ถุงยางแบบใหม่สร้างสารหล่อลื่นได้เองเมื่อมีเพศสัมพันธ์

รูปถุงยางอนามัย

ที่มาของภาพ, Getty Images

นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันคิดค้นถุงยางอนามัยแบบใหม่ที่สามารถผลิตสารหล่อลื่นขึ้นได้เอง ในขณะที่ผู้ใช้กำลังมีเพศสัมพันธ์ โดยสารหล่อลื่นนี้ช่วยลดแรงเสียดทานได้มากกว่าและยาวนานกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งผู้คิดค้นเชื่อว่าผู้คนจะหันมานิยมใช้ถุงยางอนามัยชนิดนี้เพื่อคุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กันมากขึ้น

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตันของสหรัฐฯ ตีพิมพ์รายงานเรื่องการประดิษฐ์ถุงยางอนามัยแบบใหม่ดังกล่าวในวารสารวิชาการออนไลน์ Royal Society Open Science ของราชสมาคมกรุงลอนดอน โดยระบุว่ามีการใช้พอลิเมอร์ชนิดที่ชอบน้ำ (Hydrophilic polymer) เคลือบที่ผิวด้านนอกของถุงยาง ซึ่งพอลิเมอร์นี้จะละลายกลายเป็นสารหล่อลื่นอย่างรวดเร็ว เมื่อได้สัมผัสกับน้ำหรือของเหลวในร่างกายเพียงเล็กน้อย

โครงสร้างของโมเลกุลสารหล่อลื่นชนิดนี้ มีพันธะเคมีที่ยึดติดกับพื้นผิวของถุงยางอนามัยอย่างแน่นหนา ทำให้สารหล่อลื่นไม่หลุดออกระหว่างที่เกิดการเสียดสีอย่างน้อย 1,000 ครั้ง ซึ่งตามปกติแล้วการมีเพศสัมพันธ์โดยทั่วไปกินเวลายาวนานเพียงครึ่งหนึ่งของระดับการเสียดสีดังกล่าว

ส่วนผลิตภัณฑ์ช่วยหล่อลื่นอื่น ๆ รวมทั้งแบบที่เคลือบติดกับถุงยางอนามัยแบบเก่า จะเริ่มหมดประสิทธิภาพเมื่อผ่านการเสียดสีไปเพียง 600 ครั้ง ซึ่งหลังจากนั้นอาจทำให้เกิดความเจ็บปวด รวมทั้งทำให้ถุงยางแตกหรือหลุดออกได้

ในบรรดาอาสาสมัคร 33 คน ซึ่งเข้ารับการทดสอบใช้ถุงยางอนามัยแบบใหม่โดยเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์แบบเก่า 2 ชนิด ในจำนวนนี้ถึง 85% เห็นว่าถุงยางอนามัยแบบใหม่ช่วยหล่อลื่นได้ดีกว่า และมีถึง 70% ที่บอกว่าถุงยางอนามัยแบบใหม่ช่วยหล่อลื่นได้ "ดีกว่ามาก"

งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนบางส่วนจากมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ ซึ่งต้องการแก้ปัญหาที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมเลือกใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากให้ความรู้สึกว่ายังมีแรงเสียดทานและไม่สบายตัว แม้จะใช้ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นต่าง ๆ เข้าช่วยแล้วก็ตาม ทำให้คนเหล่านี้พลาดโอกาสในการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections - STIs) ไปอย่างน่าเสียดาย

ก่อนหน้านี้มีการใช้พอลิเมอร์แบบเดียวกันสร้างสารหล่อลื่นในสายสวนปัสสาวะมาแล้ว ซึ่งอุปกรณ์นี้เป็นที่พึงพอใจของคนไข้อย่างมากในเรื่องช่วยลดความเจ็บปวด ส่วนถุงยางอนามัยแบบล่าสุดนั้น ยังจะต้องผ่านการทดลองระดับคลินิกอีกครั้งในต้นปีหน้า ก่อนจะมีการผลิตเพื่อวางจำหน่ายต่อไป