อีลอน มัสก์ จะถูกบีบให้พ้นตำแหน่งผู้บริหารเทสลาหรือไม่ ?

นายอีลอน มัสก์ นักธุรกิจผู้นำด้านเทคโนโลยีคนดัง ต้องประสบปัญหาใหญ่ในชีวิตอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวานนี้ (27 ก.ย.) ว่าเขาฉ้อโกงการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยปล่อยข่าวเท็จเพื่อปั่นราคาหุ้นของเทสลาให้สูงขึ้นตามต้องการ

ก่อนหน้านี้นายมัสก์เผยแพร่ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า เขาสามารถรวบรวมเงินทุนได้มากพอที่จะซื้อหุ้นของเทสลาคืนทั้งหมด และจะทำให้เทสลากลับมาเป็นกิจการส่วนตัวของเขาได้แล้ว ซึ่งข้อความดังกล่าวทำให้มูลค่าหุ้นของเทสลาพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ก.ล.ต. ของสหรัฐฯ แถลงว่า ข้อความที่นายมัสก์กล่าวอ้างนั้นเป็นเท็จ และได้ตัดสินใจฟ้องร้องเอาผิดกับเขา ซึ่งหากศาลพิพากษาว่านายมัสก์มีความผิดจริง เขาอาจต้องรับโทษสูงสุดโดยถูกปรับเป็นเงินจำนวนมหาศาล และถูกห้ามนั่งตำแหน่งบริหารของกิจการใด ๆ ในสหรัฐฯ อีก

ด้านนายมัสก์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังข้างต้น และชี้ว่าการยื่นฟ้องเอาผิดกับเขาในครั้งนี้ "ปราศจากเหตุผลและความชอบธรรม" ส่วนทางบริษัทเทสลาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับบีบีซีในเรื่องนี้

การที่อีลอน มัสก์ อาจต้องพ้นจากตำแหน่งผู้บริหารของเทสลานั้น ถือว่าเป็นสภาพการณ์ที่สะเทือนต่อความมั่นคงของทางบริษัทอย่างยิ่ง เพราะเป็นกิจการที่ผูกติดกับตัวตนและบุคลิกรวมทั้งวิสัยทัศน์ของนายมัสก์มาอย่างแน่นแฟ้นแต่เริ่มแรก จนภาพของนายมัสก์และเทสลาในสายตาคนทั่วไปนั้นไม่อาจแยกขาดจากกันได้

ศ. โจเซฟ กรันด์เฟสต์ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หนึ่งในอดีตคณะกรรมการ ก.ล.ต. ของสหรัฐฯ แสดงความเห็นกับบีบีซีว่า "เรื่องสำคัญสำหรับเทสลาในตอนนี้คือต้องเร่งหาทางแก้ไข โดยหามาตรการเข้าควบคุมระเบียบวินัยกับนายมัสก์ในทันที ซึ่งมาตรการนี้จะต้องไม่ไปทำลายคุณค่าในตัวของเขาที่มีต่อผู้ถือหุ้นเทสลา"

"มีหนทางแก้ไขปัญหาซึ่งเป็นไปได้หลายทาง เช่นมาตรการรุนแรงที่อาจต้องมีการเปลี่ยนตัวซีอีโอ แล้วให้มัสก์รั้งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว หรือใช้มาตรการอย่างเบาที่อาจให้เขามีพี่เลี้ยงขณะใช้ทวิตเตอร์ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกข้อความที่เผยแพร่ออกไปนั้น มีผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบได้ตรวจทานแล้ว"

ศ. กรันด์เฟสต์ ยังชี้ว่า กรณีของนายมัสก์ในครั้งนี้มีความคล้ายคลึงกับคดีของนางมาร์ธา สจวร์ต นักธุรกิจคนดังผู้บริหารสื่อเพื่อการดูแลบ้านและการเรือน ซึ่งต้องโทษจำคุกเมื่อปี 2004 ด้วยความผิดฐานใช้ข้อมูลวงในเพื่อแสวงประโยชน์จากการซื้อขายหุ้น

ในกรณีของนางสจวร์ต เธอยินยอมก้าวลงจากตำแหน่งบริหารในบริษัทของตนเอง แต่ก็ยังนั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ (Chief creative officer ) ของบริษัทในขณะนั้นอยู่ ซึ่งเทียบกับกรณีของนายมัสก์แล้วยังนับว่าร้ายแรงกว่า เพราะคณะกรรมการ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ไม่ได้ยื่นฟ้องให้นายมัสก์ต้องโทษจำคุกด้วย

ส่วนบรรดาแฟนคลับผู้ชื่นชอบนายมัสก์ ต่างแสดงความรู้สึกผิดหวังและโกรธเคืองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งแสดงความกังวลถึงอนาคตของบริษัทเทสลากันอย่างล้นหลามทางสื่อสังคมออนไลน์

"ถ้าอีลอน มัสก์ จะไม่พ่นคำพูดแบบพวกหลงตัวเองโง่ ๆ ออกมาไม่หยุดหย่อน เรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้น" ผู้ใช้งานกระดานสนทนาของเทสลามอเตอร์สคลับ ที่ใช้ชื่อว่า Avip กล่าว "นี่เป็นเรื่องโง่เง่าและบาดแผลที่ทำตัวเองของอีลอนแท้ ๆ" ผู้ใช้งานกระดานสนทนาอีกรายที่ใช้ชื่อว่า rolosrevenge แสดงความเห็นด้วยเช่นกัน