You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
จาซินดา อาร์เดิร์น: ผู้นำหญิงจากนิวซีแลนด์ที่อายุน้อยที่สุดบนเวทีเอเปค
ด้วยวัยเพียง 37 ปีของ "จาซินดา อาร์เดิร์น" ผู้นำหญิงคนใหม่ของนิวซีแลนด์ ก็ทำให้เธอดูโดดเด่นจากบรรดาผู้นำชาติอื่นๆ บนเวทีการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 25 ในปีนี้ ในนครดานัง ของเวียดนาม
คุณรู้หรือไม่ว่า นางสาวอาร์เดิร์น เคยเป็นดีเจมาก่อน ชอบถ่ายรูปเซลฟี่ และร่วมขบวนประท้วงของกลุ่มสตรี (Women's Marches) แต่เมื่อเธอก้าวขึ้นสู่ผู้นำประเทศ แล้ว ทำไมเธอจึงถูกนำไปเปรียบเทียบกับผู้นำคนอื่นๆ
อายุ
นางสาวอาร์เดิร์น ก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองตั้งแต่อายุ 28 จนล่าสุดได้รับชัยชนะจากการลงสมัครรับเลือกตั้งในฐานะหัวหน้าพรรคแรงงาน และเป็นผู้นำที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศนั้บตั้งแต่ปี 1856
นอกจากนี้ นางสาวอาร์เดิร์นยังถือว่าเป็นผู้นำที่มีอายุน้อยที่สุดบนเวทีเอเปคอีกด้วย โดยมีอายุห่างจากผู้นำที่มีอายุมากที่สุดถึง 42 ปี โดยผู้นำคนดังกล่าวคือ ประธานาธิบดีเปโดร ปาโบล คุซซีนสกีของเปรู ซึ่งปัจจุบันอายุ 79 ปี
เพศ
ชัยชนะทางการเมืองของเธอในนิวซีแลนด์ ทำให้เธอกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของประเทศหลังจากนางเจนนี่ ชิพลีย์ และนางเฮเลน คลาร์ก
ขณะที่ผู้นำหญิงที่ร่วมการประชุมเอเปคครั้งนี้กับนางสาวอาร์เดิร์น คือ นางแครี่ แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และประธานาธิบดีหญิง มิเชล บาชาเล็ด ของชิลี
แม้ว่าไต้หวันจะมีประธานาธิบดีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ คือ นางไช่ อิงเหวิน แต่ก็ไม่เข้ามาร่วมการประชุมครั้งนี้ โดยทางการไต้หวันในฐานะหนึ่งในเขตเศรษฐกิจ ได้ส่งผู้แทนพิเศษมาแทน
รูปแบบในการทำงาน หรือ สไตล์
นางสาวอาร์เดิร์นเคยกล่าวถึงความกังวลของเธอหลายครั้ง และก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดนี้ มีการสันนิษฐานว่าความกังวลดังกล่าวอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทางการเมืองของเธอ
แต่ความที่เธอเป็นคนกล้าท้าทายกับความรู้สึกตัวเอง ทำให้เธอดูโดดเด่นจากผู้นำคนอื่นๆ ในการประชุมครั้งนี้ด้วย เช่น สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ที่มีท่าทีที่แข็งกร้าวพร้อมน้ำเสียงยั่วยุ เมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการและข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม ตัวอย่างที่ชัดเจนอีกคนคือประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ
แนวคิดเกี่ยวกับกลุ่มเพศทางเลือก LGBT
ผู้นำหญิงของนิวซีแลนด์ยอมละทิ้งศรัทธาที่เธอมีต่อความเชื่อทางศริสตศาสนานิกายมอร์มอน เพื่อสนับสนุนแนวความคิดเกี่ยวกับเพศทางเลือกหรือ LGBT (Lesbien, Gay, Bi-sexual and Transgender) ด้วยการเป็นผู้ร่วมผลักดันและลงคะแนนเสียงสนับสนุนกฎหมายความเท่าเทียมกันในการสมรส เมื่อ 2013
แนวความคิดดังกล่าวของเธอดูเหมือนจะสวนทางกับผู้นำอีกครึ่งหนึ่งที่เป็นชาติสมาชิกเอเปก ที่ยังกำหนดให้การแต่งงานของคนเพศเดียวกันยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เช่น ในบรูไน การเป็นเกย์ถือว่าเป็นอาชญกรตามกฎหมายและหลักชะรีอะห์ หรือกฎหมายอิสลาม ซึ่งกำหนดการลงโทษอย่างรุนแรง
ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
นางสาวอาร์เดิร์นมีความชัดเจนในจุดยืนที่แตกต่างจากประธานาธิบดีสหรัฐ ในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น การให้ความสำคัญกับการระดมเงินสนับสนุนด้านการอนุรักษ์ โครงการปลูกต้นไม้ การผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการลดคอร์บอนให้เป็นศูนย์ รวมทั้งการส่งเสริมการลงทุนเพื่อความปลอดภัยในการเดินและปั่นจักรยาน
ขณะที่ในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา นายทรัมป์ได้ประกาศว่าสหรัฐฯ จะถอนตัวจากความตกลงปารีส ซึ่งเป็นกรอบอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
ด้านการศึกษา
ด้านการศึกษา นางสาวอาร์เดิร์นก็มีแนวความคิดคล้ายคลึงกับผู้นำคนอื่นๆ ในเวทีเอเปค เช่นนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นที่สัญญาว่าจะให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการศึกษาเป็นอันดับแรกๆ ภายหลังที่ได้รับเลือกตั้ง กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านยังคงตั้งข้อสงสัยต่อผู้นำญี่ปุ่นถึงความจริงใจในนโยบายนี้
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การศึกษาในระดับอุดมศึกษาหรือระดับมหาวิทยาลัย นักเรียนยังคงต้องแบกรับภาระค่าเล่าเรียน แต่ในไต้หวันได้กำหนดให้มีค่าเล่าเรียนราคาต่ำ ในขณะที่ฟิลิปปินส์ เพิ่งมีการผ่านกฎหมายใหม่ ที่จะไม่จัดเก็บค่าเล่าเรียนในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาทั่วประเทศ
การอพยพเข้าเมือง
เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ได้เปรียบเทียบความเหมือนความต่างในประเด็นนี้ ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และนิวซีแลนด์ โดยอธิบายว่ามีความคล้ายคลึงกัน
แม้ว่านางสาวอาร์เดิร์นไม่มีแนวคิดจะสร้างกำแพงกั้นประเทศ หรือ ไม่สนับสนุนการออกคำสั่งห้ามเดินทางเหมือนกันนายทรัมป์ แต่ว่าเธอต้องการตัดลดจำนวนการอพยพย้ายถิ่นฐานประจำปี โดยไม่ให้เกิน 3 หมื่นคนต่อปี ซึ่งเป็นนโยบายที่ตกทอดมาจากผู้นำประเทศคนก่อน
เธอยังกล่าวอีกว่า ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและวิกฤตด้านที่พักอาศัยจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ลี้ภัยในประเทศ และ นิวซีแลนด์ก็พร้อมรับมือกับผู้ลี้ภัยจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง จากประเทศหมู่เกาะใกล้เคียงด้วย
อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เธอจะผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของพรรคแรงงานของเธอ ในเดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิ์และตรวจคนเข้าเมืองของนิวซีแลนด์ได้ปฏิเสธใบสมัครของครอบครัวจากเกาะตูวาลูที่ต้องการลี้ภัยในนิวซีแลนด์ โดยพวกเขาอ้างว่าแหล่งพำนักเดิมได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง
เมื่อพิจารณาปัจจัยทั้งหมดทั้งมวล นับตั้งแต่แนวความคิดแบบเสรี มีความเป็นกันเอง และเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่สุดในเวทีเอเปค ก็อาจจะกล่าวได้ว่า นางสาวอาร์เดิร์นก็อยู่ในกลุ่มผู้หญิงทรงอำนาจ แต่ทว่ามีคำถามที่ต้องขบคิดต่อไปว่า
"หลังจากเธอจะลงจากเวทีเอเปคนี้ไปแล้ว เธอจะมีเพื่อน หรือ ศัตรูเพิ่มขึ้นกันแน่?"