เอธิโอเปีย : ทำความรู้จัก ซาห์เล เวิร์ก ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ

สมาชิกรัฐสภาของเอธิโอเปียลงมติเป็นเอกฉันท์ เลือกให้ น.ส. ซาห์เล เวิร์ก ซิวเด นักการทูตหญิงผู้มากประสบการณ์ เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของชาติเอธิโอเปีย และเป็นประมุขแห่งรัฐหญิงหนึ่งเดียวในภูมิภาคแอฟริกาที่มีอยู่ในปัจจุบัน

พิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการถูกจัดขึ้น ภายหลังนายอาบีย์ อาเหม็ด นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีที่ราวครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิง

ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งต่อรัฐสภา ประธานาธิบดีหญิงคนใหม่ ได้ให้คำมั่นว่าจะผลักดันให้เกิดสันติภาพในประเทศ และปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันเพื่อสร้างความเท่าเทียมทางเพศให้เกิดขึ้นจริงในเอธิโอเปีย

"ฉันอยากจะย้ำเตือนพวกคุณว่า เราต้องยืนหยัดในการปกป้องสันติภาพ ในนามของคนเป็นแม่ พวกเธอคือคนแรกที่ต้องทุกข์ทรมานกับการไม่มีความสงบสุข"

น.ส. ซาห์เล เวิร์ก วัย 68 ได้รับการลงมติจากสมาชิกรัฐสภา หลังจากนายมูลาทู เทโชเม ซึ่ง น.ส. เวิร์ก เป็นทายาททางการเมือง ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี

"ในสังคมที่ชายเป็นใหญ่อย่างที่พวกเราอยู่ การแต่งตั้งผู้หญิงให้เป็นประมุขของประเทศไม่เพียงสร้างมาตรฐานสำหรับอนาคต แต่ยังสร้างบรรทัดฐานว่าผู้หญิงที่เป็นผู้กุมอำนาจตัดสินใจเรื่องนโยบายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของเอธิโอเปีย โพสต์บนทวิตเตอร์

เอธิโอเปียมีรูปแบบการปกครองแบบสหพันธรัฐ ประธานาธิบดี เป็นประมุขของรัฐ มาจากการเลือกตั้งโดยสภาผู้แทนราษฎรและอยู่ในตำแหน่ง คราวละ 6 ปี ตามรัฐธรรมนูญของเอธิโอเปีย ประธานาธิบดีเป็นตำแหน่งในเชิงพิธีการ แต่อำนาจในการบริหารปกครองประเทศนั้นอยู่ที่นายกรัฐมนตรี

นักการต่างประเทศของทวีปแอฟริกา

ประธานาธิบดีซาห์เล เวิร์ก เคยเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศเซเนกัล และสาธารณรัฐจิบูตี เธอยังดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งในองค์การสหประชาชาติ รวมทั้งเป็นหัวหน้าคณะสร้างสันติภาพในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง

ก่อนหน้าที่จะได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดี น.ส.เวิร์ก เป็นผู้แทนองค์การสหประชาชาติในสหภาพแอฟริกา (African Union) องค์การระหว่างประเทศในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีสมาชิกกว่า 50 ประเทศ

สำหรับประมุขหญิงในทวีปแอฟริกาคนล่าสุดที่เพิ่งลงจากอำนาจ คือ อามีนาห์ กูริบ-ฟาคิม แห่งประเทศสาธารณรัฐมอริเชียส ซึ่งลาออกจากตำแหน่งในเดือน มี.ค. หลังจากเกิดกรณีอื้อฉาวด้านการใช้จ่ายงบประมาณประเทศ

สู้เพื่อสิทธิผู้หญิง

โดย เบเคเล อะโตมา บีบีซี อาฟาน โอโรโม

ซาห์เล เวิร์ก ซิวเด ประธานาธิบดีหญิงคนใหม่นับได้ว่าเป็น "ตัวจริง" ของผู้ที่ทำงานด้านสิทธิเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

เวิร์ก ได้บอกกับสมาชิกรัฐสภาว่า หากพวกเขาคิดว่าเธอพูดเกี่ยวกับประเด็นของผู้หญิงมากเกินไป นั่นเป็นแค่จุดที่เธอเพิ่งเริ่มต้น

และแม้ขณะนี้ เอธิโอเปียจะมี ครม. ชุดใหม่ ที่มีความเท่าเทียมกันในแง่หญิงชายมากขึ้น แต่ในภาคส่วนอื่นยังเป็นเรื่องที่ยังห่างไกลอยู่มากที่จะเห็นภาพเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม กระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ชาวเอธิโอเปียต่างร่วมแสดงความยินดีกับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งของ น.ส. ซาห์เล เวิร์ก หลายคนบอกว่านี่คือ "ประวัติศาสตร์"

เธอยังได้รับการเรียกขานว่าเป็นประมุขหญิงแรกของเอธิโอเปียในยุคสมัยใหม่ ซึ่งมีบางคนก็ได้หวนนึกถึงสมเด็จพระจักรพรรดินีเซาดีตู ซึ่งเคยปกครองประเทศในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

ปี 2018 มีผู้หญิงเป็นผู้นำประเทศ-ประมุข 21 คน

นับถึงเดือน ก.ค. ปีนี้ มีผู้นำประเทศหญิงในโลกทั้งสิ้น 11 คน แต่หากรวมถึงตำแหน่งประมุขด้วยนั้นจะมีจำนวนมากถึง 21 คน

จากรายงานของเวิลด์ อีโคโนมิกส์ ฟอรั่ม (World Economic Forum) เมื่อปีที่แล้ว ระบุว่า ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา มีผู้นำและประมุขของประเทศที่เป็นผู้หญิง 56 ชาติ จาก 146 ชาติทั่วโลก ที่อยู่ดำรงตำแหน่งอย่างน้อย 1 ปี

อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี นับเป็นผู้นำรัฐบาลหญิงที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดจนถึงขณะนี้ เธอเป็นนายกรัฐมนตรีเยอรมนีตั้งแต่ปี 2005

ส่วนในเอธิโอเปีย ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี อาบีย์ อาเหม็ด แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิง รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งยังผลให้เอธิโอเปียเป็นชาติแอฟริกาชาติที่ 2 ต่อจากรวันดา ที่มีจำนวนรัฐมนตรีหญิงเท่ากับผู้ชาย

นายอาเหม็ด อธิบายการตั้งผู้หญิงใน ครม. ในการกล่าวต่อรัฐสภาว่า "ผู้หญิงคอร์รัปชั่นน้อยกว่าผู้ชาย" และพวกเธอจะช่วยฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคงของประเทศ

รู้จักเอธิโอเปีย

กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ ระบุข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเอธิโอเปียว่า เปรียบเสมือนเมืองหลวงของภูมิภาคแอฟริกา เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสำนักงานสหภาพแอฟริกา

เอธิโอเปียมีขนาดพื้นที่ 1.2 ล้าน ตร.กม. ใหญ่เป็นสองเท่าของประเทศไทย มีประชากร 101 ล้านคน กลุ่มชาติพันธุ์ Oromo เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอธิโอเปีย โดยมีจำนวนประมาณ 27 ล้านคน กรุงแอดดิสอาบาบา เป็นเมืองหลวงของประเทศ

ในปี 2018 องค์กรฟรีดอมเฮาส์ (Freedom House) องค์กรเอกชนเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ จัดให้เอธิโอเปียอยู่ในกลุ่มประเทศที่ "ไม่เสรี"

ในรายงานสถานการณ์เสรีภาพในโลก หรือ Freedom in the World 2018 บอกว่า เอธิโอเปียเป็น รัฐเผด็จการ ซึ่งปกครองโดยพรรคแนวร่วมประชาธิปไตยเพื่อการปฏิวัติประชาชน (Ethiopian People's Revolutionary Democratic Front - EPRDF) ซึ่งครองอำนาจตั้งแต่ปี 1991 และถือครองเก้าอี้ในรัฐสภาทั้งหมด

มีการจัดเลือกตั้งหลายครั้ง ทว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ใสสะอาด ฟรีดอมเฮาส์ ระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายและกฎหมายอื่น รวมทั้งกฎอัยการศึกที่สิ้นสุดลงในปี 2017 เป็นการกระทำที่พิสูจน์ว่า รัฐบาลพยายามใช้อำนาจควบคุมกดขี่ฝ่ายตรงข้าม สื่อมวลชนอิสระ และคู่ขัดแย้งอื่น ๆ