เบร็กซิท : เทรีซา เมย์ ระบุว่าร่างข้อตกลงนี้ 'เป็นการตัดสินใจที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสหราชอาณาจักร'

เทรีซา เมย์

ที่มาของภาพ, Getty Images

รัฐมนตรีอังกฤษลาออกแล้ว 4 คน หลังคณะรัฐมนตรีรับร่างข้อตกลงถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร หรือ เบร็กซิท ด้านนายกรัฐมนตรีเทรีซา เมย์ ของอังกฤษ เชื่อว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าวเป็นทางเลือกที่ถูกต้องสำหรับเบร็กซิท

นายโดมินิก ราบบ์ รัฐมนตรีกระทรวงเบร็กซิทของอังกฤษ และนางเอสเธอร์ แม็กเวย์ รัฐมนตรีกระทรวงงานและบำนาญ ลาออกในช่วงเช้าวันนี้ (15 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีช่วยอีก 2 คนที่ประกาศลาออกคือ นายไชเลช วารา รัฐมนตรีช่วยกระทรวงไอร์แลนด์เหนือ และนางซูเอลลา บราเวอร์แมน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเบร็กซิท

นางเทรีซา เมย์ กล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษว่า "ชาวอังกฤษต้องการให้เราทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ"

โดยในช่วงค่ำวันพุธที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น คณะรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรเห็นชอบร่างข้อตกลงถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร หลังหารือกันนาน 5 ชั่วโมง โดยนายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุว่า ร่างข้อตกลงนี้เป็นการตัดสินใจที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสหราชอาณาจักร

เทรีซา เมย์

ที่มาของภาพ, Reuters

"ดิฉันเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่าร่างข้อตกลงถอนตัวฯ นี้ ดีที่สุดที่เราสามารถเจรจาต่อรองได้ และคณะรัฐมนตรีต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าเจรจาต่อไปหรือไม่ ทางเลือกที่มีให้เรายากมาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับแบ็กสต็อป (backstop) ไอร์แลนด์เหนือ" นางเทรีซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงที่หน้าบ้านเลขที่ 10 หลังสิ้นสุดการหารือกับคณะรัฐมนตรีของอังกฤษ

"แต่การตัดสินใจร่วมกันของคณะรัฐมนตรีคือ รัฐบาลควรสนับสนุนร่างข้อตกลงถอนตัวฯ" นางเมย์กล่าว โดยเธอมีกำหนดจะแถลงเรื่องนี้ต่อรัฐสภาในวันที่ 15 พ.ย. นี้

แบ็กสต็อปที่นางเมย์กล่าวถึง หมายถึงการเปิดพรมแดนบนเกาะไอร์แลนด์ ระหว่างไอร์แลนด์เหนือซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ หลังจากที่สหราชอาณาจักรถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปแล้ว

สหราชอาณาจักรมีกำหนดที่จะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปในวันที่ 29 มี.ค. 2019 อย่างไรก็ตามภายใต้ร่างข้อตกลงนี้กำหนดให้มีระยะเปลี่ยนผ่านนาย 21 เดือน นับจากสหราชอาณาจักรออกจากอียู

หลังการแถลงของนางเมย์ในช่วง 19.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 02.30 น. วันที่ 15 พ.ย. ตามเวลาไทย) ทางการอังกฤษได้เผยแพร่ร่างข้อตกลงดังกล่าวความยาว 585 หน้าทางอินเทอร์เน็ต และนายมิเชล บานิเยร์ หัวหน้าผู้เจรจาข้อตกลงฝ่ายสหภาพยุโรป ได้แถลงที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

นายบานิเยร์ กล่าวถึงประเด็นแบ็กสต็อปว่า จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้

มิเชล บาร์เนียร์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายมิเชล บานิเยร์ หัวหน้าผู้เจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป แถลงที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น

ฝ่ายค้านอย่าง เจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน ระบุว่า เขาไม่คิดว่าข้อตกลงนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ เพราะ "มันไม่ใช่ความต้องการของทุกภาคส่วนในอังกฤษ" และในวันพฤหัสบดี (15 พ.ย.) พรรคของเขาจะออกแถลงการณ์ยืนยันว่าจะโหวตคว่ำร่างข้อตกลงฉบับนี้หรือไม่

ทั้งนี้นางเมย์ต้องการเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 320 เสียง จากสมาชิกสภาทั้งหมด 650 เสียง

ขณะที่ ส.ส. คอนเซอร์เวทีฟที่สนับสนุนเบร็กซิทเกิดความโกรธเคืองกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะมันหมายความว่าสหราชอาณาจักรต้องอยู่ภายใต้กฎของอียูไปอีกหลายปี โดย ส.ส. อาวุโสรายหนึ่งบอกกับบีบีซีว่า พวกเขาอาจร้องขอให้มีการลงมติไม่ไว้วางใจเมย์ในฐานะผู้นำพรรคในวันพฤหัสบดี

ด้านพรรคสหภาพประชาธิปไตยแห่งไอร์แลนด์เหนือ (DUP) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลของนางเมย์ในการลงมติต่าง ๆ ก็ได้ร่วมกับฝ่ายค้านในการวิจารณ์กรณีที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า จะไม่สนับสนุนข้อตกลงที่ปฏิบัติกับไอร์แลนด์เหนือต่างจากดินแดนอื่น ๆ ของสหราชอาณาจักร

ชายแดนไอร์แลนด์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทั้งอังกฤษและอียูระบุว่าไม่ต้องการเห็นการกำหนดพรมแดนแบบเข้มงวดที่เรียกว่า hard border ระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์

ไม่ต่างจากนางนิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ และหัวหน้าพรรคชาตินิยมสกอตแลนด์ (SNP) ที่ให้ความเห็นว่า ข้อตกลงนี้จะเป็นเรื่องที่เลวร้ายสำหรับสกอตแลนด์ มันพาเราออกจากตลาดเดียว (ตลาดอียู) ซึ่งมีขนาดเป็นแปดเท่าของตลาดในสหราชอาณาจักร และเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อการจ้างงาน การลงทุน และมาตรฐานการครองชีพ

จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

แน่นอนว่านางเมย์ต้องเผชิญการคำถามที่ไม่เป็นมิตรจากบรรดาสมาชิกรัฐสภา

ขณะที่อียูบอกว่ากระบวนเจรจามี "ความก้าวหน้าอย่างสำคัญ" นี่เป็นบททดสอบสำคัญก่อนมีการเรียกประชุมสุดยอดนัดพิเศษเพื่อลงมติสนับสนุนร่างข้อตกลงถอนตัวจากการเป็นสมาชิกอียูของสหราชอาณาจักร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน พ.ย.

หลังจากนั้นในเดือน ธ.ค. รัฐบาลของนางเมย์ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการนำร่างข้อตกลงดังกล่าวเข้าไปขอความเห็นชอบจากรัฐสภา

สหราชอาณาจักรวางแผนว่าจะออกจากอียูในวันที่ 29 มี.ค. 2019 หากว่ารัฐสภาเห็นชอบกับร่างข้อตกลงนี้ กระบวนการถอนตัวต่าง ๆ ก็จะเริ่มขึ้น