์ โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงประทับอยู่ในรถ พร้อมกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา และภริยา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าชายฟิลิฟ ขณะทรงมีพระชนมายุ 94 พรรษา ทรงขับรถยนต์ โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงประทับอยู่ในรถ พร้อมกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา และภริยา

ฮิวโก วิคเคอร์ส นักเขียนชีวประวัติบุคคลในราชสำนัก บอกกับบีบีซีว่า "หลายปีก่อน พระองค์ทรงเลิกขับเครื่องบินก่อนถึงเวลาที่ควรจะเลิกอยู่หลายปี เพราะทรงกังวลว่าหากเกิดอะไรขึ้นมาจะทำให้เกิดเสียงวิจารณ์...ดังนั้นจึงทรงรับฟัง และทรงทำอย่างมีเหตุมีผล"

"หากพระองค์ทรงคิดว่าตัวเองเสียสมาธิ หรือไม่ทันมองรถ พระองค์ก็จะทรงตระหนักว่าพระองค์ไม่ควรจะขับรถอีกแล้ว"

เดอะ มิร์เรอร์ รายงานว่า วิคตอเรีย วอร์น ผู้ขับรถผ่านขณะเกิดเหตุและสามีของเธอเป็นคนช่วยนำตัวเจ้าชายฟิลิปออกมาจากรถ บอกว่า พระองค์ทรงถามทันทีว่า "ไม่มีใครเป็นอะไรใช่ไหม ...ฉันนี่มันเซ่อจริง ๆ"

การทดสอบสมรรถภาพทางการขับขี่และร่ายกาย

เว็บไซต์เดลีเมล์รายงานว่า โฆษกสำนักพระราชวังเคนซิงตัน ออกมายืนยันว่า เจ้าชายฟิลิปทรงมีใบขับขี่ และก็ไปต่ออายุทุก 3 ปี ตั้งแต่พระองค์ทรงมีพระชนมายุ 70 พรรษา ในสหราชอาณาจักร คนที่มีอายุเกิน 70 ปีต้องไปต่ออายุใบขับขี่ทุก 3 ปี อย่างไรก็ตาม ไม่มีการทดสอบสมรรถภาพทางการขับขี่และร่ายกายแต่อย่างใด โดยผู้ขับขี่ต้องระบุเองว่ายังคงสามารถขับรถยนต์ได้หรือไม่ และมีปัญหาด้านสายตาหรือเปล่า

ดยุคแห่งเอดินบะระ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2018

ที่มาของภาพ, PA

ไจลส์ แบรนด์เร็ธ พระสหายของเจ้าชายฟิลิป กล่าวว่า พระองค์เป็นผู้ที่มองโลกตามความเป็นจริงและจะยอมรับที่จะไม่ขับรถด้วยพระองค์เองหากสมเด็จพระราชินีฯ ทรงแนะให้พระองค์หยุดได้แล้ว "ผมมั่นใจว่าพระองค์จะทรงยอมรับ แต่ก็เป็นไปได้ว่าจะแอบบ่นไปด้วย"

สื่ออังกฤษรายนี้รายงานอีกว่า นิค ฟรีแมน ทนายความซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเก่งกาจในการหาช่องโหว่ทางกฎหมาย บอกว่า เจ้าชายฟิลิปอาจทรงถูกดำเนินคดีฐานขับขี่ด้วยความประมาทปราศจากการระมัดระวังได้หากตรวจสอบพบว่าเป็นความผิดพลาดของพระองค์เอง

"แต่หากดวงอาทิตย์อยู่ในระดับต่ำทำให้แสงแยงพระเนตรของพระองค์ บางครั้งก็เป็นไปไม่ได้เลยที่คนเราจะมองเห็น และนั่นก็อาจเป็นประเด็นในการต่อสู้คดีได้"

จอนนี ไดมอน ผู้สื่อข่าวสายราชสำนักของบีบีซี บอกว่า อีก 5 เดือน เจ้าชายฟิลิป ก็จะมีพระชนมายุ 98 พรรษาแล้ว การที่พระองค์ไม่ทรงได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี

หลายคนคงแปลกใจที่ทราบว่าเจ้าชายฟิลิปยังทรงขับรถพระที่นั่งเองอยู่ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าพระองค์ทรงชอบทำอะไรด้วยตัวเอง และคงจะปฏิเสธหากใครจะมาห้ามไม่ให้พระองค์ทรงขับรถเอง

อย่างไรก็ดี ในระหว่างที่กำลังมีการสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ ก็น่าจะมีการทูลขอร้องให้พระองค์ทรงเลิกขับรถด้วยตัวเองแล้ว

คนสูงวัยกับการขับรถ

Brake องค์กรเพื่อการกุศลด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการทดสอบสายตาผู้ขับขี่อย่างน้อยทุก ๆ 10 ปี นสพ.เดอะการ์เดียนรายงานว่า โจชัว แฮร์ริส ผู้อำนวยการด้านการรณรงค์ของ Brake บอกว่า ด้วยประชากรที่สูงวัยขึ้น เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีกระบวนการที่เข้มงวดเพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าผู้ขับขี่ที่สูงวัยไม่ได้ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเสี่ยงอันตราย

เขาบอกว่า ควรให้มีการตรวจสายตาและสุขภาพตลอดช่วงอายุที่คนขับขี่รถยนต์ และก็ควรจะมีการพูดคุยสื่อสารระหว่างแพทย์และหน่วยงานควบคุมการออกใบอนุญาตขับขี่และจดทะเบียนรถยนต์ของสหราชอาณาจักร หรือ Driver and Vehicle Licensing Agency ให้ดียิ่งขึ้น

นายแฮร์ริสบอกต่ออีกว่า ผู้ขับขี่สูงวัยควรพบแพทย์เพื่อตรวจสายตาและการได้ยินทุกปีเพื่อตรวจดูว่าพวกเขามีประสิทธิภาพที่จะขับขี่รถยนต์ต่อไปหรือไม่

อย่างไรก็ตาม นายเอ็ดมันด์ คิง ประธานสมาคมยานยนต์สหราชอาณาจักร บอกว่า อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดกับบุคคลซึ่งเป็นที่รู้จักกว้างขวางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีผู้สูงอายุ มักทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ห้ามหรือกำหนดข้อจำกัดของผู้ขับรถที่สูงอายุ

นายคิงบอกว่า หากจะใช้อายุมาเป็นเกณฑ์กำหนดแล้วละก็ เขาเห็นว่ามีแนวโน้มจะกำหนดข้อจำกัดกับคนวัยหนุ่มสาวมากกว่า เพราะคนสูงอายุมักจะกำหนดตัวเองให้ขับรถเฉพาะเส้นทางที่คุ้นชิน และไม่ขับเวลากลางคืน

นายคิงกล่าวกับ นสพ. เดอะการ์เดียน ว่า ผู้ขับขี่วัยเด็กกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชาย มีแนวโน้มจะขับรถชนภายในระยะเวลา 6 เดือน หลังผ่านการสอบใบขับขี่มากกว่าคนสูงอายุในช่วง 6 เดือนก่อนจะเลิกขับรถ เขาบอกว่า การตัดสินใจเลิกขับรถเป็นเรื่องยาก แต่ควรเป็นการตัดสินใจจากการปรึกษากับแพทย์หรือครอบครัวมากกว่าตัดสินจากอายุเพียงอย่างเดียว